โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 3 มกราคม 2569

สวพ.FM91

อัพเดต 03 ม.ค. เวลา 21.55 น. • เผยแพร่ 03 ม.ค. เวลา 21.55 น.

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 3 มกราคม 2569

>> ไฟไหม้กุฏิ ในวัดบัวแก้วศรัทธาธรรม นิมิตใหม่ 19 แขวงทรายกองดิน เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร

08.27 น. สายด่วน 199 รายงานเหตุเพลิงไหม้ภายในวัดบัวแก้วศรัทธาธรรม ซอยนิมิตใหม่ 19 ถนนนิมิตใหม่ แขวงทรายกองดิน เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางชัน ไปที่เกิดเหตุ

เป็นเพลิงไหม้ภายในวัดบัวแก้วศรัทธาธรรม ซอยนิมิตใหม่ 19 พื้นที่เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร เมื่อเวลา 08.27 น. วันที่ 3 มกราคม 2569 สถานที่เกิดเหตุ วัดบัวแก้วศรัทธาธรรม เลขที่ 14/9 ซอยนิมิตใหม่ 19 ถนนนิมิตใหม่ แขวงทรายกองดิน เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร ประกอบกิจการศาสนสถาน ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นกุฏิไม้ชั้นเดียวยกพื้นสูง ต้นเพลิงเกิดขึ้นภายในกุฏิ เพลิงลุกไหม้กุฏิต้นเพลิงเสียหายหมดทั้งหลัง และลุกลามกุฏิข้างเคียงเสียหายบริเวณฝ้าผนังเล็กน้อย พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 20 ตารางวา เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้ไม่สามารถตรวจสอบได้ เนื่องจากเพลิงลุกไหม้กุฏิต้นเพลิงเสียหายหมดทั้งหลัง ที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 1 ราย เป็นเพศชาย (พระภิกษุ) อายุ 55 ปี มีอาการถูกไฟลวกบริเวณใบหน้าและแขนทั้งสองข้าง อาสาสมัครนำส่งโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางชัน

>> กัมพูชาผลักดันคนไทยตกค้าง 162 คน ล่าสุดทยอยกลับบ้านแล้ว

10.00 น. พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางมาติดตามการดำเนินการ รับกลุ่มคนไทยจากปอยเปต ประเทศกัมพูชาจำนวน 162 คนที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านแหลม อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคอยอำนวยความสะดวกในการรอรับกลุ่มแรงงานคนไทย ที่จะเดินทาง กลับเข้าประเทศไทย และ ใช้พื้นที่ จากจุดผ่านแดนบ้านดง บ้านกรอมเรียง จังหวัดพระตะบอง ประเทศกัมพูชา เป็นพื้นที่ข้ามแดนมายังฝั่งไทย และใช้พื้นที่บริเวณจุดผ่านแดนถาวรบ้านแหลม เป็นจุดคัดกรองและคัดแยกแรงงาน ซึ่งบางส่วนติดหมาย เคส ไอดี ที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์และอาชญากรรมอื่นๆ

ขณะที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุข อ.โป่งน้ำร้อน เตรียมตรวจคัดกรองสุขภาพเบื้องต้น ก่อนเข้ามายังประเทศไทยโดย ภายหลังจากการซักประวัติเรียบร้อยแล้วจะมีการดำเนินการส่งกลับต่อไป

คนไทยที่นั่งรออยู่บนรถโดยสาร ฝั่งจุดผ่านแดนบ้านดง ก็ทยอยลงมาจากรถบัส แต่ก็ยังไม่มีการเปิดประตูให้ข้ามแดนแต่อย่างใด และในช่วงเวลาประมาณ 10:45 น. เจ้าหน้าที่ประสานงานชายแดนไทยกัมพูชา เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ได้เดินทางข้ามไปยังฝั่งจุดผ่านแดนบ้านดงเพื่อเซ็นเอกสาร

จากนั้นเวลา 10:48 น. เจ้าหน้าที่ชุดประสานงานชายแดนได้เดินนำคนไทยชุดแรกข้ามกลับมายังฝั่งไทยโดยทั้งหมดเข้าสู่ขบวนการคัดกรองสุขภาพเบื้องต้น กลุ่มแรงงานคนไทยทั้ง 162 คนจะเข้าสู่ กลไกการส่งต่อระดับชาติ (National Referral Mechanism หรือ NRM คือคัดแยกเหยื่อออกจากอาชญากร โดย มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจภูธรบ้านแปลงและใกล้เคียงร่วมภารกิจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมด้วยแรงงานจังหวัดจันทบุรี และพม.ดำเนินการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน ส่งเสริมคุ้มครองสิทธิ ให้ความช่วยเหลือให้บริการ ฟื้นฟูร่างกาย/จิตใจ และการกลับคืนสู่สังคม

>> ตำรวจทางหลวง สกัดรถกระบะตู้ทึบขนแรงงานเถื่อน 25 ราย คนขับทิ้งรถหนีไม่รอด จับได้ขณะซ่อนตัวในเพิงพักสังกะสี

11.00 น. ตำรวจทางหลวงนครสวรรค์ สกัดจับรถกระบะตู้ทึบลักลอบขนแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย 25 ราย ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง เฝ้าระวังบนทางหลวงหมายเลข 122 กม.12 ต.นครสวรรค์ตก อ.เมือง จ.นครสวรรค์ หลังพบรถขับด้วยความเร็วสูงและบรรทุกหนักผิดสังเกต

เจ้าหน้าที่ให้สัญญาณหยุดรถเพื่อตรวจสอบ แต่คนขับกลับเร่งเครื่องหลบหนี ก่อนทิ้งรถแล้ววิ่งหนีเข้าไปในป่าละเมาะและทุ่งนาข้างทาง ท่ามกลางความมืด จึงกระจายกำลังติดตาม จนพบผู้ต้องหาซ่อนตัวอยู่ในเพิงพักสังกะสีใกล้จุดเกิดเหตุและควบคุมตัวไว้ได้

ตรวจค้นภายในตู้ทึบพบแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมา รวม 25 ราย เป็นชาย 9 ราย หญิง 16 ราย ทั้งหมดไม่มีเอกสารการเดินทางถูกต้องตามกฎหมาย

คนขับรับสารภาพว่า รับจ้างขนแรงงานจาก จ.ตาก ไปส่งพื้นที่ตลาดไท จ.ปทุมธานี ได้ค่าจ้าง 5,000 บาท ขณะที่แรงงานแต่ละรายจ่ายเงินให้ขบวนการคนละ 20,000 บาท เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาและแรงงานทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

>> จุดตรวจปีใหม่ พบยาบ้า 3,000 เม็ด ซุกใต้เบาะรถยนต์

13.50 น. ตำรวจทางหลวงตั้งจุดตรวจป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม รวมถึงตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ ช่วงเทศกาลปีใหม่ บริเวณใต้สะพานต่างระดับภาคเหนือ ต.ชมพู อ.เมืองลำปาง

ระหว่างตรวจ พบรถยนต์นั่งส่วนบุคคลขับผ่านมีพิรุธ จึงเรียกตรวจสอบ พบกลิ่นคล้ายยาเสพติด จึงตรวจค้นอย่างละเอียด ผลการตรวจค้น พบ ยาบ้า 3,000 เม็ด ซุกซ่อนใต้เบาะคนขับ ผู้ต้องหารับสารภาพว่า ซื้อมาในราคา 19,000 บาท เพื่อนำไปจำหน่ายต่อในราคา เม็ดละ 10 บาท

ตรวจปัสสาวะพบสารเสพติดเป็นสีม่วง โดยยอมรับว่าเสพยาบ้ามาก่อนหน้า 4–5 เม็ด และจากการตรวจสอบประวัติ พบเคยต้องคดีหลายคดี รวมถึงคดียาเสพติด และเพิ่งพ้นโทษเมื่อปี 2566 เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวพร้อมของกลาง ดำเนินคดีตามกฎหมาย

>> รวบผู้ต้องหา ชวนลงทุนเทรดแลกเปลี่ยนเงินสกุลดอลลาร์ สร้างความเสียหายเกือบ 700,000 บาท

15.30 น. ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ได้ร่วมกันจับกุม น.ส.ไก่ (นามสมมุติ) อายุ 37 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดกาญจนบุรี ที่ 461/2568 ในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ และ เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก (บัญชีม้า)” โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณสถานีกลางอภิวัฒน์ แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร

พฤติการณ์คือ คนร้ายได้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กทักเข้ามาพูดคุยกับผู้เสียหายในเชิงตีสนิท ก่อนจะแลกไอดีไลน์เพื่อพูดคุยกันต่อ จากนั้นได้ชักชวนผู้เสียหายให้ลงทุนเทรดแลกเปลี่ยนเงินสกุลดอลลาร์ โดยส่งภาพผลกำไรที่ดูน่าเชื่อถือมาให้ดู และส่งเว็บไซต์สำหรับสมัครลงทุนให้ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินเพื่อร่วมลงทุนไปหลายครั้ง ต่อมาเมื่อผู้เสียหายต้องการจะถอนเงินที่ลงทุนพร้อมผลกำไรออกมาใช้จ่าย คนร้ายกลับแจ้งว่าไม่สามารถถอนเงินได้ และอ้างว่าต้องทำการชำระค่าดำเนินการแบบ VIP ก่อน ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินเพิ่มไปอีก แต่สุดท้ายก็ยังไม่สามารถถอนเงินออกมาได้ และถูกคนร้ายปิดกั้นช่องทางการติดต่อทั้งหมด

ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนถูกหลอกลวง ทำให้สูญเสียเงินไปทั้งสิ้น 647,349.88 บาท จึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.เลาขวัญ

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนจนทราบว่า น.ส.ไก่ (นามสมมุติ) ผู้ต้องหาตามหมายจับ ได้โดยสารรถไฟมาจาก อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ปลายทางกรุงเทพมหานคร จึงได้วางกำลังและเข้าจับกุมตัวได้ที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ก่อนนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

>> ตำรวจทางหลวง กระโดดลงน้ำช่วย 5 ชีวิต หลังรถตู้หลงทางพลัดตกน้ำ

16.20 น. พ.ต.ต.ศรัณยพงศ์ อ่อนสิงห์ สารวัตรสถานีตำรวจทางหลวง 1 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจทางหลวง พร้อมด้วยอาสาตำรวจทางหลวงจังหวัดสมุทรสงคราม ได้เข้าช่วยเหลือรถตู้ยี่ห้อ KIA หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร ซึ่งขับหลงทางและพลัดตกลงไปจมน้ำบริเวณจุดกลับรถใต้สะพานหลักกิโลเมตรที่ 72 ถนนพระราม 2 ตำบลคลองโคน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม

ในขณะเกิดเหตุ ระดับน้ำในบริเวณดังกล่าวยังอยู่ในระดับสูง เนื่องจากเป็นช่วงน้ำทะเลหนุน ทำให้รถตู้คันดังกล่าวถูกน้ำท่วมบางส่วน และมีผู้โดยสารติดอยู่ภายในรถ เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงร่วมกับอาสาจราจรทางหลวง ได้เร่งเข้าให้ความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที โดยสามารถนำผู้ประสบเหตุและทรัพย์สินมีค่าออกมาจากตัวรถได้อย่างปลอดภัย ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยงจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงภายหลังการช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่ได้ประสานญาติของผู้ประสบเหตุเพื่อเดินทางมารับกลับเข้ากรุงเทพมหานครเป็นที่เรียบร้อย ส่วนรถตู้ซึ่งเป็นระบบไฟฟ้า จำเป็นต้องรอให้บริษัทประกันภัยจัดส่งรถยกเข้ามาดำเนินการลากขึ้นจากน้ำ เพื่อป้องกันความเสียหายและอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากกระแสไฟฟ้า

>> ทัพเรือเข้มชายแดน จับแรงงานกัมพูชา 67 ราย เผยส่วนใหญ่หนีความอดอยาก–ไร้งาน เสี่ยงชีวิตเข้าไทย

17.30 น. พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) ยังคงดำเนินมาตรการเฝ้าระวังและควบคุมพื้นที่ตามแนวชายแดนอย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง เพื่อปกป้องอธิปไตย ความมั่นคงของประเทศ และป้องกันภัยคุกคามจากการแทรกซึมของกลุ่มบุคคลหรือขบวนการที่อาจส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของประชาชน โดยเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2569 เวลา 0500 น. หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี (ฉก.นย.จันทบุรี) ได้บูรณาการกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและตรวจคนเข้าเมือง จับกุมแรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา จำนวน 67 ราย แบ่งเป็นชาย 35 ราย หญิง 25 ราย และเด็ก 7 ราย ในพื้นที่อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี ขณะลักลอบเดินเท้าเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย

การปฏิบัติภารกิจเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเคร่งครัด และคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้ถูกควบคุมตัว ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 โดยเฉพาะกรณีที่มีสตรีและเด็ก เจ้าหน้าที่ได้ให้การดูแลด้านมนุษยธรรมเบื้องต้นอย่างเหมาะสม ทั้งน้ำ อาหาร และการปฐมพยาบาล ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านแปลง เพื่อดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายและผลักดันกลับประเทศต้นทางต่อไป

จากการสอบถามเบื้องต้น ทราบว่าบุคคลที่ถูกจับกุมทั้งหมดเป็นประชาชนชาวกัมพูชาที่ประสบความยากลำบากในการดำรงชีวิต ขาดแคลนงานและรายได้ ไม่สามารถเลี้ยงดูครอบครัวได้ จนต้องตัดสินใจเสี่ยงภัยลักลอบเดินทางเข้ามาในประเทศไทยเพื่อแสวงหางานทำเพื่อความอยู่รอด

>> ชื่นชมรองผู้ว่าฯ สุรินทร์ โดดช่วยคนเจ็บรถพลิกคว่ำ ขณะออกตรวจศูนย์บริการประชาชน

18.30 น. นายวีระชัย ประเสริฐโส รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ขณะออกตรวจเยี่ยมศูนย์บริการประชาชนช่วงเทศกาลปีใหม่ได้พบอุบัติเหตุรถเก๋งฮอนด้า ซีอาร์วี ขับเสียหลักพุ่งลงข้างทางบริเวณถนนตำบลนอกเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ทำให้มีผู้คนที่นั่งมากับรถ 3 คน ได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือนำตัวส่ง รพ.สุรินทร์ ซึ่งรถคันดังกล่าวกำลังจะมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ คนขับยังให้การอะไรไม่ได้

นายวีระชัย ประเสริฐโส รองผู้ว่าฯ สุรินทร์ เผยว่า วันนี้ตนเองพร้อมคณะได้ออกตรวจเยี่ยมศูนย์อุบัติเหตุตามศูนย์ต่างๆ ในเขตพื้นที่ต.กระเทียม อ.สังขะ และศูนย์อุบัติเหตุ อ.ศีขรภูมิ ในระหว่างที่กำลังออกเดินทางพร้อมคณะพบรถเก๋งตกลงไปข้างทาง ตนเองพร้อมคณะจึงได้ลงช่วยร่วมกับหน่วยกู้ภัยและนำคนเจ็บนำส่ง รพ.สุรินทร์ อย่างปลอดภัย ส่วนคนขับคาดว่าอาจจะหลับในระหว่างเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ด้วยความอ่อนเพลีย

ด้านเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยและประชาชนที่ขับรถผ่านไปมา เมื่อรู้ว่ารองผู้ว่าฯ ได้ร่วมให้การช่วยเหลือคนเจ็บ ต่างก็ชื่นชมและเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทุกคนที่ปฏิบัติงานช่วยเหลือประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...