โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สิ้นสุดยุคทองเรือขนส่งสินค้า Maersk ปลดพนักงาน 10,000 คน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 23 ธ.ค. 2566 เวลา 15.53 น. • เผยแพร่ 05 พ.ย. 2566 เวลา 11.40 น.
เรือขนส่งสินค้าของ Maersk จอดในกรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก มีฉากหลังเป็นอาคารสำนักงานใหญ่ของบริษัท (ภาพโดย Sergei GAPON / AFP)

ในช่วงโควิด-19 ปัญหาคอขวดการขนส่งสินค้ากับการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์หนุนให้บริษัทขนส่งสินค้าทางทะเลมีกำไรสูงเป็นประวัติการณ์ และแข่งกันจ่ายโบนัสให้พนักงานอย่างบ้าคลั่ง บางบริษัทจ่ายถึง 40 เดือน นับว่าเป็น “ยุคทอง” ของธุรกิจเรือขนส่งสินค้า แต่ยุคทองนั้นได้สิ้นสุดลงแล้วในปีนี้ เมื่อความต้องการสินค้าทั่วโลกลดลง

แม้แต่ “เมอส์ก” (Maersk) บริษัทขนส่งทางทะเลรายใหญ่ของโลกก็หนีไม่พ้นภาวะซึมเซาของเศรษฐกิจโลก ถึงขั้นต้องปลดพนักงาน 10,000 คน

เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2023 เมอส์ก หรือ A.P. Moller-Maersk กลุ่มธุรกิจการเดินเรือขนส่งสินค้ารายใหญ่อันดับ 2 ของโลกจากประเทศเดนมาร์กรายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ปี 2023 ว่าทั้งรายได้และกำไรลดลงอย่างมาก และเปิดเผยว่าบริษัทจะปลดพนักงานรวมถึง 10,000 คนตามแผนธุรกิจในปีนี้ เนื่องจากบริษัทเผชิญกับกำลังการบริการล้นเกิน (overcapacity) ต้นทุนที่สูงขึ้น และค่าบริการที่ลดลง

เมอส์กทำรายได้ (revenue) ในไตรมาส 3 ปีนี้ 12,129 ล้านดอลลาร์ ลดลง 46.73 % จาก 22,767 ในไตรมาส 3 ปี 2022 ขณะที่หน่วยธุรกิจ Ocean หรือธุรกิจเรือขนส่งสินค้าทางทะเลทำรายได้ 7,897 ล้านดอลลาร์ ลดลง 56.17 % จาก 18,018 ในไตรมาส 3 ปี 2022

ส่วนกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ในไตรมาสที่ 3 อยู่ที่ 1,900 ล้านดอลลาร์ ลดลง 82.57 % จาก 10,900 ล้านดอลลาร์ในไตรมาส 3 ปี 2022

เมอส์กมีพนักงานทั่วโลก 110,000 คน ณ เดือนมกราคม 2023 หลายเดือนที่ผ่านมาได้ปรับลดจำนวนพนักงานลงแล้วเหลือประมาณ 103,500 คนในปัจจุบัน และบอกว่าจะปรับลดลงอีก 3,500 ตำแหน่ง ให้เหลือ 100,000 คน โดยการปลด 2,500 ตำแหน่งจะเกิดขึ้นในปีนี้ และส่วนที่เหลือจะโดนปลดในปี 2024 ซึ่งเมอสก์บอกว่าการปรับลดจำนวนพนักงานเพิ่มเติมจะส่งผลให้เมอส์กลดค่าใช้จ่ายได้ 600 ล้านดอลลาร์ในปี 2024

วินเซนต์ เคลิร์ก (Vincent Clerc) กล่าวว่า การเติบโตของรายได้ (revenue) เป็นลบในไตรมาสที่ 3 ปี 2023 ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากความซบเซาของการจับจ่ายในภาคการค้าปลีกและไลฟ์สไตล์ รวมถึงยานยนต์และสินค้าทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทวีปอเมริกาเหนือ

เมอส์กครองส่วนแบ่ง 1 ใน 6 หรือประมาณ 16.6% ของตู้คอนเทนเนอร์ขนส่งสินค้าทั่วโลก เป็นผู้ขนส่งสินค้าให้กับผู้ค้าปลีกรายใหญ่และบริษัทสินค้าอุปโภคบริโภคระดับโลก ส่งสัญญาณว่า ความต้องการสินค้า (อันนำมาซึ่งการขนส่งสินค้า) ลดลงมากกว่าที่นักวิเคราะห์และนักลงทุนคาดการณ์ไว้อีก

เมอสก์คาดว่า จำนวนตู้คอนเทนเนอร์ทั่วโลก (ที่ให้บริการลูกค้า) ของหน่วยธุรกิจ Ocean หรือธุรกิจเดินเรือขนส่งสินค้า ซึ่งเป็นธุรกิจส่วนที่ใหญ่ที่สุดของบริษัทจะลดลงมากถึง 2% ในปีนี้ โดยหลักแล้วเป็นผลมาจากอุปสงค์ของผู้บริโภคที่อ่อนแอลง และการตัดสต๊อกสินค้าของบริษัทต่าง ๆ หลังจากที่แย่งชิงสินค้ากันในช่วงปีก่อนหน้านี้ อันเป็นผลพวงมาจากการเกิดโรคระบาด

“ภาวะปกติใหม่ที่เราเผชิญอยู่ในขณะนี้คือแนวโน้มเศรษฐกิจมหภาคที่ซบเซาหนักขึ้น ส่งผลให้อุปสงค์อ่อนตัวในปีที่กำลังมาถึงและปีต่อไป ค่าบริการ [เรือคอนเทนเนอร์ขนส่ง] กลับมาสอดคล้องกับระดับในอดีต แรงกดดันเงินเฟ้อต่อต้นทุนของเรา โดยเฉพาะจากต้นทุนพลังงาน และยังมีความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น” ซีอีโอของเมอส์กกล่าวกับนักลงทุน

ก่อนหน้านี้ ในช่วงระหว่างและหลังการระบาดของโควิด-19 อุตสาหกรรมเรือขนส่งสินค้าได้เพิ่มการลงทุนอย่างมากในเรือคอนเทนเนอร์ใหม่ รวมถึงการจ้างงานเพิ่ม เพื่อตอบสนองต่อดีมานด์ที่แข็งแกร่ง ส่งผลให้กำลังการบริการล้นเกิน เมื่อค้าระหว่างประเทศซบเซา ขณะที่ค่าบริการก็ลดลง

ซีอีโอเมอส์กกล่าวว่า หากในไตรมาสที่ 4 ไม่มีการปรับปรุงใด ๆ บริษัทจะเผชิญกับสถานการณ์ที่ย่ำแย่ในปี 2024

“เมื่อพิจารณาถึงช่วงเวลาที่ท้าทายข้างหน้า เราได้เร่งมาตรการควบคุมต้นทุนและเงินสดหลายประการเพื่อปกป้องผลการดำเนินงานทางการเงินของเรา ขณะเดียวกันก็ปรับปรุงองค์กรและการดำเนินงานของเราให้มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง…” ซีอีโอของเมอส์กกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...