โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สื่อนอกเผยการบินไทยกำลังตกลงซื้อเครื่องบินใหม่ถึง 95 ลำหลังปั้มกำไรต่อเนื่อง 4 ไตรมาส

BTimes

อัพเดต 26 พ.ย. 2566 เวลา 17.30 น. • เผยแพร่ 25 พ.ย. 2566 เวลา 01.04 น. • BTimes.Biz

บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กำลังพิจารณาซื้อและเช่าเครื่องบินใหม่รวมกันเป็นจำนวนกว่า 90 ลำ โดยจะเป็นเครื่องรุ่นที่มีขนาดลำตัวหน้ากว้างจากทั้ง 2 บริษัทผลิตอากาศยานยักษ์ระดับโลกทั้งโบอิ้งจากสหรัฐอเมริกา และแอร์บัสจากฝรั่งเศส เพื่อให้เป็นไปตามแผนในระยะยาวสำหรับการกลับมาฟื้นธุรกิจบริการการบิน

ในข้อมูลเบื้องต้นนั้น การบินไทยจะซื้อเครื่องบินจำนวน 80 ลำ ที่เป็นเครื่องยนต์แฝด หรือ 2 เครื่องยนต์ ด้วยสิทธิในการซื้อพร้อมเงื่อนไขทางเลือกในการปรับเปลี่ยนรายละเอียดการซื้อตามความเหมาะสม ในขณะเดียวกัน มีรายงานเพิ่มเติมว่า การบินไทยใกล้บรรลุข้อตกลงเช่าซื้อเครื่องบินอีก 12 ลำที่เป็นรุ่นลำตัวหน้าแคบ

ขณะที่เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2566 ผ่านมา นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI เปิดเผยว่า การบินไทยทำกำไรสุทธิครึ่งปี 66 กว่า 14,700 ล้านบาท โดยเฉพาะไตรมาส 2 มีกำไรสุทธิกว่า 2,270 ล้านบาท สามารถกำไรต่อเนื่อง 4 ไตรมาสติดต่อกัน คาดหวังว่าในปีนี้ จะมีผู้โดยสารราว 9 ล้านคน รายได้ 160,000 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมั่นใจว่าการบินไทยจะออกจากแผนฟื้นฟูเร็วขึ้น และสามารถกลับไปซื้อขายหุ้นในตลาดหุ้นไทยช่วงปลายปี 67 ที่สำคัญ การบินไทยมีเงินสดสะสมกว่า 51,000 ล้านบาท พร้อมจ่ายหนี้ปีหน้า

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2023 ผ่านมา สำนักข่าวรอยเตอร์ ซึ่งเป็นสำนักข่าวชื่อดังระดับโลกในสหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่า บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) สายการบินแห่งชาติของประเทศไทย กำลังเปิดการพูดคุยกับบริษัทโบอิ้ง และบริษัทแอร์บัส ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องบินชื่อดังระดับโลกจากสหรัฐอเมริกา และฝรั่งเศสตามลำดับ เพื่อซื้อเครื่องบินรวมเป็นจำนวน 95 ลำ เนื่องจากสายการบินไทยกำลังดำเนินการตามแผนปรับโครงสร้างธุรกิจการบินซึ่งเป็นไปตามแผนฟื้นฟูกิจการ นอกจากนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมของการให้บริการธุรกิจการบินท่ามกลางการฟื้นตัวของตลาดการบินและตลาดท่องเที่ยวอย่างคึกคัก

ในครั้งนั้น แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมการบินระดับโลก เปิดเผยว่า บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้ดำเนินการมาถึงครึ่งทางของแผนฟื้นฟูกิจการ ได้เลยเปิดเผยว่า เตรียมจัดซื้อเครื่องบินจำนวนมากกว่า 30 ลำ แต่ความต้องการล่าสุดของการบินไทยกลายเป็นความต้องการซื้อเครื่องบินมากถึง 95 ลำ

สำหรับจำนวนเครื่องบินที่การบินไทยต้องการซื้อเข้าฝูงบินจำนวน 95 ลำ ประกอบด้วย เครื่องบินพาณิชย์ประเภทลำตัวแคบจำนวน 15 ลำ และประเภทลำตัวกว้างจำนวน 80 ลำ หากเป็นไปตามข่าวดังกล่าว จะทำให้กลายเป็นหนึ่งในรายการสั่งซื้อที่มีขนาดใหญ่ที่สุดจากอาเซียนในช่วงหลายปีผ่านมา

ด้านโบอิ้ง และแอร์บัส ได้ปฏิเสธที่จะให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับการเจรจาพูดคุยเรื่องดังกล่าวกับสายการบินไทย ด้านสำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า ตามการชี้แจงในเอกสารที่ส่งถึงรอยเตอร์นั้น การบินไทย ระบุว่าอยู่ในช่วงเริ่มต้นที่บริษัทกำลังทำการศึกษาตลาด นอกจากนี้ การตัดสินใจใดๆของการบินไทยอยู่บนกลยุทธ์ระยะยาว โดยเฉพาะฝูงบินของการบินไทย และไม่มีการตัดสินใจเกี่ยวกับข้อตกลงที่ผูกมัดใดๆ

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 2 กันยายนผ่านมาการบินไทยประกาศขายเครื่องบินโดยสารยี่ห้อแอร์บัส รุ่น A380 ซึ่งเป็นเครื่องบินพาณิชย์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก จำนวนทั้งหมด 6 ลำที่มีเหลืออยู่ในฝูงบินของการบินไทย โดยนำรายละเอียดการเสนอขายเครื่องบินแอร์บัส รุ่น A380 ทั้ง 6 ลำ โดยมีอายุใช้งานเฉลี่ย 10.8 ปี ขึ้นประกาศบนเว็บไซต์ thaiaircrafttrading โดยผู้สนใจต้องวางเงินมัดจำ 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.8 ล้านบาทในการเสนอราคาซื้อต่อลำ สำหรับการขายหมด 6 ลำนี้ จะเป็นการขายแบบตามสภาพของเครื่องบินที่จอดรอการขายที่สนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินอู่ตะเภา มาเป็นเวลาถึง 2 ปี นอกจากนี้ จะต้องส่งเอกสารดังกล่าวกลับมายังการบินไทยภายในวันที่ 12 กันยายนนี้

การประกาศขายเครื่องบินที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกของการบินไทยทั้งหมดดังกล่าวนั้น จึงเป็นที่ชัดเจนว่าการบินไทยไม่นำเครื่องบินรุ่น A380 กลับมาให้บริการอีกต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...