โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

อีสานพิมานกรุ๊ป ขอนแก่น ทุ่ม 400 ล้าน ผุดโครงการบ้าน-คอนโด

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 16 ก.ค. 2565 เวลา 06.48 น. • เผยแพร่ 16 ก.ค. 2565 เวลา 06.48 น.
ชาญณรงค์ บุริสตระกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีสานพิมานกรุ๊ป จำกัด

สัมภาษณ์

ครึ่งหลังของปี 2565 สถานการณ์เศรษฐกิจในหลายจังหวัดเริ่มฟื้นตัว กำลังซื้อเริ่มกลับมา โดยเฉพาะ “ขอนแก่น” หนึ่งในจังหวัดที่มีศักยภาพหลายด้าน เป็นศูนย์กลางการค้า การลงทุนและการคมนาคมขนส่งของภาคอีสาน มีการเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง สะท้อนผ่านการลงทุนของภาคเอกชน

“ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์ ชาญณรงค์ บุริสตระกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีสานพิมานกรุ๊ป จำกัด ผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของจังหวัดขอนแก่น

ดีมานด์บ้านเดี่ยวยังโต

อีสานพิมานกรุ๊ป ถือว่าเป็นกลุ่มทุนอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของจังหวัดขอนแก่น ทำมาแล้วหลายโครงการทั้งบ้านเดี่ยวและคอนโดฯ อาทิ โครงการพิมานชล โครงการบ้านเบต้าเฮ้าส์ โครงการคานารี่วิลล์ โครงการพิมานเพลส โครงการ North Park Khon Kaen (นอร์ท พาร์ค ขอนแก่น) โครงการ City Park Condo Khon Kaen (ซิตี้ พาร์ค คอนโด ขอนแก่น) สัดส่วนทำโครงการบ้านจัดสรรอยู่ที่ 70% ราคาเฉลี่ย 3 ล้านบาท โครงการคอนโดฯอยู่ที่ 30% ราคาเฉลี่ย 1.4 ล้านบาท โดยประเภทที่อยู่อาศัยที่ได้รับความนิยมและขายดีในจังหวัดขอนแก่นจะเป็นบ้านเดี่ยวราคา 3 ล้านบาท

จังหวัดขอนแก่นไม่ใช่เมืองท่องเที่ยว สภาพแวดล้อมเป็นเมืองใหญ่ มีสถานศึกษาอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น และมหาวิทยาลัยอื่น ๆ อีกหลายแห่ง จึงสร้างเศรษฐกิจให้ดำเนินต่อไปได้แม้ในช่วงเกิดโควิด-19 ฉะนั้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดขอนแก่นตลอด 3 ปีที่ผ่านมาจึงไม่ชะลอตัวหรือขาดตอน ที่อยู่อาศัยยังเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิต ความต้องการซื้อบ้านหรือคอนโดฯจึงมีอยู่เป็นจำนวนมาก แต่จะเป็นที่อยู่อาศัยขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ขึ้นอยู่กับกำลังทรัพย์ของแต่ละคนเป็นหลัก

เมืองขอนแก่นยังมีบรรยากาศของการทำงาน การลงทุน เหมาะกับการอยู่อาศัย เช่น คนขอนแก่นที่ไปทำงานอยู่พื้นที่อื่น พอมีเงินมีรายได้อยู่บ้าง เมื่อย้ายกลับถิ่นฐานกลับบ้านเกิดที่จังหวัดขอนแก่นก็มาซื้อที่อยู่อาศัย ส่วนคนรุ่นใหม่เริ่มมองหาบ้านหลังแรกหลังจากเรียนจบ มีงานทำ นอกจากนี้มีนักลงทุนต่างถิ่น นักเรียน นักศึกษา หลายคนย้ายบ้านจากชนบทมาอยู่ในเมืองมากขึ้น ทำให้เกิดเทรนด์การซื้อที่อยู่อาศัยประเภทบ้านเดี่ยวในระยะ 1-2 ปี มีมากขึ้นเช่นกัน ซึ่งราคาอสังหาริมทรัพย์และที่ดินในขอนแก่นยังถือว่าอยู่ในราคาปกติ ไม่ได้ปรับขึ้นมากนัก

แผนลงทุนโครงการใหม่

ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2565 อีสานพิมานกรุ๊ปเตรียมเปิดพรีเซล (presale) 4 โครงการอสังหาริมทรัพย์ รวมมูลค่าลงทุนกว่า 407 ล้านบาท ประกอบด้วย1.โครงการโคะอิ ศิลา 68 ยูนิต มูลค่าลงทุน 181 ล้านบาท แบ่งเป็นทาวน์โฮม 7 หลัง บ้านแฝด 16 หลัง และบ้านเดี่ยว 45 หลัง อยู่ติด ถ.เลี่ยงเมือง ทางทิศเหนือของจังหวัดขอนแก่น (ขอนแก่น-กาฬสินธุ์) เฟสแรกจะก่อสร้างประมาณ 21 ยูนิต แบ่งเป็นบ้านเดี่ยว 8 ยูนิต ขนาดที่ดินขนาด 50 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 157 ตร.ม. ราคาขาย 3.49 ล้านบาท, บ้านแฝด 6 ยูนิต ที่ดินขนาด 40 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 134 ตร.ม. ราคาขาย 2.79 ล้านบาท และทาวน์โฮม 7 ยูนิต ที่ดินขนาด 25 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 143 ตร.ม. ราคาขาย 2.29 ล้านบาท จะเริ่มเปิดการขายในเดือนสิงหาคม 2565 ราคาเริ่มต้น 2.29-3.49 ล้านบาท โปรโมชั่นช่วงพรีเซลมีส่วนลด 300,000 บาท

2.โครงการศิลาวิลเลจ เป็นบ้านแฝดทั้งหมด 50 ยูนิต มูลค่าการลงทุน 73 ล้านบาท อยู่ที่ ถ.เลี่ยงเมือง ทางทิศเหนือของจังหวัดขอนแก่น (ขอนแก่น-กาฬสินธุ์) แบ่งเป็น บ้านแฝด type A ที่ดินขนาด 39 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 51 ตร.ม. ราคาขาย 1.99 ล้านบาท และบ้านแฝด type B ที่ดินขนาด 42 ตร.ว. พื้นที่ใช้สอย 75 ตร.ม. ราคาขาย 2.19 ล้านบาท เริ่มเปิดการขายในเดือนธันวาคม 2565 โปรโมชั่นช่วงพรีเซลส่วนลด 200,000 บาท

3.โครงการ COSI Condo มูลค่าการลงทุน 72 ล้านบาท รวม 79 ยูนิต อยู่ติด Lotus Extra (ถ.โนนม่วง-มข.) ขนาดห้องเริ่มต้น 29 ตร.ม. ราคาขายเริ่มต้น 1.29-2.19 ล้านบาท เริ่มเปิดการขายในเดือนกันยายน 2565 โปรโมชั่นช่วงพรีเซลส่วนลด 100,000 บาท

และ 4.โครงการคอนโดฯ Jompon Wellness Community มูลค่าการลงทุนอยู่ที่ 80 ล้านบาท อยู่ติดบึงทุ่งสร้างขอนแก่น ทั้งหมดรวม 4 อาคาร ก่อสร้างก่อน 1 อาคาร เป็นตึก A ขนาดห้องเริ่มต้นที่ 21 ตร.ม. ราคาขายเริ่มต้น 1.05 ล้านบาท จะเริ่มเปิดการขายในเดือนธันวาคม 2565 โปรโมชั่นช่วงพรีเซลส่วนลด 50,000 บาท

ทั้งนี้ จะมีปรับลดราคาโปรโมชั่นโครงการลงหลังจากพรีเซล โครงการละ 50,000-100,000 ขณะที่ราคาเริ่มต้นยังคงเท่าเดิม และปรับราคาที่ดินเพิ่มต่อตารางวาตามต้นทุนวัสดุและค่าแรงที่เพิ่มขึ้น

โดยกลุ่มลูกค้าในจังหวัดขอนแก่นเป็นวัยทำงานที่เริ่มต้นสร้างครอบครัว ย้ายบ้านมาทำธุรกิจหรือทำงานในจังหวัดขอนแก่น อีกกลุ่มคือนักศึกษา ทั้งโรงเรียนและมหาวิทยาลัย กำลังซื้อจากการขอสินเชื่อจะเป็นข้าราชการและพนักงานประจำกว่า 60% อาชีพที่มีกำลังซื้อสูงที่สุดเป็นนักธุรกิจ 30% และกลุ่มลูกค้าเบ็ดเตล็ดอีก 10%

ธนาคารปล่อยกู้ยาก

ข้อมูลนับจากวันที่ 1 มกราคม 2565 ถึงปัจจุบัน มีลูกค้าผ่านการอนุมัติสินเชื่อประมาณ 63.24% ส่วนลูกค้าที่ไม่ผ่านการพิจารณามีประมาณ 36.76% โดยกลุ่มลูกค้าที่ไม่ผ่านเกณฑ์พิจารณา เราได้วิเคราะห์ออกมาเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 กลุ่มรายได้ประจำเงินเดือนไม่เกิน 30,000 บาท เนื่องจากมีภาระสูงเมื่อเทียบกับรายได้ประจำ อาทิ ภาระผ่อนงวดรถยนต์ บัตรเครดิต หรือบางรายมีภาระผ่อนบ้านหลังแรกร่วมกับคนในครอบครัวอยู่แล้ว ทำให้เงินรายได้เหลือไม่เพียงพอผ่อนชำระเงินกู้วงเงินใหม่ตามเกณฑ์ของธนาคาร หรือลูกค้าบางรายที่ไม่ผ่านเพราะเคยติดเครดิตบูโร ซึ่งอาจจะปิดบัญชีไปแล้ว แต่ในระบบยังมีข้อมูลการชำระล่าช้าอยู่ และพบว่าลูกค้าบางรายติดเกณฑ์รายได้ เนื่องจากตำแหน่งงานระบุเป็น “ลูกจ้างประจำ” ซึ่งบางธนาคารไม่รับพิจารณาให้ยื่นกู้

กลุ่มที่ 2 คือกลุ่มธุรกิจส่วนตัว หรือค้าขาย ที่ไม่มีการจดทะเบียนการค้าหรือจัดทำบัญชีรับจ่าย ไม่ส่งงบการเงินไม่ยื่นแบบเสียภาษี หรือการเดินบัญชีธนาคารที่สอดคล้องกับรายได้ ไม่มีสถานประกอบการที่ชัดเจน เช่นค้าขายตามตลาดนัด เป็นส่วนหนึ่งให้ไม่ผ่านการพิจารณา เป็นต้น

แผนลงทุนในจังหวัดอื่น

พิมานกรุ๊ปยังทำตลาดต่อเนื่องเฉพาะในจังหวัดขอนแก่นเพียงอย่างเดียว และไม่ลงทุนเชิงรุกมากนัก รายได้เฉลี่ยประมาณ 400 ล้านบาท/ปี ทำให้อัตราการเติบโตในช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมายังไม่ชัดเจน พิมานกรุ๊ปพยายามรักษาคุณภาพและมาตรฐานการดูแลอย่างทั่วถึงให้คงที่มากกว่า โดยโครงการทั้งหมดจะกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่อำเภอเมืองขอนแก่นเป็นหลักตามดีมานด์ความต้องการของลูกค้า

แม้เศรษฐกิจของขอนแก่นจะกระจายตัวไปทั่วทั้งจังหวัด แต่คนยังอยากอาศัยอยู่ในเมืองมากกว่าชนบท เพราะมีความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตมากกว่า ทั้งการเดินทางไปทำงาน โรงพยาบาล โรงเรียน มหาวิทยาลัย ห้างสรรพสินค้า

นอกจากนี้ พิมานกรุ๊ปเตรียมที่ดินไว้อีกจำนวนหนึ่ง ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้ารางเบา (LRT) ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย เป็นแผนงานต่อเนื่องกันไปเรื่อย ๆ ตามโอกาส โดยเล็งเห็นแล้วว่าจังหวัดขอนแก่นยังไม่ถึงจุดอิ่มตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ หากวิเคราะห์แล้วความต้องการซื้อบ้านเดี่ยวยังมีอยู่ ถ้าซื้อบ้านตอนนี้จะมีความคุ้มค่าระยะยาว ในยุคที่ค่าครองชีพแพง หนี้ครัวเรือนสูงขึ้นเป็นลำดับ ความผันผวนทางเศรษฐกิจมาก และอนาคตอาจจะเกิดผลกระทบทำให้ขอสินเชื่อยากขึ้น

ทุนส่วนกลางทุ่มแข่งขันสูง

มีผู้ลงทุนรายใหญ่หลายโครงการในสัดส่วนเบื้องต้นประมาณ 20-30% ที่เหลือเป็นการลงทุนของคนในท้องถิ่นทั้งรายใหญ่รายเล็กจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นโครงการบ้านเดี่ยวหรือบ้านแฝดเกือบทั้งหมด โซนที่มีอัตราการขึ้นโครงการสูงที่สุดคือติดถนนใหญ่ทั้งสี่ทิศของจังหวัด ถัดมาเป็นในตัวเมืองและรอบมหาวิทยาลัย ตามแหล่งชุมชนที่อยู่ใกล้มหาวิทยาลัยและเขตเศรษฐกิจ

โดยปัจจัยที่ราคาที่ดินหรือราคาบ้านและคอนโดฯในจังหวัดขอนแก่นไม่เพิ่มขึ้น คือ ภาวะการแข่งขันค่อนข้างสูงทั้งรายใหญ่และรายเล็ก อีกทั้งต้นทุนการก่อสร้าง หรือมูลค่าการลงทุนในปีที่ผ่านมาไม่ได้เพิ่มขึ้น นักลงทุนจึงควบคุมต้นทุนได้พอสมควร

อย่างไรก็ตาม ปี 2565 เริ่มได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น หลังจากนี้สถานการณ์อาจจะลำบาก เพราะสินค้าปรับราคาขึ้น วัสดุก่อสร้างต่าง ๆ มักจะปรับตัวขึ้นตามไปด้วย และจะปรับตัวขึ้นสูงกว่าสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ทั่วไปในระยะยาว ต้องรอดูสถานการณ์ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...