“สหรัฐ-G7” ประชุมประเด็น “แร่หายาก” ปูทางซัพพลายใหม่ แข่งอิทธิพลจีน
"สหรัฐ-G7" เป็นเจ้าภาพประชุมรัฐมนตรี G7 หารือความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานแร่หายาก ท่ามกลางความกังวลต่อมาตรการควบคุมการส่งออกของจีน
วันที่ 12 มกราคม 2569 เวลา 08.59 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า สหรัฐจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีจากกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 ประเทศ (G7) เพื่อหารือประเด็นแร่หายากในสัปดาห์นี้ ตอกย้ำความพยายามร่วมกันในการพัฒนาแหล่งจัดหาแร่ทางเลือก ท่ามกลางอุตสาหกรรมที่จีนครองความเป็นผู้นำอยู่ในปัจจุบัน
รัฐบาลแคนาดาระบุในแถลงการณ์ว่า ฟรองซัวส์-ฟิลิปป์ ช็องปาญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแคนาดา จะเดินทางไปกรุงวอชิงตันในวันอาทิตย์และวันจันทร์ เพื่อพบปะกับรัฐมนตรีจากประเทศสมาชิก G7 โดยเสริมว่า สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ จะเป็นเจ้าภาพจัดการหารือดังกล่าว เพื่อหารือเกี่ยวกับห่วงโซ่อุปทานโลกของแร่ธาตุที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์
ทั้งนี้คาดว่าการหารือครั้งนี้จะมีเจ้าหน้าที่จากออสเตรเลีย เกาหลีใต้ อินเดีย เม็กซิโก และสหภาพยุโรปเข้าร่วมด้วย โดยจะมุ่งเน้นไปที่วัตถุดิบสำคัญและความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานโลก การประชุมมีขึ้นในช่วงที่ญี่ปุ่นเพิ่มความพยายามในการประสานงานกับประเทศ G7 และประเทศอื่น ๆ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับมาตรการจำกัดการส่งออกฉบับใหม่ของจีน ซึ่งมีขึ้นหลังจากข้อพิพาทเกี่ยวกับถ้อยแถลงของนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ เกี่ยวกับไต้หวัน
ซัตสึกิ คาตายามะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของญี่ปุ่น กล่าวว่า จะพบกับรัฐมนตรีจากประเทศอุตสาหกรรมประชาธิปไตยอื่น ๆ เพื่อหารือเกี่ยวกับแร่ธาตุที่มีความสำคัญต่อการผลิตทางทหารและอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ระหว่างการเดินทางเยือนสหรัฐฯ ซึ่งเริ่มต้นในวันอาทิตย์
สำนักข่าวนิกเคอิ เอเชีย รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวที่คุ้นเคยกับการค้าดังกล่าวว่า มาตรการควบคุมการส่งออกผลิตภัณฑ์แร่หายากจากจีนไปยังญี่ปุ่น ได้ขยายครอบคลุมถึงสินค้าที่ใช้ในภาคพลเรือนด้วย โดยระบุว่าทางการจีนปฏิเสธอนุญาตการส่งออกที่บริษัทต่าง ๆ ยื่นขอในบางกรณี ขณะที่บางคำขอใช้เวลาพิจารณานานกว่าปกติ
ข้อกล่าวหาของญี่ปุ่นที่ว่าจีนนำแร่หายากมาใช้เป็นอาวุธนั้นเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง หลู่ เหยาตง รองผู้อำนวยการสถาบันศึกษาญี่ปุ่นแห่งสถาบันสังคมศาสตร์จีน กล่าวในบทความที่เผยแพร่ในหนังสือพิมพ์โกลบอลไทมส์ โดยระบุว่า มาตรการของจีนมีที่มาจากกระบวนการฟื้นฟูกำลังทางทหารของญี่ปุ่น
อนึ่งจีนเป็นผู้จัดหาแร่หายากรายใหญ่ที่สุดของโลก และได้ใช้ความได้เปรียบดังกล่าวเมื่อปีที่แล้ว เพื่อตอบโต้การตั้งกำแพงภาษีลงโทษจากรัฐบาลทรัมป์ ด้วยการจำกัดการส่งออกแร่หายาก แม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน จะบรรลุข้อตกลงพักรบทางการค้าในเดือนตุลาคม ซึ่งรวมถึงการยุติข้อจำกัดการส่งออกแร่หายาก แต่กรุงวอชิงตันยังคงเดินหน้านโยบายลดการพึ่งพาจีนในด้านแร่แม่เหล็กหายาก ซึ่งถูกนำไปใช้ในสินค้าอุปโภคบริโภคหลากหลายประเภท รวมถึงรถยนต์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ปีเตอร์ นาวาร์โร ที่ปรึกษาด้านการค้าของทำเนียบขาว คาดการณ์ว่าความก้าวหน้าทางอุตสาหกรรมของสหรัฐฯ จะช่วยเพิ่มการผลิตภายในประเทศ และลดอำนาจการครอบงำตลาดของจีนลงได้
ขณะเดียวกันเยอรมนีส่งสัญญาณต้องการมีบทบาทสำคัญเช่นกัน ในขณะที่ประเทศตะวันตกเร่งหาแหล่งจัดหาแร่ทางเลือก โดยลาร์ส คลิงไบล์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีคลังเยอรมนี กล่าวว่า ก่อนออกเดินทางไปร่วมประชุมที่สหรัฐ เยอรมนีเปิดกว้างต่อการดำเนินการร่วมกับพันธมิตรนานาชาติ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทาน และรับประกันการเข้าถึงวัตถุดิบที่มีความสำคัญต่อภาคการผลิต
อ้างอิง : bloomberg.com