โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

งดงามทุกอณู แฟชั่นโชว์ 'ปากายัน มลายู' อวด 47 ชุด ผ้าท้องถิ่นมลายู

MATICHON ONLINE

อัพเดต 07 ส.ค. 2565 เวลา 11.57 น. • เผยแพร่ 07 ส.ค. 2565 เวลา 11.30 น.

งดงามทุกอณู แฟชั่นโชว์ ‘ปากายัน มลายู’ อวด 47 ชุด ผ้าท้องถิ่นมลายู

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ที่ห้องประชุม อาคารอุทยานเรียนรู้ เทศบาลนครยะลา มีการจัดกิจกรรมเดินแฟชั่นโชว์ ปากายัน มลายู ตามโครงการส่งเสริมอนุรักษ์ผ้าท้องถิ่นมลายู ประจำปี 2565 โดยมี นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดกิจกรรม

สำหรับงานดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากเทศบาลนครยะลา โดย นายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา ทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดยะลา เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2565 เพื่อขับเคลื่อนงานนโยบายสำคัญของกระทรวงมหาดไทยให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ด้านที่ 1 คือการยกระดับการพัฒนา ส่งเสริมช่องทางการตลาดและการอนุรักษ์ ผ้าไทยและผ้าพื้นถิ่นจังหวัดยะลา

โดยเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม มีการประกวดการออกแบบลายผ้าและเครื่องแต่งกาย และได้นำเครื่องแต่งกายที่ชนะการประกวดแต่ละประเภทขึ้นเดินแฟชั่นโชว์ในวันที่ 7 สิงหาคม

สำหรับกิจกรรมเดินแฟชั่นโชว์กำหนดให้มีการเดินแฟชั่นโชว์ จำนวน 47 ชุด ประกอบด้วย ชุดที่ตัดเย็บจากดีไซเนอร์ประเทศไทย 9 ชุด ชุดที่ตัดเย็บจากดีไซเนอร์ประเทศมาเลเซีย 10 ชุด ชุดที่ตัดเย็บจากดีไซเนอร์ประเทศอินโดนีเซีย จำนวน 10 ชุด ชุดที่ตัดเย็บโดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดยะลา 5 ชุด ชุดที่ตัดเย็บโดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดยะลา 2 ชุด และชุดจากดีไซเนอร์ที่เข้าร่วมกิจกรรมการประกวดเครื่องแต่งกาย จำนวน 11 ชุด

นายพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา กล่าวถึงความเป็นมาของโครงการส่งเสริมอนุรักษ์ผ้าท้องถิ่นมลายู “ปากายัน มลายู” โดยที่มา หรือจุดเริ่มต้นมาจากตอนที่ได้เดินหาเสียงเลือกตั้ง ได้พบปะและเห็นร้านค้าที่ขายเสื้อผ้ามลายูเป็นจำนวนมาก ทำให้รู้สึกว่าน่าจะเป็นอุตสาหกรรมที่มีอนาคตหลังจากที่ได้สังเกตมาก็เลยคิดว่าน่าจะมีการยกระดับแฟชั่นมลายู ซึ่งจริงๆ แล้วก็เป็นการต่อยอดสิ่งที่เทศบาลนครยะลาทำ นั่นคือ งานมลายูเดย์ @ยะลา ที่ได้ดำเนินการมาแล้ว 6 ครั้ง และได้รับการชื่นชมจากประเทศอินโดนีเซีย ประเทศมาเลเซียตลอดจนประเทศบรูไนซึ่งอยู่ในในคาบสมุทรมลายูแห่งนี้ ทำให้ได้เข้าไปพูดคุยกับทางกงสุลใหญ่ทั้ง 2 ประเทศ ซึ่งก็ถือว่าเป็นประเทศที่เป็นพันธมิตรของเทศบาลฯ มาอย่างยาวนาน และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีมาโดยตลอดจึงกลายมาเป็นงานในวันนี้

นายพงษ์ศักดิ์กล่าวต่อว่า เทศบาลไม่ได้มีประสบการณ์ทางด้านนี้มากนัก แต่โชคดีที่ได้ผู้ประกอบการที่เป็นผู้บริหารสถาบันแฟชั่น Bangkok FA ซึ่งเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขชาวยะลาได้เข้ามาช่วยกันทำให้งานวันนี้ประสบความสำเร็จ แม้ว่าจะไม่ได้สำเร็จมากจนกระทั่งเป็นการยกระดับขึ้นมา แต่ก็ถือว่าเป็นการจุดประกายที่ทำให้ผู้ประกอบการในพื้นที่ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะมาเลเซียและอินโดนีเซีย ซึ่งในคาบสมุทรมลายูนั้นเรามีตลาดผ้ามลายูประมาณ 600 ล้านคน ซึ่งคิดเป็นเงินหลายหมื่นล้านบาท ดังนั้น หากมีโอกาสในการยกระดับผู้ประกอบการก็จะทำให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น นอกเหนือจากการสร้างงานแล้ว สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คืออาจจะเป็นในเรื่องของอุตสาหกรรมต่างๆ ที่จะตามมา เป็นต้นน้ำก่อนที่จะมาสู่ปลายน้ำ

“สิ่งที่สำคัญและโชคดีอีกประการที่ทำให้งานในวันนี้เกิดขึ้นและประสบความสำเร็จคือ การได้รับการสนับสนุนจากท่านสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย โดยเชื่อว่างานปากายันมลายูในวันนี้จะเป็นครั้งที่ 1 และในปีต่อไปจะมีการตั้งปฏิทินงานปากายันมลายูครั้งที่ 2 ในช่วง 2 เดือนก่อนรอมฎอน โดยอาจจะมีรอมฎอน Collection ที่จะออกจำหน่ายในภาคพื้นคาบสมุทรมลายูทั้งหมด ซึ่งก็คงมีสถาบันดีไซเนอร์ทั้งจากอินโดนีเซียและมาเลเซียได้เข้ามาร่วมกับเรา เมื่อวานหลังการแข่งขัน ทางดีไซเนอร์ทั้ง 2 ประเทศได้เข้ามาขอบคุณ และได้พูดคุยกันโดยขอให้ในปีหน้าทางเทศบาลฯ จัดงานอีกครั้งเพื่อที่จะได้เข้ามาร่วมกันใหม่” นายพงษ์ศักดิ์กล่าว

นายพงษ์ศักดิ์กล่าวอีกว่า จากสิ่งที่เราทำในวันนี้จะมี Louis Vuitton ของยะลา ที่เป็นของมลายู หรืออาจจะมี Gucci ที่เป็นของยะลา หรือถึงแม้จะไม่มี Louis Vuitton Gucci Balenciaga แต่เราอาจจะมีพันธมิตรระหว่าง Global Brand กับ Local Brand ที่อาจจะขึ้นในคาบสมุทรแห่งนี้ได้ อันนำไปสู่คุณภาพชีวิตของประชาชนที่ดีขึ้น

นายอากุส ซะโยโน ราชิด กงสุลใหญ่สาธารณรัฐอินโดนีเซีย ประจำจังหวัดสงขลา กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้ร่วมจัดงาน “ปากายัน มลายู” และได้รับโอกาสเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้ และรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะให้มีการพัฒนาในเชิงพาณิชหรือไปสู่ตลาดที่ใหญ่ขึ้นในอนาคต รวมไปถึงการให้ความช่วยเหลือในการด้านออกแบบ หรือในด้านต่างๆ ดังเช่นที่ได้มีการเสวนาในวันแรกไปแล้ว

Nik Muhammad Faqir Bin Nik Zin ตัวแทนประเทศมาเลเซีย กล่าวว่า ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณที่ให้ผมได้เข้าร่วมในกิจกรรม “ปากายัน มลายู” และหวังว่าโปรแกรมนี้จะนำมาซึ่งการแลกเปลี่ยนและการต่อยอดของการออกแบบ และนักออกแบบในพื้นที่ รวมถึงระหว่างประเทศ เพื่อให้มีการผลักดันนักออกแบบในพื้นที่ไปสู่สังคมโลก

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...