โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ทรัมป์ขู่พร้อมใช้กำลังทหาร หลังประท้วงอิหร่านรุนแรงจนมีผู้เสียชีวิต

Amarin TV

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ทรัมป์ขู่จะใช้กำลังทหารเข้าปกป้องผู้ประท้วงในอิหร่าน หากรัฐบาลเข่นฆ่าพลเมืองที่ชุมนุมอย่างสงบ แต่ทำเนียบขาวเผยยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงภายในกองทัพสหรัฐฯ

ทรัมป์ขู่ใช้กำลังทหารกับอิหร่าน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พยายามส่งคำเตือนที่รุนแรงไปยังอิหร่านเมื่อวันศุกร์ (2 ม.ค. 69) ที่ผ่านมา โดยเขาได้โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social ในช่วงเช้ามืด ระบุว่า สหรัฐฯ จะเข้าแทรกแซงด้วยกำลังทหาร หากรัฐบาลเตหะรานยิงและสังหารผู้ประท้วง แต่จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ต่อระดับกำลังพลในภูมิภาค เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวเปิดเผยว่า “นับว่าเป็นการส่งคำเตือนที่รุนแรง แต่กองทัพสหรัฐฯ ยังไม่ดำเนินการใด ๆ หรือมีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ เพื่อรับมือเหตุการณ์ดังกล่าว”

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ได้เขียนข้อความเชิงยั่วยุเมื่อเวลาเกือบ 03.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ บน Truth Social ระบุว่า “หากอิหร่านยิงและสังหารผู้ประท้วงอย่างสงบด้วยความรุนแรง เป็นธรรมเนียมของสหรัฐอเมริกา ที่จะเข้าไปช่วยเหลือพลเรือน สหรัฐฯ เตรียมพร้อมรบและพร้อมที่จะลุยแล้ว”

โพสต์ดังกล่าว นับเป็นแถลงการณ์อย่างเป็นทางการครั้งแรกของรัฐบาลสหรัฐฯ ต่อเหตุการณ์ประท้วงในอิหร่านที่เกิดขึ้นต่อเนื่องมาหลายวัน และยกระดับความรุนแรงจนมีผู้เสียชีวิต ขณะนี้การประท้วงขยายตัวไปยังหลายจังหวัดของอิหร่าน ซึ่งเจ้าหน้าที่อิหร่านได้ตอบโต้ผู้ประท้วงอย่างรุนแรง

กองทัพสหรัฐฯ ยังไม่เคลื่อนไหว

แม้ว่าคำกล่าวดังกล่าวดูเหมือนจะสื่อถึงการปฏิบัติการทางทหาร แต่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รายหนึ่งกล่าวว่า ไม่มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ต่อระดับกำลังทหาร และไม่มีการเตรียมการใด ๆ ของกองทัพสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง ทั้งนี้ กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็น

เจ้าหน้าที่ระบุว่า สหรัฐฯ มีทางเลือกที่หลากหลายในการสนับสนุนผู้ประท้วงชาวอิหร่าน แม้ว่าหลายทางเลือกจะยังไม่ถึงขั้นการแทรกแซงทางทหารอย่างเต็มรูปแบบก็ตาม ท่ามกลางทางเลือกเหล่านั้น มีขั้นตอนที่รัฐบาลของประธานาธิบดีโจ ไบเดน เคยใช้ในช่วงการประท้วงเป็นวงกว้างในปี 2022 เช่น การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตโดยใช้ดาวเทียม เพื่อตัดขาดการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร นอกจากนี้ ยังอาจรวมถึงการคว่ำบาตรครั้งใหม่ต่อบุคคลสำคัญในรัฐบาลหรือภาคส่วนต่าง ๆ ของเศรษฐกิจอิหร่าน

ทั้งนี้ หากทรัมป์ออกคำสั่ง สหรัฐฯ สามารถดำเนินมาตรการลงโทษที่เป็นความลับ รวมถึงปฏิบัติการทางไซเบอร์เพื่อทำลายกิจกรรมของรัฐบาลอิหร่านได้

ทรัมป์แตะอิหร่าน รีพับลิกันเสียงแตก

โพสต์เมื่อวันศุกร์ของประธานาธิบดีได้รับปฏิกิริยาที่ผสมผสานกันตามคาดจากบรรดาฝ่ายกฎหมายของพรรครีพับลิกัน โดย สส. มาร์จอรี เทย์เลอร์ กรีน พันธมิตรผู้ทรงอิทธิพลที่ผันตัวมาเป็นผู้วิจารณ์ทรัมป์และกำลังจะเกษียณจากสภาคองเกรสในเดือนนี้ กล่าวว่า การที่ทรัมป์ขู่กรรโชกจะก่อสงครามและส่งทหารเข้าไปในอิหร่าน คือทุกสิ่งทุกอย่างที่เราลงคะแนนเสียงคัดค้านในปี 2024

ด้าน สว. ลินด์เซย์ เกรแฮม ซึ่งโดยปกติจะมีนโยบายต่างประเทศสายเหยี่ยว ที่นิยมใช้กำลังทหาร และสนับสนุนทรัมป์ แย้งว่า “อิหร่านอ่อนแอลง และยังเป็นประเทศที่ปกครองโดยกลุ่มนาซีทางศาสนา เป็นผลมาจากความพยายามของประธานาธิบดีทรัมป์ในการโดดเดี่ยวอิหร่านทางเศรษฐกิจและใช้กำลังทหารอย่างชาญฉลาด ถึงเวลาที่จะทำให้อิหร่านกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง”

คำขู่ของทรัมป์มีขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน หลังจากการพบปะของเขากับนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ที่ฟลอริดาเมื่อต้นสัปดาห์นี้ ในระหว่างการพบปะ ผู้นำทั้งสองได้หารือเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการรื้อฟื้นปฏิบัติการทางทหารต่อเตหะราน ไม่กี่เดือนหลังจากสงคราม 12 วันระหว่างอิสราเอลและอิหร่านสิ้นสุดลงด้วยการที่สหรัฐฯ โจมตีโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่าน โดยทรัมป์ให้คำมั่นว่าจะ “ถล่มให้เละ” หากอิหร่านพยายามสร้างโครงการนิวเคลียร์ขึ้นมาใหม่

ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ของอิหร่าน ตอบโต้ว่า การรุกรานที่โหดร้ายต่อประเทศของเขา จะถูกตอบโต้ด้วยปฏิกิริยาที่รุนแรงและน่าเกรงขาม

ในด้านเศรษฐกิจ ทรัมป์ให้ความเห็นว่า อิหร่านมีปัญหามากมาย พวกเขามีอัตราเงินเฟ้อที่มหาศาล เศรษฐกิจของพวกเขาพังพินาศ เศรษฐกิจไม่ดีเลย และทรัมป์อ้างว่า เขารู้ว่าประชาชนชาวอิหร่านไม่มีความสุขเท่าไหร่ แต่อย่าลืมว่า ทุกครั้งที่พวกเขามีการจลาจลหรือมีคนรวมกลุ่มกัน ไม่ว่าจะกลุ่มเล็กหรือใหญ่ พวกเขาจะเริ่มยิงผู้คน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...