โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ผู้สูงอายุ’ อ่อนเพลียไม่มีแรง กินอะไรดี? เช็ก 10 อาหารเพิ่มพลังที่ไม่ควรพลาด!

The Bangkok Insight

อัพเดต 19 ก.ค. 2566 เวลา 18.40 น. • เผยแพร่ 19 ก.ค. 2566 เวลา 18.40 น. • The Bangkok Insight

"ผู้สูงอายุ" อ่อนเพลียไม่มีแรง กินอะไรดี? แนะนำ 10 อาหารเพิ่มพลังที่ผู้สูงอายุไม่ควรพลาด

ผู้สูงอายุอ่อนเพลียไม่มีแรงกินอะไรดีบางคนเบื่ออาหารทานได้น้อยเมื่ออายุเพิ่มสูงขึ้นปัญหาสุขภาพต่างๆ มักตามมาเป็นเรื่องธรรมชาติเกิดจากการเสื่อมสภาพตามอายุที่มากขึ้น อย่างไรก็ตามผู้สูงอายุควรได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากบุตรหลาย สำหรับปัญหาที่มักพบบ่อยคือ เหนื่อยง่าย ร่างกายอ่อนเพลีย เคลื่อนไหวช้าลง ปัญหาสุขภาพที่เรียกว่าความเปราะบางในผู้สูงอายุหรือ (Frailty) ดังนั้นการดูแลเรื่องอาหารการกินจึงเป็นสิ่งสำคัญ

ผู้สูงอายุ

ผู้สูงอายุเบื่ออาหารอ่อนเพลียไม่มีแรง

ผู้สูงอายุหลายคนเบื่ออาหารกินได้น้อยจึงเป็นสาเหตุทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย สาเหตุที่ทำให้เบื่ออาหาร เช่น ระบบประสาทรับรสด้อยประสิทธิภาพหรือฟันมีปัญหาในการเคี้ยว กลืนลำบาก สำลักบ่อย เป็นต้น ทำให้ผู้สูงอายุเบื่ออาหารไปโดยปริยาย ความเครียดเป็นส่วนหนึ่ง เมื่อร่างกายได้รับสารอาหารน้อยจึงเกิดภาวะขาดสารอาหารทำให้ร่างกายอ่อนเพลียไม่มีแรงภูมิคุ้มกันต่ำและโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ มักตามมาได้ง่าย

วิธีสังเกตผู้สูงอายุอ่อนเพลียไม่มีแรง

  • มีปัญหาเรื่องการทรงตัว ยืนเองไม่ได้หรือไม่มีแรงถือของ
  • น้ำหนักตัวลดลงหรือรูปร่างผอมลงอย่างรวดเร็ว
  • รู้สึกเหนื่อยง่ายทำกิจกรรมต่างๆ ได้ไม่เต็มที่
  • มีปัญหาเรื่องการเคลื่อนไหวร่างกายเดินช้าลง

ผู้สูงอายุอ่อนเพลีย ไม่มีแรง กินอะไรดี

อาหารการกินเป็นสิ่งสำคัญ ผู้สูงอายุควรรับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงมีส่วนสำคัญช่วยลดอาการอ่อนเพลีย อาหารที่ควรกินมีดังต่อไปนี้

ผู้สูงอายุ

1. อาหารที่มีโปรตีน

ผู้สูงอายุมักเจอกับภาวะมวลกล้ามเนื้อน้อยทำให้ร่างกายอ่อนแรงโปรตีนเป็นสารอาหารสำคัญช่วยทำให้ร่างกายมีพละกำลังเพิ่มขึ้น ช่วยเสริมสร้างมวลกล้ามเนื้อฟื้นฟูกล้ามเนื้อและลดการอักเสบของกล้ามเนื้ออาหารที่มีโปรตีน เช่น เนื้อ นม ไข่หรือจะเป็นธัญพืช ถั่วเหลือง เต้าหู้ ถั่วลิสง ฯลฯ

2. วิตามินบี 12

ผู้สูงอายุควรทานอาหารที่มีวิตามินบี 12 เช่น เนื้อแดง ปลาหรือผลิตภัณฑ์จากนม เป็นต้น หากร่างกายขาดวิตามินบี 12 อาจเป็นสาเหตุของภาวะโลหิตจางหรือตัวเหลืองและยังส่งผลต่อการทำงานของระบบประสาทด้วยทำให้การรับรู้ช้าลงหลงๆ ลืมๆ รวมไปถึงปัญหามือเท้าชาอ่อนเพลียไร้เรี่ยวแรงและเบื่ออาหาร

3. ธาตุเหล็ก

ผู้สูงอายุอ่อนเพลียไม่มีแรงกินอะไรดี แนะนำอาหารที่มีธาตุเหล็ก เช่น ผักใบเขียว รำข้าว เนื้อสัตว์ เครื่องในสัตว์ เป็นต้น หากร่างกายได้รับธาตุเหล็กไม่เพียงพออาจเกิดโรคโลหิตจางเมื่อเม็ดเลือดแดงน้อยการลำเลียงออกซิเจนรวมถึงสารอาหารไปยังอวัยวะต่างๆ น้อยลงด้วยเป็นสาเหตุทำให้ร่างกายอ่อนเพลียโดยเฉพาะผู้สูงอายุเพศหญิงควรได้รับธาตุเหล็กมากกว่าเพศชาย

4. วิตามินดี

ผู้สูงอายุควรได้รับวิตามินดีอย่างเพียงพอหน้าที่หลักของวิตามินดีคือช่วยควบคุมความสมดุลของแร่ธาตุ แคลเซียมและฟอสเฟต มีส่วนช่วยให้กระดูกแข็งแรงช่วยลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ เส้นเอ็นและผังผืด วิตามินดียังช่วยต้านการอักเสบและเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน อาหารที่มีวิตามินดี เช่น ปลาทูน่า ปลาแซลมอน ปลาซาดีน และไข่แดงเป็นต้น

5. คาร์โบไฮเดรต

อาหารที่มีคาร์โบไฮเดรต เช่น ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ข้าวกล้อง แป้ง ธัญพืช เป็นต้น ผู้สูงอายุควรทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตเพราะเป็นแหล่งพลังงานสำคัญของร่างกายช่วยเพิ่มพลังงานเสริมสร้างสุขภาพที่ดีลดอาการอ่อนเพลียได้หากร่างกายขาดคาร์โบไฮเดรตอาจเสี่ยงต่อการขาดสารอาหารและเกิดปัญหาสุขภาพต่างๆ ตามมา

6. แคลเซียม

ผู้สูงอายุมักมีปัญหาเรื่องกล้ามเนื้อและกระดูกแคลเซียมคือสารอาหารสำคัญช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและกระดูก ป้องกันโรคกระดูกพรุน หากได้รับแคลเซียมในปริมาณที่เหมาะสมช่วยลดปัญหากล้ามเนื้ออ่อนแรงและอาการอ่อนเพลียได้ด้วยสำหรับผู้สูงอายุควรได้รับแคลเซียมอย่างน้อยวันละ 1,000 มิลลิกรัม อาหารที่มีแคลเซียมสูง เช่น นมถั่วเหลืองหรือผลิตภัณฑ์จากนม ปลา ผักใบเขียว เป็นต้น

ผู้สูงอายุ

7. ดื่มน้ำให้เพียงพอ

น้ำคือสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยโดยเฉพาะผู้สูงอายุควรดื่มน้ำให้ได้วันละ 6-8 แก้ว น้ำช่วยรักษาสมดุลของร่างกายและยังช่วยขับของเสียออกจากร่างกาย การดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสมจะทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น ป้องกันภาวะอ่อนเพลียช่วยป้องกันอาการท้องผูก สำหรับผู้สูงอายุที่ดื่มชา กาแฟเป็นประจำแนะนำให้ดื่มไม่เกินวันละ 1 แก้ว

8. โพแทสเซียม

เมื่อร่างกายขาดโพแทสเซียมอาจทำให้มีปัญหาอ่อนเพลียหรือกล้ามเนื้ออ่อนแรงได้ แหล่งอาหารที่มีโพแทสเซียมสูง ยกตัวอย่างเช่น ส้ม ฝรั่ง กล้วย มะเขือเทศ กะหล่ำปลี บล็อกโคลี่ ผักโขม ข้าวโอ๊ต เป็นต้น โพแทสเซียมช่วยรักษาระดับความดันโลหิตและยังช่วยเสริมสร้างการทำงานของกล้ามเนื้อระบบประสาทรวมถึงช่วยรักษาสมดุลของเหลวในร่างกาย

9. แมกนีเซียม

แมกนีเซียมมีส่วนช่วยลดอาการอ่อนเพลียและลดความเหนื่อยล้า ผู้สูงอายุควรทานอาหารที่มีแมกนีเซียมในปริมาณที่เพียงพอ เช่น ถั่วเปลือกแข็ง ผักแคล ธัญพืชไม่ขัดสี เมล็ดฟักทอง เป็นต้น นอกจากนั้นแมกนีเซียมยังช่วยป้องกันโรคหัวใจและดีต่อระบบประสาทอีกด้วย

10. วิตามินซี

วิตามินซีช่วยแก้อาการอ่อนเพลียเพิ่มพลัง เพิ่มความสดชื่น กระปรี้กระเปร่า ผู้สูงอายุควรทานผักและผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง เช่น กีวี ส้ม มะขามป้อม สตอเบอรี่ ฝรั่ง มะระขี้นก พริกหวาน เป็นต้น วิตามินซีช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันที่ดีให้กับร่างกายและยังช่วยเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็ก ช่วยในกระบวนการสังเคราะห์คอลลาเจนช่วยให้ร่างกายเผาผลาญไขมันได้ตามปกติ

ผู้สูงอายุอ่อนเพลียไม่มีแรงกินอะไรดี ทั้งหมดนี้ที่เราแนะนำเป็นอาหารเพิ่มพลังที่ผู้สูงอายุไม่ควรพลาด ผู้สูงอายุควรรับประทานอาหารที่ดีและมีประโยชน์ต่อร่างกาย อาหารต่าง ๆ เหล่านี้นอกจากช่วยเพิ่มพลังช่วยลดอาการอ่อนเพลีย ลดความเหนื่อยล้าได้แล้วและยังช่วยให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพที่ดีอีกด้วย

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...