รู้จักตั๋ว Seishun 18 Kippu บัตรโดยสารรถไฟญี่ปุ่นที่ทุกคนรอคอย
หนึ่งในระบบรถไฟที่ได้ยอมรับในระดับสากล ทั้งในด้านความสะดวกสบาย รวดเร็ว และตรงต่อเวลา ก็คือ ระบบรถไฟแห่งชาติญี่ปุ่น (Japan Railways) หรือที่คนไทยเราคุ้นหูว่า “รถไฟเจอาร์”
รถไฟเจอาร์เป็นระบบรางรถไฟฟ้าที่มีเครือข่ายเชื่อมโยงทั่วประเทศญี่ปุ่น มีสถานีรถไฟฟ้าขนาดใหญ่และเล็กตั้งอยู่ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ ทั้งในเมืองใหญ่ เมืองเล็ก พื้นที่ประชากรหนาแน่น ไปจนถึงเมืองห่างไกลและเมืองริมชายทะเล
เส้นทางการเดินรถของรถไฟเจอาร์นั้นผ่านพื้นที่ทั่วเกาะฮอนชูซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองหลวง เกาะฮอกไกโดด้านเหนือสุด เกาะชิโกกุทางตะวันตก และเกาะคิวชูทางตอนใต้
มาตรฐานของรถไฟเจอาร์ติดอันดับต้น ๆ ของโลก มีหลากหลายรูปแบบราคาตามความรวดเร็วในการวิ่งของรถไฟ และความสะดวกสบายของที่นั่ง จึงนับได้ว่าเป็นต้นแบบและกรณีศึกษาของระบบรถไฟฟ้าของหลาย ๆ ประเทศทั่วโลก ลักษณะเดียวกับระบบรถไฟ EURAIL ของยุโรป
ราคาของตั๋วรถไฟเจอาร์คิดตามระยะทางของการโดยสาร เช่นเดียวกับตั๋วรถไฟฟ้า BTS ของไทย โดยมีราคาตั๋วเริ่มต้นที่ 150 เยน (40 บาทโดยประมาณ) ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่สมเหตุสมผลมากเมื่อเปรียบเทียบกับค่าครองชีพและรายได้เฉลี่ยของคนญี่ปุ่นในปัจจุบัน
อัตราค่าโดยสารและความสะดวกสบายจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้รถไฟเจอาร์เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดของระบบขนส่งมวลชนของญี่ปุ่น ไม่แพ้ระบบรถไฟใต้ดินหรือระบบรถไฟที่ดำเนินการโดยภาคเอกชนเลย
เท่านี้ยังไม่พอ รถไฟเจอาร์ยังออกบัตรโดยสารชนิดพิเศษในราคาที่ทุกคนจ่ายได้ เพื่อขยายโอกาสการเข้าถึงไปยังคนทุกกลุ่ม เริ่มจากผู้ที่ยังไม่มีรายได้อย่างนักเรียน นักศึกษาด้วย
วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับบัตรรถไฟเจอาร์ประเภทนี้กัน เพราะตั้งแต่วางขายมาเป็นเวลายาวนานกว่า 40 ปี ก็ยังได้รับความนิยมอยู่เสมอ
https://www.kanpai-japan.com/japan-travel-guide/seishun-18-kippu-alternative-jrpass
ของมันต้องมี!
บัตรโดยสารชนิดนี้เริ่มวางจำหน่ายให้ทุกคนได้ซื้อกันตั้งแต่ปี 1982 และเป็นตั๋วรถไฟที่อยู่ในหัวใจชาวญี่ปุ่นมาโดยตลอด ด้วยบัตรโดยสารรถไฟ “Seishun 18 Kippu” (เซชุน จูฮะชิ คิปปุ) จะทำให้เราสามารถเดินทางท่องเที่ยวไปได้ทุกที่ในประเทศญี่ปุ่น ภายใต้ระบบรถไฟเจอาร์
ชื่อเรียกของบัตรโดยสารรถไฟประเภทนี้หมายถึง “บัตรรถไฟสำหรับวัยรุ่นอายุ 18 ปี” แต่ไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปเท่านั้น เพราะไม่ว่าใครก็สามารถซื้อหาบัตรโดยสารรถไฟชนิดนี้ได้ ทั้งคนญี่ปุ่น นักท่องเที่ยว รวมไปถึงชาวต่างชาติ ด้วยจุดประสงค์ที่ต้องการให้ทุกคนสามารถเดินทางท่องเที่ยวทั่วประเทศญี่ปุ่นได้ในราคาที่สบายใจ หรือว่าเพียง 12,050 เยน (ประมาณ 2,600 บาทเท่านั้น) ซึ่งโดยปกติแล้ว ราคานี้ไม่สามารถเดินทางขึ้นรถไฟจากกรุงโตเกียวไปเมืองเกียวโตได้ด้วยซ้ำ
บัตรโดยสารรถไฟประเภทนี้ ใช้สำหรับการเดินทางไปยังทุกสถานีภายใต้การดำเนินงานของรถไฟแห่งชาติญี่ปุ่น โดยมีระยะเวลาในการใช้บัตรโดยสารเป็นเวลา 5 วัน แต่ไม่จำเป็นต้องขึ้นรถไฟติดต่อกันตลอด 5 วันก็ได้
ผู้ที่ถือบัตรโดยสารนี้สามารถเดินทางวันเว้นวัน หรือใช้บัตรโดยสารนี้เว้นระยะห่างออกไปหลาย ๆ วัน ได้ โดยในหนึ่งวันยังใช้ขึ้นลงรถไฟได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งอีกด้วย
เพียงแสดงตั๋วนี้ให้กับนายสถานีบริเวณประตูทางเข้าออกของแต่ละสถานี ก็สามารถใช้เดินทางได้อย่างสะดวกสบายในทุกสถานีที่ขึ้นอยู่กับระบบรถไฟแห่งชาติญี่ปุ่น โดยมีข้อแม้เพียงข้อเดียวคือ ไม่สามารถใช้กับรถไฟด่วนประเภท Tokkyu ที่มีความหมายว่า “รวดเร็ว” และรถไฟชินคังเซ็นได้
ด้วยข้อจำกัดนี้ บัตรโดยสารรถไฟเซชุน จูฮะชิ คิปปุ จึงเหมาะสำหรับการเดินทางแบบไม่รีบร้อน ค่อยเป็นค่อยไป หรือผู้ที่ต้องการดื่มด่ำกับวิวสองข้างทางรถไฟเป็นพิเศษ
เราจึงพบเห็นคนรุ่นใหม่ในช่วงปิดเทอมและนักเรียนที่ไปเข้าค่ายฤดูร้อนที่เมืองชายทะเล ซื้อหาบัตรโดยสารชนิดนี้กันเสมอ ๆ
Freepik
ถึงไหนถึงกัน
แม้ว่าจะใช้เวลาในการเดินทางค่อนข้างมาก แต่ผู้ที่ถือบัตรรถไฟเซชุน จูฮะชิ คิปปุ นั้น สามารถเดินทางข้ามจากจังหวัดอาโอโมริ ซึ่งอยู่ทางเหนือสุดของเกาะฮอนชู ไปยังเกาะฮอกไกโดได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม และยังใช้ขึ้นรถไฟในสถานีเจอาร์บนเกาะฮอกไกโดได้อีกด้วย
ถ้ามีความประสงค์ที่จะข้ามไปชมหนึ่งในสถานที่ซึ่งมีทัศนียภาพงดงามที่สุดในญี่ปุ่นอย่างเกาะมิยาจิมา ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ ก็สามารถใช้ตั๋วรถไฟชนิดนี้นั่งเรือเฟอรรีข้ามไปยังเกาะมิยาชิมาได้อีกเช่นเดียวกัน โดยต้องขึ้นจากท่าเรือเฟอร์รีของเมืองฮิโรชิมา ที่ใช้เวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง ก็ถึงจุดหมายปลายทางแล้ว
รอจังหวะให้ดี
บริษัทรถไฟแห่งชาติญี่ปุ่นวางขายตั๋วรถไฟเซชุน จูฮะชิ คิปปุ เพียงแค่ 3 ครั้งต่อปี คือในช่วงวันหยุดยาวฤดูใบไม้ผลิ (เดือนมีนาคม-เมษายน) ช่วงปิดเทอมฤดูร้อน (เดือนสิงหาคม-กันยายน) และช่วงกลางฤดูหนาว (เดือนธันวาคม-มกราคม) บัตรโดยสารรถไฟประเภทนี้ไม่มีวางจำหน่ายตลอดทั้งปีเหมือนกับบัตรรถไฟประเภทอื่น ๆ แต่ละปีจึงมีผู้ที่รอคอยการวางขายของตั๋วรถไฟชนิดนี้เป็นจำนวนมาก
สถานที่จำหน่ายบัตรโดยสารรถไฟประเภทนี้คือ สำนักงานจำหน่ายบัตรรถไฟในสถานีรถไฟเจอาร์ใหญ่ ๆ อย่างสถานีโตเกียว สถานีชินจุกุ หรือสถานีชิบุยะ เป็นต้น ไม่สามารถซื้อที่ตู้จำหน่ายบัตรโดยสารรถไฟอัตโนมัติ และต้องซื้อในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น ไม่สามารถซื้อล่วงหน้าจากต่างประเทศได้เหมือนอย่างบัตรโดยสาร JR Rail Pass
วางแผนให้ถูกใจ
ว่ากันว่าหากจะเดินทางด้วยตั๋วรถไฟเซชุน จูฮะชิ คิปปุ จากเมืองฮิโรชิมา ซึ่งอยู่ทางตอนกลางค่อนข้างใต้ของเกาะฮอนชู ไปยังเมืองนางาซากิบริเวณปลายสุดของเกาะคิวชู ซึ่งรวมเป็นระยะทางมากกว่า 2,000 กิโลเมตร จะต้องขึ้นรถไฟขบวนแรก ๆ ของวันจากสถานีฮิโรโชิมา เพื่อเดินทางข้ามเกาะมายังสถานีโคะคุระ บริเวณหน้าด่านของเกาะคิวชู แล้วจึงค่อยเปลี่ยนมานั่งรถไฟสายที่มุ่งไปยังเมืองนางาซากิ
กว่าจะถึงจุดหมายปลายทางก็ประมาณช่วงค่ำ เรียกว่าใช้เวลาเกือบทั้งวันก็ว่าได้
ถ้าเปรียบเทียบกับบัตรโดยสารรถไฟ JR Rail Pass แล้ว การเดินทางด้วยบัตรโดยสารเซชุน จูฮะชิ คิปปุใช้เวลามากกว่า 2-3 เท่าตัว แต่ JR Rail Pass ก็มีราคาสูงกว่าอย่างน้อย 3-4 เท่าตัวเช่นเดียวกัน
บัตรโดยสาร JR Rail Pass จึงตอบโจทย์ผู้ที่ประสงค์จะเดินทางด้วยความรวดเร็ว หรือว่ามีเวลาจำกัด และต้องการที่จะเดินทางไปในเมืองต่าง ๆ อย่างน้อย 3-4 เมืองในเวลาไม่กี่วัน
แต่ถ้าเปรียบเทียบด้านการตรงต่อเวลาแล้ว รถไฟที่สามารถเดินทางด้วยบัตรโดยสารเซชุน จูฮะชิ คิปปุ ได้ ก็มีอัตราความตรงต่อเวลาเกือบ 100%
เพราะฉะนั้น ถ้าวางแผนการเดินทางและจัดตารางเวลาขึ้นลงรถไฟดี ๆ ปลายทางอยู่ไม่ไกลมาก หรือต้องการข้ามเมืองใกล้ ๆ ตั๋วรถไฟเซชุน จูฮะชิ คิปปุ ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่แพ้กัน
Yong Shih / Unsplash
เดินทางอย่าง Slow Life และประหยัดงบ
บัตรโดยสารรถไฟเซชุจ จูฮะชิ คิปปุ เหมาะสำหรับการเดินทางที่มีงบประมาณจำกัด แต่มีเวลามากและไม่รีบร้อน อีกจุดเด่นของบัตรโดยสารนี้คือ ผู้โดยสารสามารถกระโดดขึ้นลงรถไฟสถานีใดก็ได้ตามที่ต้องการ ลักษณะเดียวกับบัตรโดยสารรถไฟ EURAIL ของทวีปยุโรป
พอผ่านสถานีไหนที่มีทิวทัศน์ถูกใจ ก็คว้ากระเป๋าลงที่สถานีนั้นได้ทันที
รถไฟแห่งชาติญี่ปุ่นบางสายวิ่งผ่านช่องเขาใกล้น้ำตกใหญ่ บางขบวนวิ่งข้ามทุ่งหญ้าชอุ่มเขียว บางเส้นมีแนวรถไฟขนานกับชายทะเลทอดตัวยาว เหมาะกับการชมทัศนียภาพตลอดเส้นทาง
แต่ต้องระวังเรื่องตารางเวลาการเดินรถไฟให้ดี เพราะถ้าลงจากรถไฟที่สถานีเล็ก ๆ หรือสถานีที่ตั้งอยู่ห่างไกลจากตัวเมืองมาก อาจจะมีรถไฟวิ่งผ่านเพียงไม่กี่ขบวนต่อวัน หรือไม่ก็วิ่งห่างกันหลาย ๆ ชั่วโมง จึงควรดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน “Japan Transit Planner” เพื่อเช็กเวลาและสายรถไฟที่วิ่งไปยังเมืองต่าง ๆ อย่างละเอียด
ตั้งแต่เส้นทางการเดินรถ เวลาที่ใช้ในการเดินทาง รถไฟขบวนแรกไปจนถึงขบวนสุดท้ายเพื่อให้ไปถึงจุดหมายตามเวลาที่ต้องการ โดยแอปพลิเคชันนี้รองรับการค้นหาด้วยภาษาอังกฤษด้วย
ที่มา : บทความ “Guide to the Seishun 18 Kippu: a cheap JR Pass?” โดย Daniel-San
เว็บไซต์ https://www.jreast.co.jp/multi/en/pass/seishun18.html
เว็บไซต์ https://world.jorudan.co.jp/mln/en/?sub_lang=ja
เรื่อง : จินนี่ สาระโกเศศ