โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"น้ำมันพืชองุ่น" ไอเทมคู่ครัวภายใต้การบริหารของ พาชัย จันทร์พิทักษ์

Gourmet & Cuisine

อัพเดต 17 พ.ค. 2566 เวลา 09.01 น. • เผยแพร่ 17 พ.ค. 2566 เวลา 08.48 น. • Gourmetand & Cuisine เว็บไซต์รวมเรื่องราวอาหาร

หากถามถึงไอเทมคู่ครัวของคุณแม่บ้าน “น้ำมันพืช” คงยืนหนึ่งในใจมาโดยตลอด โดยเฉพาะแบรนด์ “องุ่น” ที่มีสโลแกนคุ้นหู “องุ่น ไม่เป็นไข ใสสะอาด” ที่ชวนให้เรานึกถึงอาหารของแม่ที่แม้หน้าตาธรรมดาแค่ไหนก็อิ่มอุ่นหัวใจทุกครั้งที่ได้กิน

G&C มีโอกาสสัมภาษณ์ คุณพาชัย จันทร์พิทักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท น้ำมันพืชไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TVO ผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำมันพืชตราองุ่นถึงจุดเด่นครองใจผู้บริโภคจนติดอันดับไอเทมคู่ใจคุณแม่บ้านมายาวนาน คุณพาชัยเริ่มต้นเล่าถึงภารกิจหลักว่า “ผมดูภาพรวมทั้งโรงงานและสำนักงานใหญ่ซึ่งเต็มไปด้วยความท้าทายภายใต้ปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโรคระบาด เงินเฟ้อ การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศฉับพลันซึ่งกระทบกับธุรกิจได้ทั้งสิ้น การบริหารจัดการความเสี่ยงจึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้บริษัทมีความยั่งยืน ป้องกันแรงเสียดทานต่างๆ ได้ โดยแบ่งออกเป็น 3 มิติ ได้แก่ มิติเศรษฐกิจ คือ ทำอย่างไรให้ผู้บริโภคคิดถึงแบรนด์ของเราเป็นอันดับแรกเมื่อต้องการซื้อน้ำมันถั่วเหลืองที่มีคุณภาพ เมื่อบริษัทขายสินค้าได้จึงจะมีกำไรและอยู่ได้อย่างยั่งยืน มิติสังคม คือ การดูแลคนในองค์กร คู่ค้า และชุมชน สุดท้ายคือมิติสิ่งแวดล้อม สร้างโลกให้น่าอยู่โดยรบกวนโลกให้น้อยที่สุด ลดการใช้พลังงาน ลดการใช้น้ำ ลดขยะ ซึ่งเราได้ออกแคมเปญ ต่างๆ มาสนับสนุนแนวความคิดดังกล่าวอย่างสม่ำเสมอ”

“สำหรับที่มาของน้ำมันถั่วเหลืองตราองุ่น ภายใต้สโลแกน ‘องุ่น ไม่เป็นไข ใสสะอาด’ เกิดจากการกลั่นด้วยระบบนาโนเทคโนโลยีทำให้ได้น้ำมันถั่วเหลืองบริสุทธิ์ ปราศจากไขมันทรานส์ มีโอเมก้า 3, 6, 9 และวิตามินอี ไม่ว่าจะเมนูผัดหรือทอดก็ดีต่อสุขภาพของทุกคนในครอบครัว ทำให้ผู้บริโภคไว้วางใจในคุณภาพและเป็นแบรนด์น้ำมันถั่วเหลืองที่มียอดขายอันดับ 1 อยู่คู่ครัวคนไทยมามากกว่า 50 ปี” “นอกจากน้ำมันถั่วเหลืองที่เป็นผลิตภัณฑ์หลักของแบรนด์ “องุ่น” บริษัท ยังมีผลิตภัณฑ์น้ำมันพืชสำหรับผู้บริโภคที่รักสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็น “น้ำมันคาโนลา” มีโอเมก้า 3, 6, 9 สูง ช่วยลดโอกาสที่จะทำให้เกิดหลอดเลือดอุดตัน เหมาะสำหรับเมนูผัด ทอด หรือใช้ทำเบเกอรี่ “น้ำมันข้าวโพด” มีโอเมก้า 6 และ 9 สูง และมีไฟโตสเตอรอล ช่วยลดคอเลสเตอรอลในร่างกาย เหมาะสำหรับเมนูผัด ทอด ช่วยให้อาหารมีกลิ่นหอมตามแบบฉบับของน้ำมันข้าวโพด หรือ “น้ำมันทานตะวัน” มีกรดลิโนเลอิกและวิตามินอีที่ป้องกันความสึกหรอของเซลล์ และช่วยต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย”

คุณพาชัยกล่าวย้ำว่า “หัวใจของแบรนด์องุ่น คือ เราไม่เคยหยุดพัฒนาผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิตโดยคำนึงถึงผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง หรือ Customer Centric นำความต้องการของผู้บริโภคมาเป็นแกนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยความเข้าใจ ห่วงใย และใส่ใจถึงความต้องการของผู้บริโภคในทุกมิติ ทั้งด้านคุณภาพที่เริ่มจากการคัดสรรเมล็ดถั่วเหลืองคุณภาพตั้งแต่ต้นทางนำมาผ่านกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน ส่วนกลยุทธ์การทำการตลาดในประเทศและต่างประเทศ มองว่า “Culture และ Lifestyle ที่ต่างกันบ่งบอกถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่แตกต่างกัน จำเป็นต้องปรับกลยุทธ์ให้เข้าถึงความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละพื้นที่ รวมถึงการกระจายสินค้าภายใต้สภาพแวดล้อมที่แตกต่าง ทำอย่างไรที่จะควบคุมคุณภาพสินค้าให้ได้มาตรฐานคงเดิมเมื่อเดินทางไปถึงที่หมาย โดยยึดหลัก ‘คุณภาพสำหรับลูกค้ามาก่อนเสมอ’ ด้านความสะดวกในการใช้ บริษัท ได้พัฒนาบรรจุภัณฑ์โดยออกแบบขวดโฉมใหม่ที่ฝาเปิดสะดวก ห่วงดึงง่าย รินน้ำมันเป็นสายไม่ไหลเลอะขวด นอกจากนี้ยังคำนึงถึงเทรนด์การบริโภคสีเขียว (Eco-Friendly Consumption) และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมด้วยการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ยกเลิกการใช้พลาสติกหุ้มฝาขวด (Cap Seal) และปรับโฉมขวดน้ำมันพืชเป็นขวดโฉมใหม่ใช้เม็ดพลาสติกน้อยลง แต่มาตรฐานความแข็งแรงยังคงเดิม ช่วยลดปริมาณการใช้เม็ดพลาสติกได้ถึง 350,000 กิโลกรัมต่อปี รวมถึงยังพัฒนากล่องลูกฟูกสำหรับบรรจุน้ำมันพืชเป็นกระดาษรีไซเคิลด้วย”

บริษัทได้จัดทำ Carbon Footprint ทั้งในระดับองค์กรและระดับผลิตภัณฑ์ โดยตั้งเป้าหมายบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี ค.ศ. 2045 และมุ่งสู่การเป็นองค์กรปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) ภายในปี ค.ศ. 2060 เพื่อสะท้อนความเป็นแบรนด์ที่ใส่ใจผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆ กัน” ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นคำตอบได้อย่างดีว่าทำไม “องุ่น” ถึงครองใจผู้บริโภคมายาวนาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...