โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ขับรถชนนกพิราบตายไปหนึ่งตัว ตำรวจรวบตัวคนขับแท็กซี่ พร้อมรุดส่งทีมชันสูตรพลิกศพนก

The Better

อัพเดต 06 ธ.ค. 2566 เวลา 00.57 น. • เผยแพร่ 05 ธ.ค. 2566 เวลา 09.33 น. • THE BETTER
แค่วิ่งทับนกพิราบตายไป1ตัว ตำรวจจับคนขับแท็กซี่ญี่ปุ่น แต่ถ้ารู้สาเหตุที่แท็กซี่ลงมือทำแล้วจะต้องอึ้ง

สำนักข่าว AFP รายงานว่า คนขับแท็กซี่ในโตเกียวถูกจับกุมฐานจงใจขับรถชนฝูงนกพิราบและเสียชีวิต 1 ตัว ตำรวจระบุเมื่อวันอังคาร มีรายงานว่า เพราะเขาโกรธที่นกอยู่บนถนน

อัตสึชิ โอซาวะ วัย 50 ปี “ใช้รถของเขาฆ่านกพิราบทั่วไป ซึ่งไม่ใช่สัตว์สำหรับการล่า” ในกรุงโตเดียว เมืองหลวงของญี่ปุ่นเมื่อเดือนที่แล้ว และถูกจับกุมเมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 ธันวาคม ฐานละเมิดกฎหมายคุ้มครองสัตว์ป่า โฆษกตำรวจโตเกียวบอกกับ AFP

สื่อของญี่ปุ่นระบุว่าโอซาวะเร่งความเร็วออกจากจุดหยุดรอสัญญาณไฟจราจรเมื่อสัญญาณไฟเปลี่ยนเป็นสีเขียว โดยพาแท็กซี่ของเขาพุ่งเข้าไปในฝูงนกด้วยความเร็ว 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

มีรายงานว่าเสียงเครื่องยนต์ทำให้ผู้สัญจรไปมาต้องประหลาดใจจนต้องรายงานเหตุการณ์ดังกล่าวกับเจ้าหน้าที่

ตำรวจโตเกียวได้ให้สัตวแพทย์ทำการชันสูตรพลิกศพนกพิราบผู้เคราะห์ร้ายตัวนี้ และระบุว่าสาเหตุการเสียชีวิตของมันถือเป็นอาการช็อกที่กระทบกระเทือนจิตใจ ตามรายงานของสื่อท้องถิ่น

“ถนนเป็นของมนุษย์ ดังนั้นนกพิราบจึงควรหลบให้พ้นทาง” โอซาวะกล่าวกับสื่อท้องถิ่นขณะบอกกับผู้สืบสวน

ตำรวจเรียกพฤติกรรมของเขาว่าเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อคนขับรถมืออาชีพ ก่อนที่จะตัดสินใจดำเนินการจับกุม สถานีโทรทัศน์ฟูจิ ทีวี ระบุ

“ว้าว คุณสามารถถูกจับฐานวิ่งทับนกพิราบได้ด้วย” ผู้ใช้รายหนึ่งเขียนบน X ซึ่งเดิมชื่อ Twitter

“เขาอาจจะแค่บีบแตรรถหรืออะไรสักอย่างก็ได้ แต่จงใจฆ่ามัน นี่มันล้ำเส้น” อีกคนโพสต์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...