เมียที่(ไม่)รัก (มี ebook)
ข้อมูลเบื้องต้น
อ่านฟรีจนจบค่ะ
เคยคิดว่าถ้ามีลูกแล้วจะทำให้เขาหันมา แต่วันเวลาได้พิสูจน์แล้วว่าไม่มีจริง ไม่มีสักอย่าง มีเพียงแค่ความห่างเหินที่เพิ่มขึ้นทุกขณะ
"ระหว่างเราเริ่มต้นด้วยความเกลียด ระหว่างทางก็ไม่เคยมีความรักหรือความทรงจำดี ๆ ลงเอยแบบนี้ดีที่สุดแล้วค่ะ ต่างคนต่างอยู่ เริ่มต้นใหม่ ส่วนลูกจะมาหากันก็ได้"
ไม่ดี ใครบอกว่าดี เขาไม่ต้องการ
“ขอโทษ ผมขอโทษครับอัน ผมขอโทษ…” หลุบตามองมือที่กุมกันแน่นบนโต๊ะ ไม่รู้เขาต้องขอโทษกี่พันล้านรอบถึงชดเชยให้กับความผิดที่ผ่านมาของตัวเอง
คำเตือน
นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายรัก ดราม่า จบสุขนิยม
ความสัมพันธ์ของตัวละคร Toxic
มีการใช้ความรุนแรง การสูญเสีย โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านนะคะ สำหรับผู้มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ควรได้รับคำแนะ
….
ฝากกดใจ และเพิ่มเข้าชั้นให้หน่อยน้าา
ชดใช้
"บะ เบาหน่อยค่ะคุณธาม"
ใบหน้าเหยเก เจ็บปวดมากกว่ากระสัน ยิ่งกายแกร่งสอดท่อนเนื้ออุ่นเข้ามาในโพรงคับแคบถาโถมดุดัน ไม่มีท่าทีว่าจะผ่อนแรงลง ทุกครั้งที่เขาตอกกระแทกเข้า รู้สึกแสบไม่น้อย โดยเฉพาะกลางกายจุดเชื่อมประสาน
เสียงหวานหอบกระเส่า ยิ่งกระตุ้นให้เขากระแทกกระทั้นเข้าใส่ ทุกครั้งที่ถาโถมเข้าหา หน้าหวานก็จะบิดเบี้ยว ร่างกายเครียดเกร็ง ทำให้ช่องโพรงอบอุ่นตอดรัดแก่นกายใหญ่แน่นจนขยับลำบาก
เขาถอนตัวตนออกแล้วสอดเข้ามาใหม่ ร่างบางรู้สึกได้ถึงความปวดแสบ เจ็บจนน้ำตาไหล
“เบาได้ยังไงล่ะ ตัวเธอเอาแต่ดูดเชื้อเชิญฉันเข้าไปนี้ ซี๊ด”
ยิ่งพูดก็เหมือนยิ่งเป็นการลงโทษ นอกจากคนตัวโตจะไม่ทำตามแล้ว ยังเพิ่มแรงกระแทกกระทั้นเข้ามาอย่างดิบเถื่อน ไม่มีความอ่อนโยนสักนิด มือหนาที่บีบเคล้นทรวงอกอย่างแรงจนแดงโดยไม่สนว่าเธอจะเจ็บ ก่อนจะก้มอ้าปากครอบครองยอดทับทิมอีกข้างที่เต่งตึงท้าท้ายสายตา ทั้งดูดเลียและขบกัดอย่างไม่ปรานีไม่ต่างกับหมาป่าหิวโซ
รัญญาวีเบือนหน้าไปอีกทางหลับตาลงพร้อมกับน้ำตาไหลลงตรงหางตา เม้มปากแน่นกลั้นเสียงครางไม่ให้เล็ดลอด ไม่อยากมองคนตัวโตที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีกระทำหยาบโลนไม่ให้เกียรติ
ไม่ว่าจะครั้งไหน เธอก็มีแต่ความเจ็บปวดไม่มีความสุขสักนิดยามร่วมรักกัน แม้ความกระสันจะมีบ้าง แต่การกระทำที่หยาบช้าไม่ได้ทำให้เธอมีความสุข
ดวงตาคมกริบกระตุกเมื่อเห็นคนใต้ร่างหลับตาเบือนหน้าหนีไปอีกทาง สีหน้าเจ็บปวด จึงบีบแก้มคางมนอย่างแรงรั้งกลับมาก่อนจะก้มประกบปากจูบ กัดกลีบปากล่างให้เผยอ โฉบลิ้นเข้าไปกวาดต้อนลิ้นนุ่มเข้าไปในโพรงปากดูดรัดรึงเกี่ยวกระหวัด พร้อมกับขยับสอบสะโพกสอบถี่รัว
ยิ่งคนใต้ร่างเริ่มเสียวส่งเสียงครางกระเส่าในลำคอ ยิ่งโหมให้เพลิงสวาทลุกโชน ร่างหนาถอนจูบออก ลุกขึ้นนั่งเข่าจับเอวบางยกขึ้น สองขาพาดเอวเขาแล้วหวดกระหน่ำบทรักใส่คนใต้ร่างไม่ยั้งแรง
เนิ่นนานในช่วงจังหวะสุดท้ายสะโพกสอบขยับถี่รัวพร้อมกับร่างหนาเกร็งกระตุกสั่น ก่อนจะพ่นน้ำรักขุ่นขาวภายในช่องโพรงคับแคบจนล้นออกมา ใบหน้าผ่อนคลายเช่นเดียวกับร่างกายพลางเปล่งเสียงครางสุขสมเมื่อได้ปลดปล่อย
มุมปากกระตุกยิ้มหยันเมื่อช่วงล่างของหญิงสาวตอดรัดแท่งเนื้อเขาแน่น ก่อนจะถอนออก โดยไม่สนว่าคนใต้ร่างได้แตะขอบสวรรค์หรือยัง
“เอาไปสิ ช่วงนี้หิวเงินนี่”
ใส่เสื้อผ้าเสร็จก็โยนเช็คจำนวนห้าหลักใส่คนบนเตียงก่อนจะเดินออกไปเข้าห้องนอนตัวเองด้วยสีหน้าหยันเหยียด
เงินจำนวนนั้นยังถือว่ามากไปสำหรับผู้หญิงอย่างรัญญาวีด้วยซ้ำ แต่เอาเถอะ ถือว่าเป็นทิปที่ทำให้เขาเสร็จ
ร่างบางที่นอนหอบหายใจไร้เรี่ยวแรง เหงื่อกาฬโทรมกาย ดึงผ้านวมคลุมปกปิดร่างกายค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่ง เอื้อมมือไปหยิบเช็คใบนั้นขึ้นมาดู ก่อนจะขยำเช็คใบนั้นจนมือสั่น ปากเม้มกันแน่น
เธอถูกคนเป็น สามี กระทำไม่ต่างจากโสเภณี หลังจากร่วมรักกันเสร็จก็จะฟาดด้วยจำนวนเงิน เรียกว่าโสเภณีคนไม่ถูกเพราะผู้หญิงเหล่านั้นพวกเธอยังได้รับความสุขและก็เงิน แต่กับเธอที่มีแต่ความเจ็บปวดแถมถูกกระทำยิ่งกว่าอีตัวที่อยู่ในนามเมีย
รัญญาวี ประจักษ์เรืองกิจ ไม่สิต้องเป็น รัญญาวี วรงค์กุล ในเมื่อเธอแต่งงานเข้ามาในตระกูลวรงค์กุล กับทายาทนักธุรกิจหมื่นล้านที่รวยเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศ ก็ต้องเป็นคนของวรงค์กุล
ด้วยสัญญาน้ำเน่าไม่ต่างจากในนิยาย สัญญานั้นเป็นแค่สัญญาปากเปล่าที่ผ่านมาหลายรุ่น ประจักษเรืองกิจกับวรงค์กุลต่างคอยช่วยเหลือกันมาตลอดจนคิดว่าไม่ติดค้างกันแล้ว
แต่แล้วเรื่องนี้กลับถูกทวงขึ้นอีกครั้งจากปากผู้พ่อเธอ จุดประสงค์ชัดเจนต้องการเกี่ยวดองเพื่อช่วยค่ำจุนธุรกิจโรงแรมที่ใกล้ล้มละลาย
เมื่อน้ำใจกลายเป็นบุญคุณ ครอบครัววรงค์กุลที่ติดค้างจึงยอมรับการแต่งงานโดยไม่มีข้อแม้ ท่ามกลางความเห็นแก่ตัวของผู้เป็นพ่อ และเธอที่เคยวาดฝันอย่างสวยงามจึงต้องมารับผลการกระทำนี้
บทรักของเขานั้นรุนแรงนัก เพียงแค่ขยับก็ต้องนิ่วหน้า นั่งเฉย ๆ ยังรู้สึกได้ถึงความเจ็บแสบตรงส่วนนั้นของตน แต่ก็จำใจต้องลุกจากเตียงอาบน้ำแต่งตัว
“คุณอันคะ คุณธามจับก้อนแป้งขังอีกแล้วค่ะ”
เสียงแปร่งของมะเหมี่ยวสาวใช้ชาวพม่าที่อายุยี่สิบเพิ่งเข้ามาทำงานได้หนึ่งปี พร้อมกับเธอที่เพิ่งแต่งเข้าบ้านใหม่ รีบเดินเข้ามาบอกเมื่อเห็นเจ้านายสาวเดินลงมา
“ขังไว้ที่ไหน” ตอบรับด้วยเสียงเนือย ก่อนทิ้งตัวนั่งบนเก้าอี้หน้าโต๊ะอาหารอย่างเหนื่อยอ่อน ถอนหายใจหนักทีหนึ่งก่อนจะหันไปมองมะเหมี่ยว
“ขังในกรงหลังบ้านที่ชอบขังเจ้าก้อนแป้งประจำค่ะ แถมยังสั่งห้ามไม่ให้ปล่อยออกมา”
หัวคิ้วสวยขมวดเข้าหากัน ถ้าก้อนแป้งไม่ทำอะไรผิด เจ้าของบ้านคงไม่เดือดดาลจับขัง
“คราวนี้มันทำอะไรผิดอีกล่ะ ถึงถูกจับขังอีก”
“เจ้าก้อนแป้งกระโดดข่วนหน้าคุณธามค่ะ โชคดีที่ไม่โดนหน้า คุณธามโกรธใหญ่เลยค่ะ ตวาดดังลั่นจับมันขังไว้จนกว่าจะสำนึก ตอนนี้ก้อนแป้งร้องไม่อยู่เลย”
สีหน้ากังวลของมะเหมี่ยว ทำเธอไม่สบายใจนัก ทว่าตอนนี้รู้สึกล้าเกินกว่าจะรับรู้เรื่องใด จึงพยักหน้ารับส่ง ๆ
“งั้นก็ปล่อยมันไว้อย่างก่อน เดี๋ยวฉันค่อยไปเอาออกมา เช้านี้มีอะไรกินบ้างจ้ะ”
มะเหมี่ยวกดหน้ารับคำก่อนจะรีบบอกเมนูอาหารเช้า ก่อนจะไปยกอาหารมาเสิร์ฟ
รัญญาวีทานอาหารเช้าพลางครุ่นคิดถึงเจ้าแมวก้อนแป้ง แมวตัวนี้เธอได้เป็นของขวัญก่อนจะแต่งงาน จึงพามันมาอยู่ด้วย เป็นพันธุ์ Scottish fold สีเทาอ่อนคละขาว
แมวพันธุ์นี้หูมันพับลงจึงทำให้หน้าดูกลม น่ารัก มีขนนุ่มที่ไม่สั้นไม่ยาวเหมือนก้อนแป้งนุ่ม ๆ ชอบคลอเคลีย ชอบการอ้อนที่สุด เธอจึงเรียกมันว่าก้อนแป้ง
ยิ่งตาที่กลมโต ทำให้หน้ามันดูเหมือนเศร้า บางครั้งก็ไร้เดียงสา แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่อ่อนแอเหมือนหน้าตา เพราะทุกครั้งหลังจากที่เขาทรมานเธออย่างหนัก สามีเธอมักโดนเจ้าก้อนแป้งข่วนทุกครั้ง
ไม่หน้าก็ที่มือตามร่างกาย คล้ายรับรู้ได้ว่าเจ้านายตัวเองถูกรังแก ก้อนแป้งเลยตามเอาคืน และผลลัพธ์ก็เช่นเดิม ถูกนายใหญ่ของบ้านจับขังไว้
หลังย้ายมาอยู่เรือนหอ เขาก็สั่งห้ามไม่ให้ทำงานที่ไหน ด้วยเหตุผลสวยหรูว่าสามีจะเลี้ยงดู แต่นั่นมันจริงที่ไหนกัน ความจริงเขาต้องการทรมานเธอต่างหาก โทษฐานที่เห็นแก่เงินของครอบครัวเขา จึงไม่ยอมให้เธอหารายได้จากทางอื่น อาศัยเพียงเงินเล็กน้อยที่เขาฟาดมาแต่ละครั้งที่มีอะไรกันด้วยเท่านั้น
สัญญาแต่งงานว่าน้ำเน่าแล้ว ชีวิตเธอกลับดูน้ำเน่ายิ่งกว่า เป็นถึงลูกเจ้าของบริษัทกลับไม่ได้เป็นรองประธานหรือตำแหน่งใหญ่ ๆ ประดับหน้า เป็นแค่กรรมการเล็ก ๆ ในบริษัทตัวเอง
น่าขำสิ้นดี แต่ก็ขำไม่ออก
บางทีกรรมก็มาในรูปแบบของแมว
ทำดีมากเจ้าก้อนแป้ง
ถ้าชอบ เม้นต์เป็น กลจ ให้ไรท์หน่อยนะจ๊ะ
จุดด่างพร้อย
น่าขำสิ้นดี แต่ก็ขำไม่ออก
ส่วนตำแหน่งรองประธานบริษัทกลับตกเป็นของน้องสาว ลูกเมียอีกคนของพ่อหลังจากแม่จากไปด้วยโรคมะเร็งระยะสุดท้าย
ตอนนั้นเธออายุเพียงสิบขวบ ไม่นานพ่อก็พาแม่ใหม่พร้อมกับน้องสาวที่อายุห่างกันแค่สองปี ตอนเด็กยังไม่เข้าใจอะไร โตขึ้นถึงรู้ว่าพ่อแอบมีบ้านเล็กบ้านน้อยตั้งแต่แต่งงานกับแม่ และเธอกลายเป็นลูกชังของครอบครัวโดยสมบูรณ์
ความจริงการแต่งงานครั้งนี้ตกเป็นของนิษฐา น้องสาวต่างแม่ แต่ไม่รู้เหตุใดจึงเปลี่ยนมาเป็นชื่อเธอในภายหลัง
แต่พอเธอแต่งงานได้สองเดือน งานวิวาร์น้องสาวก็เกิดขึ้น ถึงรู้ว่าที่นิษฐาไม่ยอมแต่งเพราะมีคนรักอยู่แล้ว และไม่อยากแต่งงานกับอสูรอย่างเขา
ตลอดเวลาพิธามแสดงออกชัดว่าไม่ชอบทุกคนในประจักษ์เรืองกิจ ถ้าไม่เป็นเพราะต้องทำตามสัญญา งานแต่งนี้คงไม่เกิดขึ้น ตอนพูดคุยตกลงกันเธอยังจำภาพนั้นได้ดี
เขาประกาศกร้าว ว่างานแต่งครั้งนี้ว่าสองตระกูลจะไม่เกี่ยวข้องกันอีกไม่ว่าจะทางไหนถึงจะปรองดองกันแล้ว และครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่วรงค์กุลจะให้ความช่วยเหลือรวมถึงเธอ ไม่ว่าจะเป็นตายร้ายดีต่อจากนี้เธอก็เป็นสมบัติของวรงค์กุล ประจักษ์เรืองกิจใครก็ไม่มีสิทธิ์มายุ่งอีก
พ่อแทบไม่สนใจความรู้สึกหรือคำประกาศิตนั้น ท่านได้ยินแต่ค่าสินสอดเท่านั้นและรับปากแทบจะทันทีไม่เสียเวลาคิด เหตุการณ์ครั้งนั้นจึงทำให้เธอได้เห็นธาตุของผู้เป็นพ่อที่ให้กำเนิด
วันนั้นเธอคิดว่าตัวเองคงเจ็บจนไม่ไหว ที่ไหนได้ หัวใจเธอด้านชาต่อคำว่าครอบครัวมานานแล้ว ลึก ๆ ในใจยังยินดีที่หลุดพ้นจากครอบครัวหน้าเลือดนี้เสียที
แต่ใครจะรู้ว่าเธอหนีเสือแต่กลับตกนรก นรกที่คนเป็นสามีสร้างขึ้น และไม่รู้ว่าเธอรักเขาจนสมองฝ่อหรืออย่างไร ถึงได้สับสนกับความเกลียดชังของคนเป็นสามี ในขณะที่ปากพร่ำบอกว่าเกลียดแต่ก็ยังมีอะไรกับเธอ
เพราะแบบนี้มันเลยทำให้เธอสับสน…และเชื่อว่าอยู่ไปก็รักเอง
“คุณอันคะ คุณย่าโทรมาบอกว่าวันนี้ให้ไปหาท่านที่บ้านค่ะ”
มะเหมี่ยวก็วิ่งเข้ามาอีกครั้ง ฉุดเธอให้ตื่นจากภวังค์
“ตอนนี้เลยเหรอ?”
“ท่านบอกว่าถ้าว่างก็ให้ไปเลยค่ะ”
รัญญาวีครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนจะกดหน้ารับเป็นคำตอบ วันนี้อยากอยู่บ้านนอนพักผ่อนเฉย ๆ หรือไม่ก็ไปหาหมอ เมื่อคืนถูกเขาเคี่ยวกรำอย่างหนักจนเช้านี้ถึงค่อยผละออก กลางกายเจ็บแสบจนไม่อยากเดินไปไหน แต่ในเมื่อเป็นคำสั่งของคุณย่า เธอคงต้องไปหาหมอวันหลัง
ร่างสูงที่นั่งในห้องทำงาน มือข้างหนึ่งหมุนปากกาเล่น อีกข้างแนบมือถือกับหูกำลังฟังสิ่งที่มารดาเล่าเรื่องที่เกิดในวันนี้
ดวงตาคมกริบหรี่ลงครุ่นคิด แม่นั่นถึงขั้นหลอกล่อให้คุณย่ายกสร้อยเพชรให้? แถมยังเป็นคอลเลกชันใหม่ที่แพงที่สุด ผู้หญิงคนนี้ทำอีท่าไหนกันนะ คุณย่าถึงได้หลงรักหนักหนาแถมยังเข้าข้างช่วยเหลือตลอด คุณย่าคงไม่รู้ว่าหน้าตาใสซื่อแท้จริงแล้วกลับซ่อนพิษร้ายแรง
และเพราะมัวแต่คิดถึงผู้หญิงหน้าเงินคนนั้นจนลืมคุยกับคนในโทรศัพท์ แม่ต้องเรียกเขาหลายครั้งถึงตอบรับ
“ครับ ฟังอยู่ครับ เย็นนี้ผมจะไปแน่นอน เจอกันเย็นนี้ครับ”
พิธามรับคำเรื่องที่คุณย่าต้องการให้พวกเขากลับบ้านเย็นนี้อีกครั้งก่อนจะวางสายไป
แอร์ทามไลน์ถูกเขารับช่วงต่อจากคุณย่าในตอนที่อายุยี่สิบห้าปี หลังเขาเข้ามาบริหาร ธุรกิจก็เติบโตกว่าเดิมถึงสองเท่า ครอบครัววรงค์กุลกลับมาโชติช่วงอีกครั้ง ตัวเขายังอยู่ในวัยกลัดมันควรเสพสมไม่รู้หน่าย ทว่าทุกความเร้าใจก็จบลง เมื่อเขาต้องแต่งงานวัยสามสิบ เพียงเพราะบุญคุณต้องจ่ายคืน
เขาไม่เคยโกรธคุณย่า เว้นเพียงเรื่องเดียวที่ไม่พอใจนั่นก็คือเรื่องแต่งงาน จะให้แต่งกับใครเขาจะไม่ว่า แต่ต้องไม่ใช่ครอบครัวนี้ ครอบครัวหน้าเลือดไม่ว่าจะเป็นพ่อ แม่ น้องสาว ทุกคนล้วนเห็นแก่เงิน! ไม่งั้นจะขูดรีดค่าสินสอดจากวรงค์กุลหลักร้อยล้านไปทำไม
แต่ในเมื่อมันคือราคาที่ต้องจ่าย เพื่อให้วรงค์กุลหลุดพ้นจากครอบครัวปรสิตและคำว่าบุญคุณ เขาจะยินดีกว่านี้ ถ้าไม่ได้ของแถมมาด้วย ของแถมที่ไม่ต่างจากจุดด่างพร้อยในชีวิตเขาและนอกจากจะเป็นจุดด่างพร้อยแล้ว สองแม่ลูกก็ไม่ต่างจากเสี้ยมหนามที่คอยตำหัวใจเขาและแม่
พิธามกล้าพูดได้เลยว่าเกลียดสองแม่ลูกนั่นที่สุด ใบหน้าที่ใสซื่อทว่าอาบไปด้วยยาพิษ เขาแทบจะอดใจรอดูผู้หญิงคนนั้นเล่นละครไม่ไหว
“คุณย่า คุณแม่” เขาเรียกเมื่อกลับมาถึงบ้าน
“ตาธามกลับมาแล้วเหรอลูก มานั่งเร็ว ทุกคนกำลังรออยู่ นี่หนูอัน หยุดเสิร์ฟแล้วมันนั่งได้แล้ว ปล่อยให้เป็นหน้าที่แม่บ้านไป”
คุณหญิงอรดาเรียกหลานชายก่อนจะหันมาสั่งหลานสะใภ้ หลังแย่งงานแม่บ้านไม่หยุด
“คุณย่าเรียกผมกับอันมามีเรื่องอะไรเหรอครับ” เสียงทุ้มอ่อนโยนเอ่ยขึ้นทันทีที่นั่งลงข้างผู้เป็นย่า
“แค่เรียกมากินข้าวด้วยกันเฉย ๆ น่ะ หลายวันนี้ไม่ค่อยได้ร่วมโต๊ะ อีกอย่างย่าคิดถึงหลาน ๆ” รอยยิ้มน้อยปรากฎที่มุมปากและดวงตา “แต่จะดีกว่านี้มีเหลนสักคนสองคนวิ่ง บ้านคงครึกครื้นและย่าคงดีใจกว่านี้”
คำพูดเป็นนัยแสดงให้เห็นถึงจุดประสงค์แท้จริงของมื้อนี้ ทุกสามวันของสัปดาห์พวกเขาจะมาทานข้าวร่วมกัน ซึ่งเป็นข้อตกลงที่ทำกันไว้ก่อนเขาและรัญญาวีจะย้ายออกไปอยู่เรือนหอ
“กินข้าวกับเถอะครับ ผมหิวแล้ว ตอนเที่ยงกินแซนด์วิชชิ้นเดียว”
พิธามแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินเปลี่ยนเรื่อง ทุกคนในบ้านต่างมองออกว่าเขากับรัญญาวีไม่พร้อมในเรื่องนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องนี้ ไม่ว่าจะเรื่องไหน ก็ไม่เห็นเขากับรัญญาวีพร้อมในการเป็นชีวิตคู่ ไม่อย่างงั้นป่านนี้คงมีข่าวดีให้คุณย่านานแล้ว
ปกติทุกมื้อที่ร่วมกินข้าวกันเงียบอยู่แล้ว พอมีคำพูดที่แฝงไปด้วยความนัยของคุณย่า บรรยากาศมื้อเย็นจึงเต็มไปความกระอักกระอ่วน มีเพียงเสียงช้อนส้อมกระทบกับจาน และเสียงพูดคุยของย่าที่ถามถึงเรื่องงานและเรื่องทั่วไปเป็นบางครั้งเท่านั้น
“แล้วนี่แกกับหนูอันแต่งงานกันมาได้กี่เดือนแล้วนะ”
พิธามที่กำลังยกช้อนอาหารใส่ปากชะงักแวบเดียวก็รับประทานต่อ รู้สึกไม่ชอบมาพากลเมื่อท่านเอ่ยถึงเรื่องนี้ ไม่ต่างจากรัญญาวีและเมทินีที่กำลังนั่งทานเงียบ ๆ ทั้งคู่ต่างเกร็งเมื่อพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา
“หนึ่งปีแล้วครับ”
“อืม…หนึ่งปีจะว่านานก็ไม่นาน สั้นก็ไม่สั้น ช่วงนี้ไม่มีอะไรยุ่งแล้วใช่ไหมเจ้าธาม”
สายตากดดัน พิธามจำใจพยักหน้าตอบรับตามจริง
“พวกแกสองคนก็แต่งงานกันมาตั้งหนึ่งปี แล้วทำไมหนูอันยังไม่มีข่าวดีอีกล่ะ ย่าอยากอุ้มเหลนแล้ว”
ในที่สุดก็เข้าประเด็น ลูกชายกับลูกสะใภ้ต่างมีท่าทีอึกอัก เมทินีจึงเป็นฝ่ายเอ่ยทำลายบรรยากาศ
“แหมคุณแม่ก็…ทานข้าวกันอยู่ เรื่องนี้ค่อยคุยกันทีหลังสิคะ”
“แม่นีหมายความว่าคนแก่อย่างฉันไม่รู้มารยาทเหรอ ถึงได้พูดเรื่องนี้ในเวลากินข้าว”
น้ำเสียงเรียบนิ่งฟังก็รู้ว่ากำลังไม่พอใจ เมทินีรีบโบกมือเป็นพัลวัน
“ที่ไหนกันคะคุณแม่ นีไม่ได้หมายความอย่างนั้น นีแค่หมายถึงค่อย…ค่อยพูดกันตอนหลังทานข้าวก็ได้” ท้ายประโยคเสียงแผ่วลงไม่กล้ามองหน้าแม่สามีที่จ้องเขม็งมายังตน
“ตอนหลังแล้วตอนไหนล่ะ สองคนนี้เคยอยู่ให้คนแก่อย่างฉันพูดมั้ย ไหน ๆ ก็พูดขึ้นมาแล้ว เรือนหอนั่นไม่ต้องไปอยู่อีก ฉันขอสั่งให้แกสองคนย้ายกลับมาอยู่ในบ้านนี้ และภายในหนึ่งปีนี้ต้องมีเหลนให้ได้!”
อรดาประกาศกร้าว ความสัมพันธ์ของสองผัวเมียคู่นี้ นางย่อมมองออก ขืนปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ เมื่อไหร่นางจะได้เหลน เมื่อไหร่ความสัมพันธ์ถึงได้ดีขึ้น เพราะงั้นมีทางเดียวคือนางต้องออกคำสั่ง เพราะรู้ยังไงก็ไม่มีใครกล้าขัด
“คุณย่า”
“คุณแม่!”
“คุณย่าคะ”
ทั้งสามคนพูดขึ้นมาพร้อมกันระดับเสียงต่างกัน
……
จ้าาาา จุดด่างพร้อย ปากดีเหลือเกินพ่อคุณ
ถ้าชอบ เม้นต์เป็น กลจ ให้ไรท์หน่อยนะจ๊ะ
คำสั่ง
“คุณย่า”
“คุณแม่!”
“คุณย่าคะ”
ทั้งสามคนพูดขึ้นมาพร้อมกันระดับเสียงต่างกัน
พิธามมีสีหน้ายุ่ง ส่วนเมทินีคับแค้นใจ ก่อนจะเบนสายตาเกลียดแค้นไปยังลูกสะใภ้ พิธามเองก็ไม่ได้มองภรรยาด้วยความเสน่หา
เรื่องทั้งหมดเป็นฝีมือของรัญญาวีสินะ วันนี้อยู่กับท่านทั้งวัน ในที่สุดก็หาข้ออ้างให้คุณย่าได้แล้วสินะ
“หรือว่าแกสองคนไม่เห็นหน้าฉัน”
หันมองสีหน้าอิหลักอิเหลื่อของหลานทั้งสอง
“สงสัยคงเป็นอย่างที่เพื่อนย่าพูดกัน ยุคสมัยเปลี่ยนไปแล้ว คนหนุ่มสาวสมัยนี้จะไม่ค่อยชอบคนแก่กันนัก พูดอะไรไปก็ไม่ค่อยเห็นด้วย ในเมื่อหนูอันกับตาธามไม่เห็นด้วยกับเรื่องที่คนแก่อย่างฉันขอ ฉันเข้าใจ คนแก่แบบฉันไม่นานก็ตาย หลาน ๆ อย่าสนใจเลยนะ ฉันคงนอนตายตาหลับแหละ”
คำตัดพ้อของคนสูงวัย เล่นเอาหนุ่มสาวสบตากันโดยไม่รู้ตัว ก่อนที่พิธามจะเป็นคนหลบไปสบกับผู้เป็นย่า
“คุณย่าคิดมากไปแล้ว เรื่องแบบนี้ใช่ว่าจะให้มีก็มีเลย มันต้องค่อยเป็นค่อยไป บางทีมันก็เรื่องของโชคชะตา”
โชคชะตากับทำลูกเกี่ยวกันตรงไหนวะ แต่ตอนนี้เขาต้องยกมาเป็นข้ออ้างก่อน
ฟังหลานชายพูดจบอรดาวัยหรี่ตามองอย่างรู้ทัน คนที่ไม่เคยเชื่อเรื่องพวกนั้นอย่างพิธาม กลับพูดถึงโชคชะตา คิดว่าฉันไม่รู้เหรอแกคิดยังไงเจ้าธาม
“ใช่ค่ะคุณแม่ อย่างที่ตาธามบอก เรื่องแบบนี้จะให้มีพรุ่งนี้เลยก็ไม่ใช่ ต้องปล่อยให้ค่อยเป็นค่อยไปนะคะ” เมทินีเสริม
“แล้วฉันบอกให้มีพรุ่งนี้เลยหรือไง” ปรายตามองสะใภ้อย่างไม่ชอบใจ ไม่ยักรู้เลยว่าสะใภ้คนนี้จะชอบเถียงขนาดนี้
“ฉันพูดว่าภายในปีนี้ อีกอย่างหนูอันยังสาวยังสวย แค่ปล่อยก็น่าจะมีแล้ว เว้นแต่แกสองคนไม่ยอม แต่ถ้าปล่อยแล้วไม่มีจริง หลานก็หาหมอ ฐานะเราไม่ใช่ยากจนขนาดนั้นเสียหน่อย”
ดักทุกทาง คิดจะมาเล่นกับคนแก่อย่างฉันเหรอ เจ้าเด็กพวกนี้นี่
“แต่คุณย่าครับ”
“ไม่มีแต่ เอาตามที่ย่าบอกแล้วกัน แต่ถ้าธามยังไม่เห็นด้วย ฉันคงต้องคิดเรื่องพินัยกรรมใหม่แล้วล่ะ”
เปลี่ยนเป้าหมาย อรดาเหลือบมองไปยังลูกสะใภ้ เมื่อหลานชายไม่เริ่มต่อต้าน และก็เป็นดังคาด เมทีนีกระวีกระวาดตอบ
“ไม่เห็นด้วยอะไรกันคะคุณแม่ ธามกับหนูอันยังเด็ก คิดอะไรไม่รอบคอบ เรื่องนี้เดี๋ยวนีจะช่วยพูดอีกที ก็อย่างที่คุณแม่บอกนั่นแหละหนูอันยังสาว ไม่แน่ปล่อยปุ๊บมีปั๊บ เรื่องนี้คุณแม่สบายใจได้เลยค่ะ” ตามด้วยเสียงหัวเราะแหะ ๆ
คนมากวัยก้มหน้าเล็กน้อยอย่างพอใจ ค่อยรู้สึกอยากอาหารขึ้นมาหน่อย ก่อนจะตักอาหารเข้าปาก เมื่อเป้าหมายเป็นไปตามที่คาด
ส่วนเจ้าหลานชายตัวดีแม้จะเชื่อฟังนาง แต่เรื่องบางเรื่องกลับต่อต้านเงียบ ๆ โดยเฉพาะเรื่องภรรยาตัวเอง ยอมโดนแม่ตัวเองเป่าหูไม่เข้าท่า
ครั้งนี้ให้เมทินีที่เป็นแม้เป็นคนจัดการละกัน มั่นใจว่าภายในปีนี้นางได้เหลนที่น่ารัก ๆ แน่ คิดแบบนี้แล้วอาหารก็ยิ่งอร่อย ทว่าหันเห็นอีกคนแทบไม่แตะอาหาร นิ่งเงียบแทบกลายเป็นซึม
“อาหารไม่ถูกปากเหรอหนูอัน กินแค่นิดเดียว”
รัญญาวีสะดุ้งเล็กน้อยก่อนหันไปตอบ “อันอิ่มแล้วค่ะคุณย่า เมื่อตอนบ่ายอันกินไปเยอะเลยไม่ค่อยหิวเท่าไหร่” คลี่ยิ้มเจื่อน บรรยากาศแบบนี้เธอจะกินข้าวลงได้ยังไง
“งั้นเหรอจ๊ะ ถ้างั้นอันกับธามก็ย้ายกลับมาพรุ่งนี้เลยนะ”
“เรื่องนี้…” หันมองหน้าสามีขอความช่วยเหลือ
จะให้ย้ายกลับมาพรุ่งนี้เลยก็เร็วไป ไหนจะต้องเก็บข้าวของ อีกอย่างพรุ่งนี้เธอต้องไปหาหมอ จนถึงตอนนี้แล้วยังรู้สึกปวดแสบช่องคลอดอยู่เลย
“เอาเป็นว่าเรื่องนี้ อาทิตย์หน้าผมกับอันค่อยย้ายกลับมานะครับ ยังต้องเก็บข้าวของ อีกอย่างช่วงนี้ถึงจะไม่ยุ่งแต่ผมก็มีประชุมบ่อย ๆ ไม่ค่อยว่าง”
ที่ตอบไม่ใช่เห็นใจแววตานั่นแต่เขาเองก็ไม่อยากย้ายกลับมา ถ้าย้ายมาแล้วจะทรมานผู้หญิงหน้าเงินคนนี้สะดวกได้ไง ยังมีเรื่องที่เขากับหลานสะใภ้สุดที่รักนอนแยกห้องกัน ไม่อยากให้ท่านรู้เรื่องนี้ด้วย
“ข้าวของอะไรกัน ที่บ้านนี้ก็มีข้าวของแกสองคน เอาแค่ตัวกลับมานอนที่บ้านจะลำบากอะไรนักหนา เสื้อผ้าข้าวของในห้องนอนก็ยังอยู่ครบ”
ข้าวของทุกอย่างในห้องพิธาม แม่บ้านปัดถูดูแลทุกวัน เสื้อผ้าอะไรก็ยังมีอยู่ เหลือแค่ของใช้เล็ก ๆ น้อย ๆ ของคนทั้งคู่เท่านั้น
“ขอเป็นอาทิตย์หน้านะคะคุณย่า อันเองยังมีอีกหลายเรื่องที่ยังทำไม่เสร็จ”
ไม่มีหรอกหลายเรื่องที่ว่า ทว่าเธอยังไม่สะดวกที่จะกลับมาเร็ววัน จึงโกหกออกไป
“ก็ได้จ้ะ” อยากถามต่อว่าเรื่องอะไร แต่พอเห็นสีหน้าลำบากใจของหลานสะใภ้จึงยอมปล่อยไป
ส่วนเมทินีได้แต่ปิดปากทานอาหารเงียบ ๆ ขืนพูดมากกว่านี้เรื่องพินัยกรรมเกิดแม่สามีเปลี่ยนใจอีกจะทำยังไง ตอนนี้แม่สามีอยากทำอะไรก็ปล่อยให้นางทำไปก่อนเถอะ ตามใจไปก่อน
“เธอไปทำคุณไสยที่ไหน คุณย่าถึงได้หลงนักหลงหนาฮะ บอกมา! ฉันจะได้ไปแก้”
“คุณพูดเรื่องอะไรฉันไม่เข้าใจ”
เขาเป็นอะไรขึ้นมาอีก จู่ ๆ พูดเรื่องอะไรไม่เข้าใจ หน้ามนเหยเก แขนถูกบีบจนเจ็บ หลังก้าวเข้ามาในบ้านได้ไม่กี่ก้าว มือบางพยายามแงะมือหนานั่นออก แต่ฝ่ามือร้อนนั่นยิ่งกว่าเหล็ก แกะเท่าไหร่ก็ไม่ออก ก่อนจะโดนเขากระชากดึงเข้ามาใกล้จนหน้าแทบชนกัน
“อย่ามาทำเป็นไขสือ ผู้หญิงหน้าเงินอย่างเธอถ้าไม่ทำคุณไสย คิดเหรอว่าคุณย่าจะเอ็นดู ว่ามาไปตกลงอะไรกับคุณย่าล่ะ” เหลือบตามองกระเป๋าถือที่มีของมูลค่าหลักล้านอยู่ข้างใน “อย่าบอกนะว่าคุณยกเรื่องลูกมาอ้างเพื่อแลกกับสร้อยเพชร”
“พล่ามบ้าอะไรของคุณ ฉันไม่รู้เรื่องด้วยซ้ำ สร้อยเพชรนี้คุณย่าท่านยืนกรานจะให้ฉันให้ได้”
ที่เป็นบ้าดีเดือดตะคอกใส่เธอแบบนี้ ที่แท้ก็เป็นเพราะสร้อยเพชรในกระเป๋าน่ะเหรอ ก็รู้อยู่แล้วว่าคนอย่างเขาไม่อยากให้เธอได้รับของหรือมีชีวิตที่ดี ไม่อยากเชื่อว่าสมองเขาจะคิดได้แค่นี้
เธอสะบัดแขนออกอย่างแรงจนหลุดจากการเกาะกุม พร้อมกับขยับถอยออก
เขาแค่นเสียง “ให้เธอ ฉันไม่เชื่อหรอกว่าคุณย่าจะให้ของมูลค่าขนาดนั้นง่าย ๆ ถ้าไม่มีข้อแลกเปลี่ยนที่น่าสนใจ คงไปหลอกล่อคุณย่าไม่น้อยเลยสิท่า ผู้หญิงอย่างเธอก็ไม่ต่างอะไรจากพ่อ ทำอะไรก็หวังผลประโยชน์!”
วาจาแดกดัน ท่าทีเย้าเย้ยที่แสดงออกมา ไม่เข้าใจไปทำอะไรให้อีกฝ่ายโกรธหนักหนา แต่ละครั้งที่อ้าปากถึงได้เหยียดว่าเธอหน้าเงินบ้าง เลวบ้าง ทั้งที่เขาไม่รู้จักเธอดีด้วยซ้ำ
“ครอบครัวฉันไปทำอะไรให้คุณเกลียดนักหนา ถึงได้เอาแต่กล่าวหาว่าพวกเราหน้าเงิน”
ดวงตาคมกริบกระตุกเมื่อเห็นสีหน้าท่าทางงงงวยไร้เดียงสา
“หรือมันไม่จริง อย่าบอกนะว่าเธอไม่รู้จริง ๆ ว่าการแต่งงานนี้เกิดขึ้นเพราะอะไร เธอไม่รู้จริงดิว่าสินสอดทั้งหมดของเธอถูกยัดกับโรมแรมใกล้เจ้งนั่น! ยังไม่รวมถึงเรื่องชั่ว ๆ ที่แม่เธอทำไว้กับครอบครัวฉัน!”
เรื่องบริษัทใกล้ล้มละลายเธอพอรู้มาบ้าง ถึงเกิดการแต่งงานนี้ขึ้นมายอมรับว่าพ่อทำไม่ถูก ค่าสินสอดที่ถูกรีดมูลค่าไปร้อยล้าน แต่ก็ไม่มีวิธีที่ดีกว่านี้ เพราะบริษัทเธอกู้จนไม่สามารถกู้ยื่นที่ไหนได้อีก เธอไม่รู้ว่าพ่อและน้องสาวบริหารบริษัทยังไงถึงใกล้ล้มละลาย
แต่…
“แล้วแม่ฉันเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ด้วย ท่านจากไปก่อนเกิดเรื่องนี้ด้วยซ้ำ”
“ไม่เกี่ยวเหรอ แม่เธอทำอะไรไว้ย่อมรู้แก่ใจดี ไม่งั้นพ่อเธอจะมีเมียมีลูกโผล่มาทันทีที่เผาศพแม่เธอหรือไง!” พลางมองหน้าที่เผือดสีลง พิธามกระตุกยิ้มอย่างสะใจ “น่าเสียดายที่แม่เธอตายไปก่อน ไม่ได้อยู่รับกรรมที่ทำเอาไว้ งั้นคงเป็นเธอแล้วล่ะที่ต้องชดใช้กรรมแทน หึ ๆ ”
ตาคมเผยความต้องการชัดเจนทั้งยังกดดันจนเธอต้องถอยช้า ๆ กระทั่งไม่สามารถหนีไปไหนได้เพราะหลังชนกับราวบันได ได้แต่เอียงตัวไปด้านหลังเมื่อเขาโน้มหน้าเข้ามาใกล้
ชดใช้กรรม เธอก็กำลังรับกรรมอยู่นี่ไง ถึงถูกเขาทรมานทุกวันนี้
“หญิงชั่วอย่างแม่เธอตายไปก็ตกนรกอยู่ดี ป่านนี้คงปีนต้นงิ้วอยู่ในนรก”
เพียะ!
พิธามชะงักก่อนจะค่อย ๆ หันหน้าดวงหน้าคมกลับมา ลิ้นดันไปมาในกระพุ้งแก้มข้างที่โดนตบจนแสบ แววตาแข็งกระด้าง
“คุณจะดูถูกหรือเหยียดหยามอะไรฉันก็ได้ แต่อย่ามาลามปามถึงแม่ฉัน!”
“ทำไม เธอไม่อยากรู้เหรอว่าแม่ที่แสนดีของเธอ จริง ๆ แล้วร่านแค่ไหน มั่วกับผู้ชายไปทั่วในขณะที่ตัวเองก็มีผัวอยู่แล้วท-”
เพียะ!
พิธามยกมือลูบข้างเดิมที่ถูกตบจนชา ก่อนเลียตรงมุมปาก รู้สึกได้ถึงกลิ่นคาวเลือด จ้องคนตรงหน้าอย่างดุดันคาดโทษ ที่ผ่านมาเขาคงใจดีกว่าเธอเกินไป รัญญาวีถึงกล้าลงไม้ลงมือกับเขา อยากเห็นนรก
“ดี! อวดเก่งนักใช่ไหม มานี่”
อย่าเยอะ อีกหน่อยหอน ไม่มีใครเหลียวแลนะคะคุณพี่