พันธสัญญาไร้รัก (อ่านฟรี/Ebook มาแล้ว)
ข้อมูลเบื้องต้น
นิยายเรื่องนี้ลงให้อ่านฟรีจนจบแต่มีติดเหรียญถาวรแล้วปลดเหรียญตามหลัง
(นักอ่านจะไม่ต้องซื้อซ้ำ หลังนักเขียนติดเหรียญถาวรตอนจบเรื่องค่ะ)
Ebook ใน MEB พร้อมโหลดแล้วนะคะ
ใครทนรออ่านรายตอนไม่ไหวจิ้ม link ด้านล่างเพื่ออุดหนุนกันได้เลยค่า
https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiNjU0MTYzNCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjI3NjM1MyI7fQ
*******************************
“มาเป็นเด็กฉัน…แลกกับเงิน เดือนละสองแสนห้า สัญญาสี่เดือน จบสัญญาก็แยกย้ายไม่มีอะไรข้องเกี่ยวกันอีก” จิรายุหรี่ตาลงในขณะที่พูด รู้ดีว่าการเจรจาในครั้งนี้เขาจะชนะ เงินจำนวนนี้มีหรือขวัญข้าวจะปฏิเสธ เด็กสาววัยมหา’ ลัยหลายต่อหลายคนขายตัวแลกเงินเพื่อซื้อของใช้ฟุ้งเฟ้อเพื่อยกระดับตัวเองและเขาเชื่อว่าเธอก็เป็นหนึ่งในนั้น
สัญญาเสนอไปแค่สี่เดือน เพราะเดี๋ยวเขาก็เบื่อ ปกติก็ไม่เคยยื่นข้อเสนอให้เด็กคนไหนนานกว่านั้นสักคน จะต่างหน่อยก็ตรงจำนวนเงินที่ให้หญิงสาวคนนี้พุ่งสูงกว่าคนอื่นหน่อยก็เท่านั้น
ริมฝีปากอวบอิ่มเม้มแน่น ภายในสมองตบตีกันวุ่นวายไปหมด…เดือนละสองแสนห้า สี่เดือน รวมกันเป็นหนึ่งล้าน…หมายความว่าเธอสามารถปลดหนี้นอกระบบทั้งหมดได้ในสี่เดือน ซ้ำยังมีเงินติดตัวไปสร้างชีวิตใหม่ได้อีกก้อนหนึ่ง
ขวัญข้าวเริ่มทำงานหาเลี้ยงตัวเองตั้งแต่สมัยมัธยมปลายและทำงานหนักมามากจนถึงทุกวันนี้ อดทนแค่สี่เดือนแล้วชีวิตของเธอเป็นอิสระ ทางลัดที่จะทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นกว่าปัจจุบัน หญิงสาวไม่ได้อยากตอบรับเลยแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าข้อเสนอของเขาเย้ายวนแค่ไหน
“มีเงื่อนไขอะไรบ้างคะ” เอ่ยถามทั้งที่รู้สึกสับสน มุมหนึ่งเธออยากตอบรับ อีกมุมกลับรู้สึกเศร้าหมอง เศร้าที่ดันสนใจในข้อเสนอของเขา เศร้าที่นึกอยากใช้ร่างกายแลกกับเงินเพื่อหลีกหนีความลำบากในชีวิต
จิรายุกระตุกยิ้ม รู้อยู่เต็มอกว่าเขาจะชนะ สิ่งของทุกอย่างในโลกสามารถซื้อได้ด้วยเงิน และการซื้อขายจะง่ายขึ้นอีกถ้าจำนวนเงินเยอะเพียงพอ
“เราจะไม่ใช่แฟนกัน ห้ามหลงรักฉัน ห้ามหึงหวง ห้ามแสดงความเป็นเจ้าของ ห้ามยุ่งวุ่นวายกับชีวิต ฉันไม่ใช่ของเธอแต่เธอเป็นของฉัน…ดังนั้นเธอห้ามคบหากับคนอื่น กลางวันจะไปเรียนหรือไปทำอะไรก็เรื่องของเธอแต่ตกกลางคืนเวลาของเธอคือของฉัน เธอต้องกลับมาที่นี่”
“ว่ายังไงล่ะ สนใจไหม” ขวัญข้าวนิ่งไปนาน จนจิรายุกระทุ้งถาม
ขวัญข้าวนิ่งชั่งใจอยู่นาน แล้วตอบคำถามของเขา
“ตกลงค่ะ”
***************************
ฝากกดหัวใจ เพิ่มเข้าชั้นเพื่อเป็นกำลังใจให้กันด้วยนะคะ
บทนำ
เสียงดนตรีดังกระหึ่มเป็นจังหวะเร้าใจรับกับแสงไฟวูบวาบในสถานบันเทิงหรูหราแห่งหนึ่งใจกลางเมืองกรุงเทพมหานคร ‘ขวัญข้าว’ หญิงสาวร่างเล็กในชุดพนักงานเสิร์ฟหันมองลูกค้าภายในผับด้วยแววตาเศร้าหมอง ต่างจากบรรดาลูกค้าโดยรอบที่ต่างมาพักผ่อนหาความสุขความสำราญกันในค่ำคืนวันศุกร์
ทั้ง ๆ ที่เกิดมาบนโลกใบเดียวกัน แต่ทำไมชีวิตของเธอถึงต้องลำบากตรากตรำทำงานหาเงินอย่างหนัก เพียงเพื่อจะมีชีวิตให้อยู่รอดในแต่ละวัน ต่างจากใครหลายคนที่สามารถใช้เงินทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ หลักพันหลักหมื่นกับการมาเที่ยวเพียงค่ำคืนเดียว…
ยิ่งคิดย้อนถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้า หัวใจของเธอก็เหมือนถูกบีบรัดจนปวดหนึบ
‘น้องสาว จะจ่ายหนี้คืนพวกพี่ได้วันไหนจ๊ะ นี่มันก็เกินกำหนดมาสองสัปดาห์แล้วน้า…’ ผู้ชายร่างใหญ่หน้าโหดกับพรรคพวกสองสามคนบุกเข้ามาหาเธอภายในบ้านเช่า เพื่อทวงถามถึงหนี้สินนอกระบบที่เธอเคยไปหยิบยืมตอนที่ชีวิตกำลังตกระกำลำบากเมื่อไม่กี่ปีก่อน แม้เขาจะเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม แต่ยิ่งเขายิ้มก็ยิ่งทำให้ดูน่ากลัวมากขึ้นไปอีก
‘หนู…ขอเวลาอีกสองสามวันได้ไหมจ๊ะน้า เดี๋ยวหนูจะหามาจ่ายได้แน่ ๆ …’
‘ปัง! มึงขอเลื่อนพวกกูมากี่รอบแล้ว!’ ชายอีกคนที่ยืนอยู่ห่างออกไปใช้เท้าถีบประตูบ้านอย่างแรง ตะคอกถามเธอเสียงดัง ทำเอาขวัญข้าวสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ
ตลอดเวลาที่ผ่านมาขวัญข้าวไม่เคยจ่ายหนี้ล่าช้าแต่แลกมากับการทำงานหนักสายตัวแทบขาด ด้วยความที่เธอเป็นเพียงนักศึกษามหาวิทยาลัย ยังเรียนไม่จบ เธอต้องเรียนและทำงานอย่างหนักต่อเนื่องหลายปีจนสุดท้ายร่างกายก็ประท้วงด้วยความเจ็บป่วย และอาการป่วยในครั้งนั้นทำให้เธอขาดรายได้ไปช่วงหนึ่งจนไม่สามารถหามาเงินจ่ายทันกำหนด
‘ตะ…ตอนนี้หนูไม่มีเลย…พวกน้ากลับไปก่อนนะ เดี๋ยวหนูจ่าย หนูไม่หนีหนี้แน่ ๆ แต่หนูหาไม่ทันจริง ๆ ถ้ามีเมื่อไหร่หนูจ่ายน้าแน่นอน’
หญิงสาวคุกเข่าลงกับพื้น เนื้อตัวสั่นระริก เพราะรู้แก่ใจดีว่าเจ้าหนี้นอกระบบพวกนี้โหดร้ายมากขนาดไหน
‘กูจะรอถึงพรุ่งนี้…วันสุดท้าย มึงเลือกเอาเลยว่ามึงจะจ่ายเป็นเงินหรือร่างกาย ผิวขาว ๆ หน้าสวย ๆ อย่างมึง คงขายได้ราคาดีทำงานไม่นานก็หาเงินคืนพวกกูได้แล้วนี่…’
ขวัญข้าวเหนื่อยแทบขาดใจ เธอเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยปีสี่เทอมสุดท้าย เด็กสาวไร้ญาติไม่เหลือใครให้พึ่งพิง พยายามจะดิ้นรนเอาตัวรอดด้วยตัวเอง เธอทำงานหลายอาชีพตอนเวลาไม่มีคลาสเรียนและงานในผับเป็นงานหนึ่งที่เพิ่งเริ่มทำได้สักพัก
การทำงานในสถานบันเทิงหากคิดว่ายากมันก็ยากเพราะขนาดเธอเป็นเพียงพนักงานเสิร์ฟไม่ใช่พีอาร์เชียร์เบียร์ที่ต้องแต่งตัวโป๊ล่อแหลม สุดท้ายก็ยังต้องรับมือกับบรรดาลูกค้าขี้เมาที่คอยแทะโลมเธอด้วยสายตา วาจาและคำพูดอยู่เสมอ โชคดีที่เธอยังไม่เคยถูกลวนลามอย่างจริงจังสักครั้งเพราะคอยระวังตัวเองอยู่ตลอด
ถึงการทำงานกลางคืนจะเป็นงานที่เสี่ยงกับการถูกลวนลาม แต่มันก็สามารถสร้างเม็ดเงินให้เธอได้มากกว่างานพาร์ทไทม์อย่างอื่น ด้วยเหตุนี้ขวัญข้าวจึงอดทนทำงานที่นี่เพราะต้องการนำเงินไปใช้หนี้นอกระบบ เพราะหากเธอหาเงินมาจ่ายหนี้ไม่ทันกำหนดพวกมันก็จะใช้กำลังทำร้ายร่างกายเอาได้
เมื่อตอนเย็นหลังจากที่ชายโหดข่มขู่ด้วยวาจา ขวัญข้าวก็ทำได้เพียงขอผัดผ่อนและรับปากว่าจะหาเงินมาจ่ายให้ทันภายในวันพรุ่งนี้ เธอรับปากเขาไปแบบนั้นแต่ความจริงไม่แน่ใจเลยว่าจะสามารถหาเงินมาทันจ่ายพวกมันได้จริงหรือเปล่า รู้แต่ว่าหากหามาได้ไม่ทัน เธอก็อาจจะโดนพวกมันจับไปขายจริง ๆ ก็เป็นได้
หญิงสาวได้แต่ทำงานไปด้วยความหวังลม ๆ แล้ง ๆ ว่าคืนนี้จะมีลูกค้ากระเป๋าหนักสักคนให้ทิปเป็นกอบเป็นกำไปจ่ายหนี้ แต่สุดท้ายแล้วเวลาผ่านไปเกือบค่อนคืนก็ยังไม่มีวี่แววว่าเธอจะได้รับทิปจากโต๊ะไหนเลยสักบาท แม้ใบหน้าจะยิ้มแย้มในยามที่ต้องบริการลูกค้า แต่ความจริงในใจนั้นมีแต่วิตกกังวล
ขวัญข้าวก้าวเดินไปชงเหล้าให้แขกคนหนึ่ง เมื่อเห็นเขาดื่มเหล้าจนหมดแก้วแล้วยกขึ้นเป็นสัญญาณเรียกให้เธอไปชงให้ใหม่ คุ้น ๆ ว่าเขาเป็นเพื่อนของคุณกฤตเจ้าของผับ หนึ่งในกลุ่มเพื่อนของเจ้านายที่มักจะนัดแนะกันมาดื่มในช่วงวันศุกร์จนเป็นที่พูดถึงกันในหมู่พนักงานสาวเพราะเป็นการรวมตัวผู้ชายหน้าตาและหน้าที่การงานดีถึงสี่คน
เพื่อนของเจ้านายกลุ่มนี้ขวัญข้าวไม่ค่อยได้ใส่ใจนักเพราะเธอไม่ค่อยมีโอกาสได้ดูแลลูกค้าวีไอพีสักเท่าไหร่ แต่วันนี้ขวัญข้าวรู้สึกแปลก ๆ เพราะไม่ว่าจะขยับไปอยู่มุมไหนก็รู้สึกเหมือนว่าผู้ชายคนนี้คอยมองเธออยู่ตลอด
หญิงสาวค่อย ๆ เดินเข้าไปหาเพื่อนของเจ้านาย ชายคนนั้นมองเธอทุกย่างก้าวพลางแกว่งเหล้าเปล่าในมือไปมาเป็นสัญญาณให้ต้องเดินเข้าไปชงเหล้าให้ใหม่ ยิ่งเดินเข้าไปใกล้ เธอก็ยิ่งเห็นเขาได้ชัดเจนขึ้น เขาเป็นคนผิวขาว ใบหน้าเนียนกริบเหมือนคนไม่เคยออกแดด ตัวสูงใหญ่ไหล่กว้าง ดูคร่าว ๆ เธอน่าจะสูงเพียงแค่ไหล่ของเขาเท่านั้น เสื้อเชิ้ตแบรนด์ดังสีเข้มบนตัวยิ่งขับให้ผิวของเขาขาวขึ้นไปอีก ไหนจะแผงอกกว้างใต้เสื้อเชิ้ตที่มองผ่าน ๆ ยังพอเห็นกล้ามเนื้อแข็งแกร่งได้ราง ๆ
ขวัญข้าวเอื้อมมือไปหยิบแก้วเหล้าที่เขาส่งให้ด้วยรอยยิ้ม คิดทึกทักเอาเองว่าเพื่อนของเจ้านายคนนี้คงจะมีเงินเป็นถุงเป็นถัง ไม่แน่หากเธอบริการเขาดี ๆ เขาอาจให้ทิปเธอไปจ่ายหนี้ก็ได้
“ชื่อขวัญข้าวเหรอ”
หลังได้ยินคำถาม ขวัญข้าวก็เงยหน้าส่งยิ้มให้ ชายหนุ่มคงอ่านชื่อเธอจากป้ายชื่อตรงหน้าอก
“ค่ะ” เธอตอบพลางก้มชงเหล้าให้เขาอย่างตั้งใจ รู้สึกถึงสายตาของเขาที่มองมาอยู่ตลอดแต่เธอก็ทำเป็นไม่รับรู้ ก่อนจะเอื้อมมือส่งแก้วเหล้าคืนให้เขาด้วยรอยยิ้มการค้าที่คิดว่าสวยที่สุดในชีวิต
เขาหยิบแก้วเหล้าจากมือเธอ วินาทีนั้นปลายนิ้วร้อน ๆ ของเขาแตะสัมผัสปลายนิ้วของเธอชั่วขณะหนึ่ง ความร้อนจากตัวเขาที่แผ่มาทำเอาเธอใจกระตุก รีบชักมือออกแล้วก้มหัวให้เขาน้อย ๆ ก่อนจะถอยออกไปยืนประจำตำแหน่งห่างออกไปเพื่อให้เขามีพื้นที่ส่วนตัว
“เธอสนใจไปกับฉันไหม…คืนนี้”
บทที่ 1 (1/3) สนใจไปกับฉันไหม…คืนนี้
“เฮ้ย! ไอ้จีน ทางนี้”
ธนกฤตเจ้าของ HIGHWAY TO HEAVEN ผับหรูชื่อดังใจกลางเมืองกรุงเทพฯ โบกมือทักทายเพื่อนสนิทที่มาสายกว่าเวลานัดหมายไปร่วมสองชั่วโมง ท่ามกลางเพื่อนในกลุ่มอีกสองคนที่ต่างหันมองพลางพยักหน้าให้ทักทายคนมาใหม่
จีน จิรายุ นักธุรกิจไฮโซหนุ่มนามสกุลดัง ประธานเจ้าของห้างสรรพสินค้าใหญ่ยักษ์ธุรกิจที่ส่งต่อกันมาตามสายเลือด ด้วยความสูงกว่าร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตรและผิวที่ขาวสว่างโอโม่ทำให้เขามักโดดเด่นจนเป็นที่จับตามองเสมอ แต่ถึงกระนั้นเขาก็ไม่ได้สนใจสายตาหลายคู่ที่มองมา แต่ไหนแต่ไรด้วยความที่พ่วงด้วยนามสกุลใหญ่ยักษ์ทำให้เขาเป็นที่จับตามองของสังคมมาตั้งแต่เด็กจนคุ้นชิน
“โทษที กูติดประชุม” จิรายุทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาหนังโต๊ะวีไอพีที่นั่งประจำ ก่อนจะเอ่ยขอโทษเพื่อนสามคนที่มาถึงก่อนแบบขอไปที เขาไม่ได้ใส่ใจอะไรมากมายเพราะรู้ดีว่าพวกมันไม่ซีเรียส
“มึงกินไรมายัง” กฤตเจ้าของผับยื่นแก้วเหล้าบริการเพื่อนพลางเอ่ยถามเพราะปกติหากจิรายุติดประชุมมักจะเป็นการประชุมที่ลากยาวมาตั้งแต่ช่วงบ่าย ตอนนี้เป็นเวลาสี่ทุ่มกว่า ๆ ไม่แน่ใจว่าจะมีอะไรตกถึงท้องบ้างหรือยัง
“กินมาหน่อยละในห้องประชุม ไม่ต้องห่วง” ชายหนุ่มตอบห้วนก่อนจะกระดกเหล้าเข้าปาก
“กินมาหน่อยแล้วคือกินอะไรวะ ซัดเหล้าไม่แดกข้าว เดี๋ยวแสบท้องนะมึง” ภูริ ชายหนุ่มเพียงหนึ่งเดียวของกลุ่มที่สวมแว่นสายตาสวนทันควัน
“เออ กินมาหน่อยคือกินมาไม่เยอะ แต่กินแล้วไง…งั้นเอาอะไรมารองท้องก่อนก็ได้ไอ้กฤต” จิรายุปรายตามองคุณหมอสูตินารีหนุ่มผู้รักสุขภาพด้วยหน้าเอือมจัดแต่ก็ไม่คิดจะขัดเพื่อน ธนกฤตจึงเดินหายไปหลังครัวคาดว่าอีกไม่นานคงจะออกมาพร้อมอาหารรองท้องตามที่เพื่อนร้องขอ
“โรงงานมึงเป็นไงวะ คืบหน้ายัง” จิรายุหันไปถามปัณณ์ เพื่อนสนิทอีกคนที่กำลังนั่งนิ่งจิบเหล้าพร้อมกับใช้สายตาสาดส่องมองไปรอบ ๆ ไม่สนใจจะตอบคำถามเขาสักนิด จนเขาต้องสะกิดเรียกอีกครั้ง
“มองหาอะไรของมึง หาเหยื่อใหม่ในผับรึไงวะ”
“เออ พอดีมีสินค้าใหม่ว่ะเพิ่งทดลองเสร็จอาทิตย์ก่อน คืนนี้กูว่าจะลองกับน้องสักคนแถวนี้…มึงว่าคนนั้นเป็นไงวะ หุ่นโคตรดี” ปัณณ์นักธุรกิจเจ้าของโรงงานผลิตถุงยางอนามัยชื่อดัง ที่ฮิตติดตลาด ทั้ง ๆ ที่เป็นแบรนด์ใหม่ไม่ใช่เจ้าตลาดมาแต่เดิม ด้วยความที่เจ้าของโรงงานชอบผลิตสินค้ากลิ่นแปลกใหม่ออกมาจำหน่ายแตกต่างจากกลิ่นที่มีอยู่เดิมตามท้องตลาด ทำให้สินค้าติดกระแสโซเชียล ดึงดูดให้วัยรุ่นสมัยนี้มาทดลองใช้ได้ไม่ยาก
เป็นอันรู้กันว่าเพื่อนกำลังมองหาหญิงหิ้วกลับคอนโดในคืนนี้
“ไอ้ภูมึงเอาหน่อยไหมวะ ทำงานเครียด ๆ หิ้วกลับไปสักคนดิ” ปัณณ์เอ่ยชวนทั้ง ๆ ที่ยังจ้องหญิงสาวหุ่นแซ่บคนเดิมที่เล็งอยู่ก่อนหน้าตาไม่กะพริบ
“กูขอบาย พรุ่งนี้ลงเวรเดี๋ยวตื่นสาย” ภูริเอ่ยปฏิเสธนิ่ง ๆ ไม่อยากใช้แรงงานเยอะในคืนก่อนเข้าเวร เขาไม่เที่ยวผู้หญิงและไม่นิยมมีเซ็กซ์หากไม่มีความรัก ด้วยสาเหตุนี้ทำให้หมอภูมีบุคลิกที่แตกต่างจากเพื่อนในกลุ่มชัดเจน
และคำตอบของภูริไม่ต่างจากที่คาดไว้เท่าใดนัก
“จำศีลไปครับเพื่อน เอาจริงนะไอ้ภู อีกนิดนึงกูว่ามึงไปบวชเหอะโคตรพระสงฆ์…นมัสการครับหลวงพ่อ” ปัณณ์ตอกกลับขำขัน ก่อนจะล้วงกระเป๋าหยิบสินค้าทดลองของเขาขึ้นมาวางเรียงบนโต๊ะเป็นสิบกล่อง
“อะนี่…มีหลายกลิ่น หลายขนาด หลายแบบพวกมึงเอาสินค้ากูไปลองหน่อยแล้วบอกด้วยว่าเป็นไง ไอ้ภูถ้าออกจากสำนักสงฆ์แล้วค่อยลอง ส่วนไอ้จีนมึงเอาไปเลยจะเอากี่กล่องกี่ชิ้น กลิ่นอะไรกูให้ มึงเอาไปลองกับน้องที่คอนโด…เหลือไว้ให้ไอ้กฤตด้วย กูไปละ เดี๋ยวน้องคนสวยโดนงาบไปก่อน” พูดจบเจ้าของถุงยางอนามัยสินค้าทดลองสิบกว่ากล่องทีก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วเดินออกไปเกี่ยว ‘เหยื่อ’ ที่เมื่อครู่เขามองอยู่ ซึ่งดูเหมือนไม่ยากเย็นอะไรเพราะแค่เขาเดินตรงไปกระซิบที่ข้างหูสาวเจ้า เพียงสองสามคำก็เห็นเธอคนนั้นเดินตามกันออกไปแบบไม่อิดออด
“กูกลับด้วยดีกว่า คืนนี้ไม่อยากดึกว่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ตื่นไปทำงานไม่ไหว” หมอภูริเอ่ยขอตัวบ้าง
“เออ ไม่เป็นไร วันนี้กูมาสายเอง ไว้ค่อยเจอกัน กลับดี ๆ ไอ้หมอ” จิรายุพยักหน้าให้บอกลา แต่พอเหลือบเห็นกล่องถุงยางอนามัยหลากสีบนโต๊ะ ก็เงยหน้าไปตะโกนรั้งเพื่อนไว้อีกครั้ง
“เฮ่ยเดี๋ยว ไอ้ภู! มึงเอาสินค้าทดลองของไอ้ปัณณ์ไปด้วยดิ กูจะใช้หมดได้ไงวะเป็นสิบกล่อง” แม้จะตะโกนเรียกเพื่อนอีกครั้ง แต่ภูริกลับหันมายิ้มกวนประสาทพลางโบกมือปฏิเสธแล้วหันเดินออกไป ทิ้งให้เขาอยู่กับกองถุงยางเต็มโต๊ะเหล้าเพียงคนเดียว
บทที่ 1 (2/3) สนใจไปกับฉันไหม…คืนนี้
“เฮ่ยเดี๋ยว ไอ้ภู! มึงเอาสินค้าทดลองของไอ้ปัณณ์ไปด้วยดิ กูจะใช้หมดได้ไงวะเป็นสิบกล่อง” แม้จะตะโกนเรียกเพื่อนอีกครั้ง แต่ภูริกลับหันมายิ้มกวนประสาทพลางโบกมือปฏิเสธแล้วหันเดินออกไป ทิ้งให้เขาอยู่กับกองถุงยางเต็มโต๊ะเหล้าเพียงคนเดียว
มุมปากจิรายุกระตุกยิ้มพลางเอื้อมมือไปโกยกล่องถุงยางเก็บใส่ถุง พอได้นั่งคนเดียวเขาก็เริ่มกวาดสายตามองไปรอบ ๆ เขาไม่ได้ตั้งใจจะมองหาเหยื่ออย่างที่ปัณณ์ทำเมื่อครู่ แต่กลับสะดุดตากับผู้หญิงคนหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากโต๊ะของเขานัก หญิงสาวในชุดพนักงานเสิร์ฟที่กำลังยืนชงเหล้าให้แขกด้วยรอยยิ้ม เธอผิวขาวสว่างตัวเล็ก ผมยาวสีน้ำตาลเข้ม แววตาเศร้าหมอง ทั้ง ๆ ที่กำลังยิ้มทำให้เธอดูน่าค้นหา จมูกโด่งรับกับใบหน้า ตัวเล็ก เอวคอดกิ่ว เรียวขาที่โผล่พ้นกระโปรงสั้นครึ่งขาอ่อนยิ่งดูน่าดึงดูด
“อ้าว หายไปไหนกันหมดแล้ววะ” ธนกฤตเดินกลับมาพร้อมจานข้าวผัดในมือ เขาวางจานข้าวลงตรงหน้าจิรายุก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงตรงข้ามเพื่อนสนิท
“ไอ้ปัณณ์ไปหาเหยื่อ ส่วนไอ้หมอกลับถ้ำ” จิรายุดึงสายตากลับมา เริ่มลงมือกินข้าวผัดที่ธนกฤตนำมา ธนกฤตพยักหน้ารับอย่างเข้าใจก่อนจะทรุดตัวนั่งลงบนโซฟาฝั่งตรงกันข้าม
พวกเขาทั้งสี่คนเป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมโรงเรียนชายล้วนชื่อดังในกรุงเทพฯ พอขึ้นมหาวิทยาลัยต่างคนก็ต่างแยกย้ายไปเรียนกันคนละคณะ แต่ก็ยังนัดพบปะสังสรรค์กันอยู่เสมอทำให้ยังเป็นเพื่อนสนิทกันมาจนถึงทุกวันนี้
“แล้วมึงล่ะ เดี๋ยวกลับไปหาน้องฟ้า?”
“หึ…เลิกกันไปละ” จิรายุตอบสั้น ๆ พลางยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม ดวงตาคมไร้อารมณ์และความรู้สึก
คำตอบของจิรายุทำให้ธนกฤตส่ายหน้าอย่างเอือมระอา แต่เขาไม่ได้ถือสาเอาความอะไรเพราะรู้และเข้าใจนิสัยของเพื่อนแต่ละคนอย่างดี
ปัณณ์เจ้าชู้ประตูดินสนุกกับความแปลกใหม่ เปลี่ยนผู้หญิงทุกสัปดาห์โดยจะหาใหม่ตามผับตามบาร์แล้วหิ้วไปนอนกกที่คอนโดแบบวันไนท์แสตนด์ ในขณะที่จิรายุจะเลี้ยงเด็กไว้ทีละคนแล้วจ่ายค่าจ้างเป็นรายเดือน ฟังดูเหมือนจะอยู่กันได้ยาวแต่สุดท้ายก็เห็นว่าเพื่อนเปลี่ยนสาวทุกเดือนด้วยเหตุผลที่ว่าจุ้นจ้านเกินไป พ่อพระที่สุดคือหมอภูริที่เห็นคบใครทีก็คบอย่างเปิดเผยทีละคน
“ไอ้กฤต คนนั้น…เด็กใหม่เหรอ” จิรายุเอ่ยถามพลางบุ้ยหน้าไปทางพนักงานสาวที่เขาเล็งอยู่เมื่อครู่
“ไม่ใช่เด็กใหม่ เข้ามาทำงานได้สักพักแล้ว…มึงสนน้องเขารึไง? กูไม่รู้นะ มึงลองคุยดูก่อนแล้วกัน เหมือนจะมีปัญหาเรื่องเงิน มีลูกค้าหลายคนสนใจแต่กูไม่เคยเห็นน้องมันจะยอมไปกับใครสักคน เสนอเงินให้มากแค่ไหนก็ไม่เอา” ธนกฤตตอบแบบไม่ยี่หระ เขาเป็นเจ้าของผับแห่งนี้ และรู้ดีว่าบางครั้งเด็กในผับหลายคนก็รับงานอย่างว่า โดยจะนัดแนะกันออกไปทำข้างนอกซึ่งเขาไม่สนใจ หรือห้ามปรามอะไร ขอแค่ไม่ทำให้ธุรกิจของเขาเดือดร้อนก็พอ
“อืม…”
เวลาล่วงเลยผ่านไปค่อนชั่วโมง ธนกฤตทิ้งเขาไปเคลียร์งานหลังร้าน เหลือเขาคนเดียวที่นั่งปักหลักอยู่ที่เดิมไม่เขยื้อนไปไหน ตลอดชั่วโมงที่เขานั่งมองผู้หญิงคนนั้นพลางวิเคราะห์คำพูดของเพื่อน ไม่ปักใจเชื่อว่าผู้หญิงจะซื้อไม่ได้ด้วยเงิน ยิ่งเป็นหญิงวัยรุ่นก็ยิ่งมีความอยากได้อยากมีเหมือนกันทั้งหมด ไม่กระเป๋าแบรนด์หรูก็นาฬิกา เสื้อผ้า หรือโทรศัพท์ราคาแพงที่จะยกระดับฐานะตัวเองในสายตาคนอื่น ยิ่งเพื่อนบอกเอาไว้ว่ามีปัญหาเรื่องเงินด้วยแล้ว เขาก็คิดว่าการดีลครั้งนี้ไม่น่าจะยากเกินกำลังทรัพย์
จิรายุยกแก้วเหล้าที่หมดแล้วขึ้นเป็นสัญญาณให้เธอมาชงให้ใหม่ ตาคมหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อเธอเดินเข้ามาใกล้มากขึ้น ยิ่งเห็นใกล้ ๆ ก็ยิ่งถูกใจ จนเผลอนึกจินตนาการไปถึงตอนที่เธอนอนครวญครางอยู่ใต้ร่างบนเตียงนอน…
“ชื่อขวัญข้าวเหรอ” ชายหนุ่มอ่านชื่อเธอตรงป้ายที่ติดตรงหน้าอก ดวงตาคมยังมองตามเธอทุกอิริยาบถขณะที่ถาม สมองยังไม่หยุดจินตนาการ จ้องมองซอกคอขาวผ่องหื่นกระหาย นึกอยากฝังใบหน้าไปขบเม้มขึ้นเป็นรอยแดง
“ค่ะ” เธอตอบกลับพลางส่งยิ้มให้ หญิงสาวก้มหน้าก้มตาชงเหล้าอย่างตั้งใจ ก่อนจะเดินตรงกลับมายื่นแก้วให้อย่างสุภาพ
วินาทีที่เธอส่งแก้วเหล้าให้จิรายุลอบสัมผัสนิ้วมือของเธออย่างเจตนา แต่หญิงสาวกลับรีบชักมือหนีท่าทางแตกตื่น ไม่รู้ว่าเป็นการแสดงหรือตั้งใจแต่บอกตามตรงว่าท่าทางไร้เดียงสาของเธอนั่นยิ่งกระตุ้นความต้องการเขามากขึ้นไปอีก
“สนใจไปกับฉันไหม…คืนนี้”