โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

สายลับทะลุมิติ ไปเป็นอนุตัวร้าย

นิยาย Dek-D

อัพเดต 10 มี.ค. 2567 เวลา 11.20 น. • เผยแพร่ 10 มี.ค. 2567 เวลา 11.20 น. • น้องเหม่ยเหมย
สายลับยุค2000อย่างฉันทะลุไปในยุคโบราณ แถมยังมีสถานะเป็นเพียงอนุต่ำต้อยสุดร้ายกาจ แม้เป็นภรรยาคนเดียวแต่สามีเกลียดชัง คนอื่นหยามเหยียด ใครจะไปยอมกันเล่า!

ข้อมูลเบื้องต้น

สายลับยุค2000อย่างฉันทะลุไปในยุคโบราณ แถมยังมีสถานะเป็นเพียงอนุต่ำต้อยสุดร้ายกาจ แม้เป็นภรรยาคนเดียวแต่สามีเกลียดชัง คนอื่นหยามเหยียด ใครจะไปยอมกันเล่า!

สายลับยุค2000อย่างฉันทะลุไปในยุคโบราณ

แถมยังมีสถานะเป็นเพียงอนุต่ำต้อยสุดร้ายกาจ

แม้เป็นภรรยาคนเดียวแต่สามีเกลียดชัง

คนอื่นหยามเหยียด

ใครจะไปยอมกันเล่า!!!

เรื่องนี้อยู่ใน ซีรีย์ สายลับทะลุมิติ

เป็นโปรเจคที่สองนักเขียนจีนโบราณ มายุมายูและน้องเหม่ยเหมย แต่งร่วมกัน

แต่ละเรื่องออกเป็นหนึ่งเล่มจบค่า

ใครชอบแนวนี้ไปตามอ่านได้เลยค่า

(ไม่ได้ต่อกันอ่านเรื่องไหนก่อนก็ได้งับ หรืออ่านสองเรื่องควบคู่กันเลยก็ได้5555)

ฝากพวกเราสองคนด้วยนะคะ

สายลับทะลุมิติ ไปเป็นคุณหนูที่ถูกทิ้ง

โดย มายุมายู จิ้มไปอ่านที่นี่

สายลับทะลุมิติ ไปเป็นอนุตัวร้าย

สายลับยุค2000อย่างฉันทะลุไปในยุคโบราณ แถมยังมีสถานะเป็นเพียงอนุต่ำต้อยสุดร้ายกาจ แม้เป็นภรรยาคนเดียวแต่สามีเกลียดชัง คนอื่นหยามเหยียด ใครจะไปยอมกันเล่า!

โดย น้องเหม่ยเหมย จิ้มไปอ่านที่นี่

การอัพเหมือนเช่นเคยอัพให้อ่านฟรีจนจบนะคะ


เรื่องนี้มี e book ในเมพแล้วน้าาา

จัดโปรอยู่ด้วยยยยยยยไปตำ

กดตรงนี้

สายลับทะลุมิติ

เรื่องนี้อยู่ใน ซีรีย์ สายลับทะลุมิติ

เป็นโปรเจคที่สองนักเขียนจีนโบราณ มายุมายูและน้องเหม่ยเหมย แต่งร่วมกัน

แต่ละเรื่องออกเป็นหนึ่งเล่มจบค่า

ใครชอบแนวนี้ไปตามอ่านได้เลยค่า

(ไม่ได้ต่อกันอ่านเรื่องไหนก่อนก็ได้งับ หรืออ่านสองเรื่องควบคู่กันเลยก็ได้5555)

ฝากพวกเราสองคนด้วยนะคะ

สายลับทะลุมิติ ไปเป็นคุณหนูที่ถูกทิ้ง

โดย มายุมายู จิ้มไปอ่านที่นี่

สายลับทะลุมิติ ไปเป็นอนุตัวร้าย

สายลับยุค2000อย่างฉันทะลุไปในยุคโบราณ แถมยังมีสถานะเป็นเพียงอนุต่ำต้อยสุดร้ายกาจ แม้เป็นภรรยาคนเดียวแต่สามีเกลียดชัง คนอื่นหยามเหยียด ใครจะไปยอมกันเล่า!

โดย น้องเหม่ยเหมย จิ้มไปอ่านที่นี่

การอัพเหมือนเช่นเคยอัพให้อ่านฟรีจนจบนะคะ

ฝากเรื่องเก่าด้วยนะคะ มี e book แล้ว

ทั้งใน dek d และใน Meb เลย

มีโปรลดอยู่ด้วยในเมพจำนวนจำกัด

จิ้ม


ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่ถูกทิ้ง❤

เกริ่น : โดนสามีทิ้งหรือ….ดียิ่ง ข้าจะได้ออกไปก่อร่างสร้างตัวด้วยสองมือของตนเอง

จิ้ม

บทนำ

บทนำ

ณ จวนแห่งหนึ่ง

“นายท่านหวงจื่อหานกลับมาแล้ว ยินดีต้อนรับกลับสู่จวนขอรับ”

น้ำเสียงแหบพร่าตามอายุที่กำลังล่วงเข้าเลขหกสิบเอ่ยทักเจ้านายหนุ่มผู้เป็นผู้มีอำนาจสูงสุดในจวนขนาดใหญ่โอ่อ่าแห่งนี้ โดยมีเขาเป็นพ่อบ้านดูแลรับผิดชอบเรื่องภายในจวน

จวนหลังใหญ่กินพื้นที่หลายลี้ หากนำมาจัดอันดับความยิ่งใหญ่จวนหลังนี้คงติดหนึ่งในสิบของจวนในเมืองหลวงได้อย่างไม่ยาก

กว้างขวางแต่ช่างเงียบเหงายิ่งนัก

ในจวนมีหลายสิบเรือนเรียงรายอยู่ในอาณาเขตทว่ากลับว่างเปล่าไร้ผู้คนพักอาศัยเพราะในจวนแห่งนี้มีเจ้านายเพียงคนเดียวเท่านั้นซึ่งก็คือ….

หวงจื่อหาน

ชายหนุ่มผู้มีอายุเพียงยี่สิบแปดหนาวทว่าประสบความสำเร็จเป็นถึงขุนนางขั้นหนึ่งผู้ครอบครองตำแหน่ง….

ผู้ตรวจการแผ่นดิน

หัวหน้าหน่วยงานพิเศษ สำนักบูรพา

กองกำลังมากฝีมืออย่างองค์รักษ์เสื้อแพรเองก็อยู่ภายใต้การบัญชาการของสำนักนี้

ทั้งหมดทั้งมวลชายหนุ่มขึ้นตรงต่อองค์ฮ่องเต้เพียงผู้เดียวเท่านั้น

และอีกสถานะหนึ่งที่ผู้คนหวั่นเกรงไม่แพ้กันคือ
หวงจื่อหานเป็นสหายร่วมเรียนสำนักเดียวกันกับฮ่องเต้คนปัจจุบันอีกด้วย

ทว่าชายหนุ่มประสบความสำเร็จแค่เพียงเรื่องงานด้านเดียวเท่านั้น ด้านที่เหลือ….

ไร้ซึ่งครอบครัว ญาติมิตรสนิทกันเท่ากับศูนย์

อายุปูนนี้ภรรยาสักคนไม่แม้แต่คิดจะมีในหัว

ดังนั้นไม่แปลกที่ในจวนแห่งนี้จะทั้งว่างเปล่าและเงียบเหงาราวกับไร้สิ่งมีชีวิตอยู่อาศัยเช่นนี้

พ่อบ้านชรายิ้มต้อนรับผู้เป็นนาย

“พ่อบ้านจ้าว สั่งคนไปทำความสะอาดที่เรือนสักหลังและจัดหาข้าวของเครื่องใช้เตรียมให้คนเข้าไปอยู่”

“ขอรับ ว่าแต่เตรียมให้ใครหรือขอรับนายท่าน”

หน้าผากยับย่นยิ่งยู่เข้ามากันเข้าไปใหญ่ ร้อยวันพันปีจวนแห่งนี้มิเคยต้อนรับแขก

“….”

เพียงคำถามธรรมดาคำถามหนึ่งเอ่ยออกมาก็สามารถกระตุ้นให้ใบหน้าหล่อเหลาคมคายที่ปกตินิ่งขรึมทวีความแข็งเกร็ง ความเกลียดชังใครบางคนขึ้นมา อีกทั้งร่างสูงองอาจยังแผ่รังสีโหดเหี้ยมอำมหิตออกมาสร้างความหวาดหวั่น ทำให้คนใช้โดยรอบพากันกรูถอยหลังโดยไม่รู้ตัว

ใครกันที่ทำให้เจ้านายน้อยของเขาแสดงท่าทีเกลียดชังได้ถึงเพียงนี้

“อย่ามาแตะต้องข้านะพวกขี้ข้า ข้าบอกแล้วอย่างไรว่าข้าเป็นสตรี สวมกระโปรงยาวเช่นนี้จะให้ข้ากระโดดลงจากรถม้าที่สูงขนาดนี้โดยมิมีบันไดได้อย่างไร มือพวกเจ้ากล้าแตะต้องตัวข้ารึ! สกปรก….เหอะ หากมิมีบันได ข้ามิลง”

เสียงแหลมสูงของสตรีกำลังตวาดคนรับใช้ผู้น่าสงสารเรียกความสนใจจากพ่อบ้านชราได้เป็นอย่างดี

ภาพสตรีในอาภรณ์เนื้อผ้าคุณภาพธรรมดาๆผู้หนึ่งกำลังยืนเชิดหน้า สองมือจับกุมกันเอาไว้บนหน้าตัก กริยาท่าทางราวกับสตรีชั้นสูง ทว่าเสียงที่นางเปล่งออกมานั้นช่างตรงกันข้ามกับภาพลักษณ์ที่เห็นยิ่งนัก

สตรีผู้นี้จัดเป็นโฉมงามอันดับต้นๆในแคว้นฉู่แห่งนี้ได้ไม่ยาก แม้ว่านางสวมใส่อาภรณ์ธรรมดายิ่งก็ยังมิสามารถกลบความงดงามที่เปล่งออกมาจากตัวนางมิได้เลย

ดวงตาหยิ่งยโสเรียวรีกำลังจ้องมองไปที่ผู้อื่นราวกับผู้สูงศักดิ์มองเศษธุรีดินเบื้องล่าง คิ้วเรียวยาว สันจมูกโค้งสูง โครงหน้าเรียวงาม ริมฝีปากสีชมพูระเรื่อดั่งกลีบกุหลาบ เส้นผมสีดำสนิทกำลังพริ้วไหวราวกับน้ำตกพริ้วไปตามสายลม รูปร่างนางหรือก็งามล้ำเลิศเหนือคำบรรยายใดๆ

งดงามราวกับภาพวาดอันประณีต

ทำให้คนมองรู้สึกว่าสิ่งที่เห็นตรงหน้านั้นไม่เป็นความจริง

ทว่าสิ่งที่บรรยายมาทั้งหมดกลับพังทลายทันทีเมื่อเจ้าของความงดงามเหล่านี้เปล่งวาจาออกมา

“ยังกล้าใช้สายตาชั้นต่ำมองข้าอีก ไปสิ! ไปเอาบันไดมาให้ข้าเหยียบ”

“ที่จวนของเรามะ ไม่เคยมีสตรีมาก่อน ละ เลยไม่มีบันไดขะ ขอรับมะ แม่นาง”

“น่าขันยิ่ง เช่นนั้นเจ้าก็ลงมานั่งชันเข่าแทนบันไดให้ข้าเหยียบลงสิ….เดี๋ยวนี้!”

“หะ หา!”

“เจ้าควรจะภูมิใจนะที่หน้าขาของเจ้าได้สัมผัสกับรองเท้าของข้า เร็ว! ข้าร้อนเต็มทีแล้ว!”

“ขะ ขอรับ”

“พ่อบ้านจ้าว….เรือนที่ให้จัดเตรียม เอาเป็นเรือนหลังเล็กท้ายจวน ยิ่งไกลจากเรือนของข้ามากเท่าไหร่ยิ่งดี”

“ขอรับ อะ เอ่อ สตรีท่านนี้คือผู้ใดหรือขอรับนายท่าน”

“เหอะ….อนุที่น่ารังเกียจคนหนึ่งก็เท่านั้น!”

“อะ อนุ!!!!”

ในโรงครัวกลาง

“นั่นทำไมเจ้าถือถาดอาหารเต็มชามกลับมาเล่า อนุหวางไม่หิวรึ”

สาวใช้ใบหน้าหน้าเปื้อนน้ำตา ที่ข้างแก้มมีรอยนิ้วมือแดงเถือกราวกับถูกคนตบมาอย่างแรง ในมือถือถาดที่วางชามทั้งกับข้าวหน้าตาน่าทาน กลิ่นโชยหอมกรุ่นและข้าวสวยกำลังร้อนได้ที่กลับมาที่ห้องครัวอีกครั้งทั้งที่เพิ่งเดินยกออกไปเมื่อไม่ถึงครึ่งก้านธูปที่แล้ว

“ฮึก ฮึก นางร้ายกาจยิ่งนัก ฮึก นะ นางบอกว่าข้ากลั่นแกล้งนาง บอกว่าข้าเอาอาหารที่คนใช้กินไปให้นาง พอข้าแก้ความเข้าใจผิดจึงโดนตวาดว่าข้าเถียงนางแถมยังโดนตบกลับมาเช่นนี้ ฮึก ชีวิตนี้ข้ามิเคยเจอสตรีใดปากร้ายและกริยาราวกับนางมารเช่นนี้มาก่อน ฮึก”

“จริงรึ อาหารคนใช้? นี่มันอาหารเดียวกับสำรับของนายท่านด้วยซ้ำไป ไยนางจึงเรื่องมากเช่นนี้ เจ้าเจ็บหน้าหรือไม่ ไป ไปทายาก่อน”

ไม่ทันไรสาวใช้ในครัวคนอื่นก็เดินเข้ามาร่วมวงสนทนา

“ไยนางจึงเอ่ยราวกับตนเองสูงส่งดีเลิศมาจากที่ไหน ข้าเพิ่งไปสอบถามผู้คุ้มกันติดตามนายท่านไปต่างเมืองมา นางมิได้ต่างจากสตรีอย่างพวกเรามากนักหรอกนะ”

“หากเป็นเรื่องของผู้อื่นเจ้านี่ว่องไวเชียวนะอาอี”

“แน่นอน….อนุใหม่ผู้นั้นเห็นท่านอู๋สี่บอกว่าเป็นบุตรีจากอนุภรรยาคนหนึ่งของท่านเจ้าเมืองอานฉวนที่นายท่านไปพักค้างแรมที่จวนตอนเดินทางไปทำงานให้ฝ่าบาท ทว่าสตรีผู้นั้นคิดร้ายวางยากำหนัดให้นายท่านของเราในค่ำคืนหนึ่งเพื่อปีนเตียงซึ่งนางทำสำเร็จ นายท่านจึงจำยอมรับนางเข้ามาเป็นอนุติดตามกลับเมืองหลวงเช่นนี้เพราะเห็นแก่หน้าของบิดานาง ดูสิพอได้เป็นเมียเจ้านายของเราก็เหิมเกริมขนาดนี้ ต่อไปพวกเราอยู่ไม่สงบสุขเป็นแน่”

“ที่แท้ก็เป็นอนุภรรยาที่นายท่านมิเต็มใจรับนี่เอง ข้าว่าแล้วว่าไยนายท่านจึงผลักไสนางให้อาศัยอยู่เรือนห่างไกลเช่นนั้น ตอนกลับมาข้าสังเกตเห็นนะว่าแม้แต่หน้านางนายท่านไม่แม้แต่แลตามองเลยสักนิด”

“แล้วทีนี้ในหมู่พวกเราผู้ใดจะเป็นคนยกสำรับใหม่ไปให้นางเล่า นิสัยเช่นนี้ข้ามิกล้าเข้าใกล้อีกหนหรอกนะ”

“นั่นสิ อาหารฝีมือแม่ครัวออกจะน่ากิน นางเลือกกินราวกับเมื่อก่อนตนเองเป็นคุณหนูตระกูลใหญ่อย่างนั้นแหละ ข้าว่าเมื่อก่อนนางต่ำต้อยมากกว่านี้ด้วยซ้ำไปไยจึงเลือกมากหนักหนานะ”

“ทำอาหารใหม่ก็พอกระมัง เดี๋ยวข้าเอาไปวางไว้ที่หน้าเรือนนางเองก็ได้ หากไม่กินก็อดตายไปก็แล้วกัน หากเลือกมากขนาดนั้น”

“ได้ๆ หนนี้ตาเจ้าเอาไปให้นางกิน”

เมื่อตกลงกันได้สาวใช้ห้องครัวจึงแยกย้ายกันกลับไปทำงานของตนต่อ

ณ เรือนหลังน้อยท้ายจวน

“อนุหวาง สำรับอาหารข้าวางไว้หน้าประตูเรือนท่านนะเจ้าคะ พอดีว่าข้ามีงานต้องรีบไปทำต่อ ขอตัวก่อนนะเจ้าคะ”

“….”

เมื่อไร้เสียงตอบรับสาวใช้ใจกล้าผู้อาสามาส่งอาหารจึงรีบเร่งเดินออกจากเรือนไปเพราะกลัวโดนตบหรือไม่ก็โดนด่ากลับมาเหมือนเพื่อนร่วมงานคนก่อนหน้านาง

แอ๊ด ปึง!

สตรีโฉมงามแต่ภายนอกทว่าภายในมิต่างอันใดกับนางมารร้ายเอื้อมแต่มือออกมาเพื่อหยิบถาดอาหารเข้าไปในห้องนอนของตนเอง

ริมฝีปากบางเบะปากเมื่อเห็นอาหารบนถาด….

ที่ทั้งธรรมดาไร้การตกแต่งอย่างประณีตอย่างที่ตนเคยกินอยู่เป็นนิจ

หากนางไม่หิวจนท้องไส้แทบขาด อย่านึกว่าสตรีชั้นสูงอย่างนางจะลดตัวลงมากินอาหารหน้าตาธรรมดาเช่นนี้หรอกนะ

มือเรียวยาวผิวพรรณขาวดั่งหิมะ อีกทั้งยังเรียบเนียนนุ่มมิต่างจากผิวเด็ก ราวกับนางมิเคยหยิบจับของหนักหยิบตะเกียบคีบอาหารเข้าปากชิ้นแล้วชิ้นเล่าอย่างเชื่องช้า ทุกคำล้วนเคี้ยวโดยละเอียดก่อนกลืน

นางละเมียดละไมกินทั้งๆที่ท้องหิวจนไส้แทบขาด ทว่ายังกินไปไม่ทันถึงสามคำ ตะเกียบในมือก็หล่นลงมา

นางมีอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก ตามตัวมีผื่นขึ้นแดงไปทั้งตัว ริมฝีปากบวมเป่ง ตาบวม ใบหน้านางก็เริ่มบวมตามไปด้วยจนในที่สุดร่างบางที่กำลังนั่งอยู่นอนลงไปไอโขลกกับพื้น ดวงตาเหลือบมองอาหารที่ตนเองเพิ่งกินเข้าไปเขม็ง

“แค่ก อึก”

ในวาระสุดท้ายของชีวิต นางนึกถึงภาพบุคคลที่นางคิดถึงสุดหัวใจก่อนหมดลมหายใจลาลับจากโลกนี้ไป

“สะ เสด็จ…พ่อ อึก….สะ แม่”

ทิ้งปมไว้ด้วย ฝากติดตามด้วยนะคะ

สายลับทะลุมิติ (1)

บทที่หนึ่ง

สายลับทะลุมิติ

เฮือก!!!

แฮ่ก แฮ่ก

อู๋ย่าลู่สูดหายใจเฮือกใหญ่เข้าปอดอย่างกับคนหิวโหยอากาศ เมื่อครู่หญิงสาวรู้สึกราวกับตนเองไม่หายใจ

เมื่อสักครู่นางกำลังทำภารกิจขั้นสุดท้ายเสร็จสิ้น

ใช่ นางเป็นสายลับ….ได้รับมอบหายให้ทำภารกิจระดับประเทศอยู่

ในห้องลับขององค์กรแห่งหนึ่งที่อู๋ย่าลู่ใช้เวลาแรมเดือนในการค้นหาท้ายที่สุดก็เจอห้องลับเป้าหมาย ในขณะที่นางกำลังค้นหาของที่ต้องการในชั้นวางแฟ้มเอกสารมากมายจู่ๆ หญิงสาวก็รู้สึกพื้นดินที่ตนเองเหยียบอยู่ยุบตัวลงกลายเป็นพื้นที่ว่างเปล่าแทน แน่นอนว่าร่างนางต้องล่วงลงสู่ด้านล่างตามกฎแรงโน้มถ่วงของโลกอยู่แล้ว

อู๋ย่าลู่ร่วงลงไปข้างล่างอย่างไร้ขีดจำกัด ช่วงวินาทีที่นางร่วงเคว้งอยู่ในอากาศว่างเปล่าราวกับมีคนกำลังบีบก้นเนื้อหัวใจในอกข้างซ้ายของนางทำให้อู๋ย่าลู่อึดอัดจนหายใจไม่ออกจนในที่สุดร่างบางก็ไร้สติสัมปชัญญะ

ฟื้นมาอีกทีก็ตอนนี้นี่แหละ

“ที่นี่ที่ไหนเนี่ย”

สถาปัตยกรรมไม่คุ้นตาเลยสักนิด

อู๋ย่าลู่ลุกขึ้นมานั่งหลังตรง ปรับดวงตาให้รับแสงมองให้ชัดเจนก่อนค่อยกวาดสายตาสำรวจรอบห้อง

ผนังห้องทำจากไม้โบราณ เฟอร์นิเจอร์วางในห้องก็โบราณ ตอนนี้นางกำลังนอนอยู่บนตั่งไม้ บนตัวห่มผ้าแพร….อืม ก็ดูโบราณอีกเช่นเดียวกัน

หากนี่เป็นซีรีย์ในโทรทัศน์อู๋ย่าลู่คงนึกว่าตนเองกำลังทะลุมิติย้อนกลับมายุคโบราณเมื่อหลายพันปีก่อนยุคค.ศ.สองพัน

กลิ่นสมุนไพรลอยนำเข้ามาก่อนตามมาด้วยเสียงฝีเท้าของคนมากกว่าสองคนเดินเข้ามาในห้องที่อู๋ย่าลู่นั่งอยู่

“ทางนี้เลยเจ้าค่ะท่านหมอ เร็วเถอะเจ้าค่ะ”

“ไกลยิ่งนัก”

“อะ อ้าว ท่านฟื้นแล้ว ระ รึเจ้าคะ”

สาวใช้เมื่อได้สบตากับสตรีบนตั่งไม้จากตอนแรกที่มีท่าทีร้อนรนก็กลายเป็นหดตัวถอยกรูไปอยู่มุมห้องนอนปล่อยให้ชายชราที่ตนเองพามายืนอ้างว้างอยู่กลางห้อง

“ไหนบอกว่าคนป่วยตัวเย็น เหมือนไม่หายใจแล้วอย่างไร ไหนแม่นางที่เจ้าตามข้ามารักษาเล่า”

“นะ นั่นแหละเจ้าคะ ท่านหมอ” นิ้วชี้สั่นเทาชี้มาทางอู๋ย่าลู่ที่กำลังนั่งนิ่งงัน ราวกับในสมองของหญิงสาวกำลังประมวลผลผูกติดเรื่องราวต่างๆ ในหัวไม่พร้อมรับสิ่งใหม่เข้ามาทั้งสิ้น

สาวใช้ผู้นั้นราวกับคนเห็นผี นางมั่นใจว่าแม้ตนเองไม่เรียนหนังสือมาทว่านางรู้ว่าคนเป็นกับตนตายต่างกันอย่างไร

เมื่อประมาณครึ่งชั่วยามก่อนนางเข้าไปเก็บชามข้างในเรือนเห็นอนุหวางนอนสลบข้างโต๊ะทานอาหาร

ทีแรกคิดว่าสตรีผู้นี้นอกจากปากร้ายแล้วยังขี้เกียจตัวเป็นขนขนาดลุกไปนอนดีดียังไม่ทำนางจึงพยุงไปนอนบนตั่งไม้ดีดี ทว่าด้วยความแปลกใจสาวใช้ตัวน้อยจึงเอื้อมมือสะกิด ทว่าสะกิดเท่าไหร่ก็ไม่ตื่น พอลองเอานิ้วอังใต้รูจมูกกลับพบว่าไร้ลมหายใจจึงวิ่งออกไปตามท่านหมอโดยทันที

แต่นี่ ไยคนที่นางคิดว่าตายแล้วจึงนั่งบื้ออยู่เช่นนี้ได้เล่า

ไม่แปลกที่สาวใช้ขั้นสามเช่นอาหลางจะคิดว่านางเป็นผีมาหลอกตอนกลางแสกๆ เช่นนี้

“พูดจาแปลกกันจัง ภาษาโบราณมาก….คงไม่ใช่อย่างที่คิดหรอกนะ….ลุงน่ะ ที่นี่มีกระจกไหมคะ ขอให้หนูอันหนึ่งสิคะ”

ชายชราที่ถูกเรียกว่าลุงชี้ที่ตนเองอย่างไม่เข้าใจ ก่อนจะขมวดคิ้วเมื่อแม่นางตรงหน้าพยักหน้าหงึกๆ พร้อมกับส่งยิ้มหวานมาให้

“กระจกคือสิ่งใด ไยเจ้าจึงพูดจาแปลกประหลาดเช่นนี้”

“โอ้ไม่นะ นี่ฉันย้อนมาอดีตจริงหรือเนี่ย” อู๋ย่าลู่ยกมือตบหน้าผากตนเองดังโป๊ะ! ก่อนหันมาอธิบายสิ่งที่ตนเองต้องการใหม่อีกรอบ “คันฉ่องเจ้าค่ะคุณลุง”

“อ้อ” เป็นสาวใช้ที่วิ่งโร่เข้าไปหาสิ่งที่อู๋ย่าลู่ต้องการเมื่อนางตั้งสติได้ “นี่เจ้าค่ะอนุหวาง”

“…..”

ความจริงที่ว่าอู่ย่าลู่โผล่เข้ามาในยุคโบราณตีแสกหน้าหญิงสาวอย่างจัง

แน่สิ หากไม่อยากยอมรับก็ต้องทำใจยอมรับในเมื่อพอหากพูดภาษาโบราณที่เคยเรียนมาปุบพวกเขาก็เข้าใจในทันที และที่สำคัญ….ภาพสตรีในกระจก

ทั้งอาภรณ์ที่นางสวมใส่ ทรงผม อีกทั้งใบหน้านี้ไม่ใช่อู่ย่าลู่แน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์

นี่นางมาโผล่ยุคโบราณไม่พอ นางยังโผล่มาสิงอยู่ในร่างคนอื่นอีกหรือนี่!!!

มาอยู่ในร่างใครไม่พอ ไหนเล่าความทรงจำของเจ้าของร่าง ทำไมหัวสมองเจ้าของกายหยาบนี้มันช่างว่างเปล่าเช่นนี้!!!

“สรุปคือฉัน….ไม่สิ ข้ามีนามว่าหวางเสี่ยวเหยา เป็นบุตรีของเจ้าเมืองอานฉวนอันไกลโพ้นกับมารดาที่มีฐานะเป็นอนุ ข้าถูกรับมาเป็นอนุภรรยาของเจ้านายพวกเจ้านายนามว่าอันนะ….หวงจื่อห่า….”

“มิใช่จะ เจ้าค่ะ นายท่านนามว่าหวงจื่อหานเป็นขุนนางสนิทขององค์ฮ่องเต้มีตำแหน่งเป็นผู้ตรวจการแผ่นดินเจ้าค่ะ”

“อ้อ นั่นแหละ หวงจื่อหานเขาเป็นสามีของข้า เราแต่งงานกันเมื่อไม่กี่วันก่อนงั้นเหรอ”

“อะ เอ่อ จะเรียกว่าแต่งงานก็ได้เจ้าค่ะ อนุวะ หวาง”

“เป็นผัวเมียกันก็ต้องแต่งงานกันสิ ข้าพูดผิดตรงไหนกัน”

“อะ เอ่อ เจ้าค่ะอนุหวางพูดถูกทุกอย่าง”

“ที่ข้าส่องในคันฉ่องเมื่อสักครู่ หากมิใช่เพราะดวงตาข้าผิดปกติข้าก็ว่าใบหน้านี้งดงามพอตัวอยู่นะ ไยเจ้าจึงเอาแต่ก้มหน้าไม่มองผู้พูดราวกับข้าน่าเกลียดน่ากลัวเสียอย่างนั้น หรือคนที่โบราณเขามีกฎไม่ให้บ่าวสบตาคนเป็นนายกัน”

“อะ เอ่อ มิได้น่าเกลียดเลยเจ้าค่ะ งะ งาม งดงามเหนือผู้ใดยิ่งเจ้าค่ะ”

“โกหก เจ้ากลัวข้า”

อู๋ย่าลู่ฟันธงในใจ

เรื่องความน่าเกลียดตัดออกไปเป็นอันดับแรก ท่าทางของสาวใช้ผู้นี้คือท่าทางของคนกลัวเจ้าของร่างนี้อย่างแน่นอน

เหมือนคนเคยโดนทำร้ายแล้วกลัวว่าจะโดนทำร้ายอีก

สงสัยนิสัยของสตรีผู้นี้คงแย่มาก

เฮ้อ สวรรค์หนอสวรรค์ไยให้อู๋ย่าลู่มาเกิดในร่างของคนสวยแต่รูปทว่าข้างในเน่าเฟะเช่นนี้

“ข้าคนเก่านิสัยแย่มากเลยใช่หรือไม่….ตอนนี้ข้าความจำเสื่อม เท่ากับเป็นคนใหม่ เจ้าไม่ต้องกลัวข้าแล้ว

มาๆ เจ้ามาตอบคำถามข้าดีกว่า….หวงจื่อหานมีภรรยากี่คนแล้ว”

“เจ้าคะ?”

“ข้าถามว่าสามีจอมเจ้าชู้ของข้ามีภรรยากี่คนแล้ว ข้าเป็นเมียน้อยคนที่เท่าไหร่รึ”

“นะ หนึ่งเจ้าค่ะ”

“ก็ยังดี นึกว่าคนในยุคโบราณจะมีภรรยาเป็นสิบเสียอีก เมียหลวงเขาชื่ออะไร”

“มะ ไม่มีเจ้าค่ะ ข้าน้อยหมายถึงนายท่านมีอนุภรรยาหนึ่งคนคือท่านเจ้าค่ะ”

“อ้าว” ตอนแรกที่ได้ยินว่าตนเองมีสถานะเป็นอนุภรรยาหากพูดถึงในปัจจุบันเขาเรียกกันว่าเมียน้อยนั่นเอง ตอนนั้นในใจอู๋ย่าลู่รู้สึกหดหู่ยิ่งนัก

ดันมาเกิดในร่างของสตรีมีสามีแล้วไม่พอ นางยังเป็นสตรีที่ใช้สามร่วมกับผู้อื่นอีกด้วย แน่นอนว่าสตรียุคสองพันอย่างอู๋ย่าลู่ไม่มีทางยอมรับเรื่องนี้ได้ คิดไกลขนาดที่ว่าจะหาทางหย่าขาดจากสามีเสียแล้วค่อยไปหาทางดำเนินชีวิตต่อไปข้างนอกด้วยตนเอง

ครั้นได้ยินว่าตนเองเป็นเมียคนเดียว จิตใจค่อยฟูฟ่องชุ่มชื้นขึ้นมาหน่อยแม้จะยังไม่ค่อยเข้าใจว่าไยมีเมียคนเดียวแต่กลับเป็นเพียงอนุภรรยาก็ตาม

“มีเมียเดียวแต่เป็นอนุภรรยา….อืม แปลกจัง”

“อันใดจังๆ นะเจ้าคะอนุหวาง”

“ข้าหมายถึงแปลกยิ่งนัก เจ้ามีอันใดจะเล่าเกี่ยวกับข้าอีกหรือไม่ เล่ามาให้หมด”

“อะ เอ่อ เอ่อ…มะ ไม่มีเจ้าค่ะ”

ไม่มีหรือไม่กล้าเล่ากันแน่ สาวใช้ผู้นี้คงไม่กล้าเล่าวีรกรรมของเจ้าของร่างนี้เป็นแน่

“ช่างเถอะ เดี๋ยวข้าอยู่ไปก็ปรับตัวได้เองนั่นแหละ”

ชาติที่แล้วงานของอู๋ย่าลู่ต้องเปลี่ยนสิ่งแวดล้อม สวมรอยเป็นบุคคลนู้นบุคคลนี้เพื่อแฝงตัวสืบข้อมูลตั้งมากมาย

ครั้งนี้แม้มิใช่การทำภารกิจเพื่อประเทศ ทว่าอู๋ย่าลี่จะถือว่าตนเองกำลังทำภารกิจเพื่อชีวิตตนเองก็แล้วกัน

ชาติที่แล้วหลังจากเรียนต่อต่างประเทศจบจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดก็สมัครเข้าไปเป็นสายลับในหน่วยงานสายลับของประเทศอังกฤษทันที ทำงานที่ตนเองภาคภูมิใจเพื่อประเทศจนกระทั่งอายุสามสิบนอกจากเรื่องงานที่ทำเพื่อประเทศแล้วเรื่องอื่นถือว่าอู๋ย่าลู่ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง

เป็นเด็กทุนหัวกะทิของประเทศ ทว่าไร้ครอบครัวเพราะเป็นเด็กกำพร้าอยู่ในความปกครองของมูลนิธิของนายทุนอังกฤษ

ตั้งแต่จำความได้จึงทำเพียงเดินตามเส้นทางที่มีคนวางให้เดินอยู่แล้ว

ไม่เคยท่องเที่ยวแบบไม่ต้องคิดถึงหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย

ไม่เคยมีความรักเพราะอาชีพของตนเองไม่มีหลักแหล่งที่แน่ชัด

จนกระทั่งตายเพราะดันไปจับวัตถุแปลกประหลาดสวรรค์เมตตาให้มาเกิดในร่างนี้อีกรอบ

ชาตินี้อู๋ย่าลู่จึงหมายใจเอาไว้แล้วว่านับจากวันนี้นางจะทำเพื่อตนเอง

ท่องเที่ยวเดินทางอย่างอิสระเสรี

สร้างครอบครัวของตนเอง มีสามี มีลูกอย่างอบอุ่น

ต่อจากนี้ไม่มีแล้วสายลับอู๋ย่าลู่

ตั้งแต่นี้เป็นต้นไปนางคือ….หวางเสี่ยวเหยา

เจ้าของชีวิตของตนเอง ลิขิตเส้นทางเดินของตนเองคนเดียวเท่านั้น!!!

“ในเมื่อหวงจื่อหานมีภรรยาคนเดียวคือข้า การที่ข้าเป็นเพียงอนุภรรยาของเขาเกรงว่าเป็นเพราะสถานะทางบ้านเกิดข้าไม่ดี หรือไม่ข้าก็อาจมีจุดเริ่มต้นไม่ดีกับเขา….ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตามแต่ ต่อจากนี้ข้าจะเริ่มต้นใหม่ ในเมื่อสามียังไม่รัก ข้าก็จะทำให้เขารักข้าเป็นสิ่งแรกก็แล้วกัน ไป อาหลางพวกเราออกไปปฏิบัติภารกิจของนอกบ้านกัน”

“หืม อนุหวางจะไปที่ใดเจ้าค่ะ”

“ตลาด….ข้าอยากไปตลาดเพื่อไปซื้อของมาทำอาหารให้สามีรับประทาน นี่ย่อมเป็นหน้าที่ของภรรยาที่ดีมิใช่หรือไง”

“อะ เอ่อ ไม่ดีมั้งเจ้าคะ อนุหลางอยู่เฉยๆ สงบเสงี่ยมอยู่ที่เรือนแห่งนี้ดีที่สุดเจ้าค่ะ แหะๆ”

“ไม่ เจ้านั่นแหละตามข้าออกมา มิต้องพูดมาก”

“จะ เจ้าค่ะ”

ฝากเรื่องใหม่ด้วยนะคะ ช่วงแรกให้น้องปรับตัวนิดนึง

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...