กนอ. เนื้อหอม โชว์ลงทุนสะสมกว่า 15.32 ล้านล. ตั้งเป้ายอดขายปีหน้า 1.2 หมื่นไร่
‘สุเมธ’ โชว์เงินลงทุนสะสมกว่า 15.32 ล้านล้านบาท หวังรัฐบาลใหม่มีเสถียรภาพ หนุนยอดขาย/เช่าที่ดินปี 69 แตะ 1.2 หมื่นไร่ เดินหน้าสู่ Green & Digital Innovation
นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า ภาพรวมสถานการณ์การลงทุนในนิคมอุตสาหกรรม ในปีงบประมาณ 2568 ที่ผ่านมา ประสบความสำเร็จในการดึงดูดการลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยมียอดขายและเช่าพื้นที่เติบโตน่าพอใจ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อศักยภาพของประเทศไทย มีเม็ดเงินลงทุนสะสมรวมกว่า 15.32 ล้านล้านบาท และมีการจ้างงานในระบบกว่า 1 ล้านคน
โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่เข้ามาลงทุนสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ยานพาหนะและอุปกรณ์ 13.48% ผลิตภัณฑ์โลหะ 10.45% เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ 9.68% เคมีภัณฑ์ 7.82% และผลิตภัณฑ์พลาสติก 6.55% ซึ่งนักลงทุนจากญี่ปุ่น 23.41% ยังคงครองแชมป์การลงทุนสูงสุด ตามมาด้วย จีน 16.76% สิงคโปร์ 9.93%และสหรัฐ 5.79%
ในปี 2569 ตั้งเป้าหมายยอดขาย/เช่าที่ดินไว้ที่ 12,000 ไร่ หลังจากปีนี้คาดไว้อยู่ที่ 8,000 ไร่ หากได้รัฐบาลใหม่มีเสถียรภาพเชื่อว่าจะส่งผลบวกยอดขาย/เช่าแน่นอน โดยได้กำหนดยุทธศาสตร์ มุ่งสู่การเป็น “Green & Digital Innovation” ซึ่งทิศทางการดำเนินงานจะปรับบทบาทจากผู้พัฒนาที่ดินสู่การเป็น “ผู้สร้างสรรค์ระบบนิเวศอุตสาหกรรมและนักลงทุนเชิงกลยุทธ์” (Strategic Investor) โดยมุ่งเน้น 2 แกนหลัก เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน ได้แก่
การมุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon City) ตั้งเป้าความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2593 ซึ่งในปี 2568 มีแผนขยายผลการตรวจรับรอง Carbon Neutrality ให้ครอบคลุมนิคมอุตสาหกรรมที่เราบริหารจัดการเองทั้ง 13 แห่ง ควบคู่ไปกับการยกระดับมาตรฐานนิคมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Eco I.E.) ไปสู่ SDG I.E.สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ
นอกจากนี้ ยังเตรียมร่วมมือกับธนาคารโลก และกระทรวงการคลัง ดำเนินโครงการนำร่องในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด และแหลมฉบัง ด้วยงบลงทุนกว่า 3,400 ล้านบาท เพื่อติดตั้งระบบพลังงานสะอาด ทั้งโซลาร์ลอยน้ำและโซลาร์รูฟท็อป รวมถึงปรับปรุงประสิทธิภาพพลังงาน คาดว่าจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 91,250 ตันต่อปี และสร้างรายได้จากคาร์บอนเครดิตให้กับองค์กร
การพลิกโฉมสู่องค์กรดิจิทัล (Digital Transformation) โดยการพัฒนาระบบการเงินแบบ Cashless เต็มรูปแบบ เพื่อรองรับการชำระเงินดิจิทัลทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น Mobile Banking หรือ QR Payment เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการ เพิ่มความโปร่งใส และยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยข้อมูลระดับสากล คาดว่าจะเริ่มใช้งานได้ภายในปี 2569
นายสุเมธ กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 (ช่วงที่ 1) งานถมทะเลและระบบสาธารณูปโภค ว่ามีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 93.68% ซึ่งเป็นไปตามแผนงานที่วางไว้ โดยขณะนี้กำลังเร่งดำเนินการในขั้นตอนการคัดเลือกเอกชนเข้าร่วมลงทุนในระยะที่ 2 เพื่อก่อสร้างท่าเทียบเรือสินค้าเหลวและคลังสินค้า เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ
เช่นเดียวกับ นิคมอุตสาหกรรม Smart Park ที่มีความคืบหน้าการก่อสร้าง 93.68% พร้อมเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2568 เพื่อรองรับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง (New S-Curve) ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
นอกจากนี้ ยังเตรียมผนึกกำลังพันธมิตร หนุนเอสเอ็มอีเข้าสู่ซัพพลายเชนระดับโลก ผ่านแนวทาง Quick Big Win โดยล่าสุดได้จัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจเชื่อมโยงผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยกับบริษัทชั้นนำระดับโลก อาทิ บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) ผลักดันให้เกิดการใช้สินค้าที่ผลิตขึ้นภายในประเทศมากขึ้น
“ขณะนี้ เตรียมจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมเพื่อเอสเอ็มอีโดยเฉพาะ เพื่อเป็นพื้นที่ให้บริการและสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยอย่างครบวงจร และสามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์ต่างๆ โดยเริ่มจากทำให้ราคาที่ดินถูกลงเหลือไร่ละ 3-4 ล้านบาท จากที่ดินในโครงการพัฒนาปกติไร่ละ 12 ล้านบาท เพื่อดึงดูดให้เอสเอ็มอีเข้ามาลงทุนนิคมมากขึ้น”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กนอ. เนื้อหอม โชว์ลงทุนสะสมกว่า 15.32 ล้านล. ตั้งเป้ายอดขายปีหน้า 1.2 หมื่นไร่
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th