โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ผุด “หมู่บ้านปลอดทุเรียนอ่อน” ตราด-จันท์-ระยอง รับฤดูหน้า

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 22 พ.ย. 2566 เวลา 06.08 น. • เผยแพร่ 22 พ.ย. 2566 เวลา 06.08 น.

กว่า 30 ปีที่หลายภาคส่วนพยายามแก้ปัญหา “ทุเรียนอ่อน” หนึ่งในปัญหาใหญ่ที่มีผลกระทบต่อการส่งออก “ทุเรียน” มูลค่ากว่าแสนล้านบาทของไทย แต่จนแล้วจนรอดยังไม่สามารถจัดการขั้นเด็ดขาดได้ ทำให้ทุกปีมีทุเรียนอ่อนถูกส่งออกไปขายในตลาดต่างประเทศจำนวนมาก

นายชลธี นุ่มหนู อดีตหัวหน้า “ทีมพญาเหยี่ยว” กรมวิชาการเกษตร วันนี้กลับมาลุยแก้ปัญหาทุเรียนอ่อนอีกครั้ง ในบทบาทที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและประธานเครือข่ายทุเรียนไทย เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เนื่องจากทุเรียนสร้างมูลค่าปีละกว่า 100,000 ล้านบาท และปริมาณทุเรียนยังเพิ่มขึ้นอีกจำนวนมาก

ขณะที่ต้องเผชิญกับคู่แข่งจากประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จาก เวียดนาม ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย กัมพูชา สปป.ลาว ทุเรียนไทยต้องสร้างความเชื่อมั่นให้ตลาดผู้บริโภคด้วยคุณภาพ ไม่มีทุเรียนอ่อนออกไปตลาดต่างประเทศ

โดยเฉพาะตลาดจีนที่เป็นตลาดใหญ่ ที่ผ่านมามีประกาศของจังหวัดเป็นตัวควบคุม เพิ่งจะมีประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กำหนดมาตรฐานสินค้าเกษตร : หลักปฏิบัติในการตรวจและรับผลทุเรียนสำหรับโรงรวบรวม และโรงคัดบรรจุ ตามพระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ. 2551 ลงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2566 ที่จะทดลองใช้ 1 ปี ในฤดูกาลผลิต ปี’66/67 และปี 2567 จะประกาศเป็นมาตรฐานบังคับ

ปัญหาทุเรียนอ่อนยังคงเป็นปัญหาใหญ่ในวงการทุเรียนไทย การแก้ปัญหาที่ผ่านมาดำเนินการป้องกัน โดยหน่วยงานภาครัฐเป็นหลัก มีบุคลากร งบประมาณจำกัด และควบคุมได้เฉพาะโรงรวบรวมและโรงคัดบรรจุ ในส่วนภาคเอกชนมีการจัดตั้งเครือข่ายพิทักษ์ทุเรียนไทย เพื่อเฝ้าระวังทุเรียนอ่อนออกสู่ตลาด แต่การควบคุมจากสวนที่เป็นต้นน้ำยังไม่มีการดูแลอย่างทั่วถึง สวนของเกษตรกร กระดุมเม็ดแรกไม่มีหน่วยงานมาดูแลได้ทั่วถึง

นายศักดินัย นุ่มหนู สส.จ.ตราดประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้มีแนวคิดจัดทำ “หมู่บ้านปลอดทุเรียนอ่อน” ร่วมกับภาคเอกชน คือ สภาเกษตรกร สมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้าน สมาคมทุเรียนไทย สมาคมผู้ผลิตทุเรียนไทย

เพื่อควบคุมดูแลไม่ให้ตัดทุเรียนอ่อนออกจากสวน เป็นการทำงานเชิงรุกให้ทันฤดูกาลผลิต 66/67 นี้ เริ่มนำร่องใน 3 จังหวัดภาคตะวันออก คือ จันทบุรี ระยอง ตราด จากนั้นจะขยายผลไปภาคอื่น ๆ โดยจะนัดปรึกษาหารือเครือข่ายแต่ละพื้นที่ทั้ง 3 จังหวัดเพื่อวางแผน ระยะเวลาการทำงาน

เริ่มที่ จ.ตราดก่อน เพราะมีผลผลิตออกก่อน รูปแบบการทำงานจะนัดปรึกษาหารือ เครือข่ายร่วมกัน ระดับตำบล หมู่บ้าน จัดทำข้อมูลดูแลการตัดทุเรียน และมีการติดตามผล ถ้าหมู่บ้านใดไม่มีทุเรียนอ่อน จะประกาศเกียรติคุณมอบรางวัลให้

ช่วงฤดูกาลปีนี้ 66/67 พื้นที่ปลูกทุเรียนเพิ่มขึ้น จากกระแสราคาทุเรียนแรงมากในปี 2560-2562 ผลผลิตจะเริ่มให้ผลปี 2566-2567 ทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นอาจจะหลายแสนตัน และความผันผวนของอากาศ ทำให้ทุเรียนภาคตะวันออกนอกฤดูจะล่าช้าไปชนกับทุเรียนที่ออกตามธรรมชาติ

ทำให้ปริมาณทุเรียนช่วง peak เพิ่มขึ้นจำนวนมาก ประกาศควบคุมโรงคัดบรรจุตามกฎหมายเป็นปลายทาง และโรงคัดบรรจุมีจำนวนมาก ทีมเล็บเหยี่ยวและสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 (สวพ.6) ดูแลไม่ทั่วถึง ยังมีการหลบซ่อน ตบตาเจ้าหน้าที่มีผลผลิตทุเรียนอ่อนหลุดออกไปตลาดต่างประเทศ การควบคุมต้นทางจากสวน จะช่วยให้ควบคุมคุณภาพได้ดีอีกทางหนึ่งและช่วยแบ่งเบาภาระเจ้าหน้าที่

“การแก้ปัญหาทุเรียนอ่อนด้วยโมเดลติดกระดุม 3 เม็ดให้ครบ คือ ชาวสวน มือตัดและโรงคัดบรรจุ ต้องดำเนินการไปด้วยกันทั้ง 3 ส่วน ที่ผ่านมามีการควบคุมโรงคัดบรรจุ อบรมและขึ้นทะเบียนมือตัด แต่ในส่วนของชาวสวนเป็นกระดุมเม็ดแรก ต้องดูแลกันเองไม่ให้ตัดทุเรียนอ่อน

รวมทั้งภาคประชาสังคม กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในท้องที่มีความรับผิดชอบโดยตรง เพื่อควบคุมคุณภาพทุเรียนระดับพื้นที่จัดทำ ‘หมู่บ้านปลอดทุเรียนอ่อน’ ซึ่งจะสอดคล้องกับแนวทางของเครือข่ายพิทักษ์ทุเรียนไทยที่นำร่องไปแล้ว และประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กำหนดมาตรฐานสินค้าเกษตร : หลักปฏิบัติในการตรวจและรับผลทุเรียนสำหรับโรงรวบรวมและโรงคัดบรรจุ ที่ทดลองใช้ในฤดูกาล 66/67

และจะมีผลบังคับใช้ในปี 2567 ปัญหาคุณภาพทุเรียน โดยเฉพาะทุเรียนอ่อน ต้องเตรียมการเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ทุเรียนไทยในตลาดจีนที่เป็นตลาดใหญ่ที่สุดและยังมีปริมาณความต้องการสูง เป็นหนทางเดียวที่จะรักษาตลาดทุเรียนในอนาคตไว้เพื่อส่งต่อให้ลูกหลาน การสูญเสียตลาดโอกาสที่จะกลับคืนยาก”

นายธัญญา ขาวเกลี้ยง นายก อบต.อ่าวใหญ่ อ.เมืองตราด จ.ตราด กล่าวว่า ตอนนี้ใน ต.อ่าวใหญ่กำลังรวบรวมจัดตั้งกลุ่มเกษตรแปลงใหญ่อ่าวใหญ่ เพื่อพัฒนาคุณภาพผลผลิตและสร้างอำนาจต่อรองทางการตลาด เพราะทุเรียนเป็นอาชีพหลัก ที่ชาวบ้านหวังพึ่ง ชาวสวนจะไม่ขายทุเรียนอ่อนเพราะทุเรียนที่อ่าวใหญ่ให้ผลผลิตก่อนพื้นที่อื่น ๆ ของไทยได้ราคาสูง ทุเรียนหมอนทองตั้งแต่ระยะดอกบานถึงทุเรียนแก่ ใช้ระยะเวลาเพียง 95-100 วัน

ในขณะที่ทั่วไป 120 วัน ส่วนใหญ่ชาวสวนจะเหมาให้พ่อค้า แต่มีการโยงเชือกต่างสีกับลูกทุเรียนบอกชัดเจน จะไม่มีการตัดข้ามรุ่นถ้าเจ้าของสวนไม่ยอม ซึ่งได้มีการรณรงค์สร้างจิตสำนึกให้ชาวสวนไม่ขายทุเรียนอ่อน และหากพ่อค้าจะตัดเจ้าของสวนตรวจสอบได้เพราะพ่อค้าต้องโอนเงินเข้าบัญชีให้เจ้าของสวนให้เรียบร้อยก่อนจึงจะออกจากสวนได้

“2-3 ปีเคยมีพ่อค้ารับออร์เดอร์จากล้งมาซื้อเหมาใบ วางเงินมัดจำและตกลงให้ราคาขึ้น-ลง ตามตลาด แต่จริง ๆ ไม่เป็นไปตามข้อตกลง ส่วนใหญ่เป็นชาวสวนรายย่อยที่ต้องการเงินทุนมาหมุนเวียน ตอนนี้ไม่มีใครขายใบกันแล้ว หากจะมีการทำหมู่บ้านปลอดทุเรียนอ่อน เป็นผลดีกับคุณภาพทุเรียนไทยแน่นอน และยินดีที่จะให้ความร่วมมือเพราะตอนนี้เศรษฐกิจหมู่บ้าน ยางพารา ผลไม้อื่นถูกตัดโค่นปลูกทุเรียนกันเกือบหมด ประมงพื้นบ้านแทบจะสูญหายไป เหลือทุเรียนพืชชนิดเดียวเป็นอาชีพหลัก”

ทั้งนี้ นายถาวร ถวิลวงษ์ นายก อบต.ห้วงน้ำขาว เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ต.ห้วงน้ำขาว เป็นพื้นที่ที่ทุเรียนออกก่อนเช่นเดียวกับ ต.อ่าวใหญ่ ปัญหามือตัด ที่เป็นผู้เหมาทุเรียน ที่ต้องการทุเรียนเต็มเที่ยวรถ บางครั้งจะตัดผลอ่อนมาผสมกับที่ตัดผลแก่

ทำให้ทุเรียนของ จ.ตราดที่ออกมาเป็นทุเรียนจังหวัดตราดอ่อน ที่ ต.อ่าวใหญ่ ต.ห้วงน้ำขาว จ.ตราด ปกติทุเรียนจะออกก่อน ปกติมีรุ่น 1-2 ราคาทุเรียนสูง ลักษณะทุเรียนหมอนทองแก่ดูง่ายและชาวสวนดูเป็นจะตัดแก่อยู่แล้ว

ปัญหา คือ มือตัดที่รับเหมาจะตัดทุเรียนอ่อนติดไปชาวสวนจะไม่ขายเหมาให้นายหน้า จะขายให้พ่อค้าโดยตรงมากกว่า ที่ต้องระวังคือ ทุเรียนที่ออกรุ่นหลัง ๆ ของ ต.ห้วงน้ำขาว ต.อ่าวใหญ่มีจำนวนน้อยไม่เต็มเที่ยวรถ พ่อค้าจะซื้อทุเรียนอ่อนที่เริ่มออกจากที่อื่น ๆ ของ จ.ตราดรวมกับทุเรียนที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...