โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ดีเดย์! 1 ม.ค. 69 ศุลกากรผนึก 5 แพลตฟอร์ม เก็บภาษีนำเข้าตั้งแต่บาทแรก

อีจัน

อัพเดต 22 ธ.ค. 2568 เวลา 16.21 น. • เผยแพร่ 22 ธ.ค. 2568 เวลา 09.21 น. • อีจัน

วันนี้ (22 ธ.ค. 68) นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า กรมศุลกากรร่วมกับ 5 แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ได้แก่ บริษัท ลาซาด้า จำกัด, บริษัท ช้อปปี้ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท ติ๊กต๊อก ช็อป (ประเทศไทย) จำกัด, TEMU, SHEIN เพื่อปรับเกณฑ์การจัดเก็บอากรและภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) โดยจะเริ่มจัดเก็บตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2569 นี้เป็นต้นไป จะเริ่มจัดเก็บภาษีกับสินค้าเหล่านี้ เพื่อปรับกติกาให้เกิดความเท่าเทียมระหว่างผู้ขายในประเทศและต่างประเทศ ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของ SME ไทยในระยะยาว

สำหรับสินค้านำเข้ามูลค่าต่ำกว่า 1,500 บาท เพื่อสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการไทยและ SME ควบคู่การเข้มงวดตรวจสอบสินค้านำเข้าที่ไม่ได้มาตรฐานซึ่งทะลักเข้าสู่ตลาดไทยจำนวนมากในแต่ละปี

อธิบดีกรมศุลกากรระบุว่า ที่ผ่านมาสินค้าจากต่างประเทศที่จำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์และมีมูลค่าไม่เกิน 1,500 บาท ได้รับการยกเว้นทั้งอากรขาเข้าและ VAT ขณะที่ผู้ประกอบการในประเทศยังต้องแบกรับภาระภาษีดังกล่าว

ทั้งนี้ที่ผ่านมามีปริมาณพัสดุสินค้าขนาดเล็กจากต่างประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง คิดเป็นมูลค่าหลายหมื่นล้านบาทต่อปี การปรับเกณฑ์ภาษีครั้งนี้คาดว่าจะช่วยเพิ่มรายได้ให้รัฐ ระดับหลายพันล้านบาทต่อปี ซึ่งสามารถนำไปใช้พัฒนาเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ

นอกจากมิติด้านรายได้ กรมศุลกากรยังให้ความสำคัญกับการปกป้องสังคมจากสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน โดยเฉพาะสินค้าที่ไม่มีมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) หรือไม่ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ปัจจุบันมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมากกว่า 20 หน่วยงาน ร่วมกับ แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ 5 แห่ง ในการแลกเปลี่ยนข้อมูลและคัดกรองสินค้า เพื่อป้องกันไม่ให้สินค้าผิดกฎหมายเข้าสู่ตลาดไทย

ขณะที่สถิติการเติบโตของสินค้าข้ามพรมแดน สำหรับสินค้านำเข้าขนาดเล็กจากต่างประเทศมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยในปีที่ผ่านมามีสินค้าที่เป็นกล่องขนาดเล็กเข้ามาถึง 1,500 ล้านกล่อง และในปีนี้คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 200 ถึง 250 ล้านกล่อง โดยมูลค่ารวมของสินค้ากลุ่มนี้สูงถึงประมาณ 30,000 ล้านบาท (จากมูลค่าสินค้ารวมทั้งหมด 45,000 ล้านบาท) ซึ่งการปรับเกณฑ์การจัดเก็บอากรสำหรับสินค้ามูลค่าต่ำกว่า 1,500 บาทนี้ คาดว่าจะสร้างรายได้เสริมเข้าสู่รัฐเพิ่มขึ้นมากกว่า 3,000 ล้านบาทต่อปี เพื่อนำไปใช้ในการพัฒนาประเทศและเสริมสร้างศักยภาพด้านการแข่งขันต่อไป

ทั้งนี้เป็นไปตามที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ได้มอบนโยบายให้กับผู้บริหารกระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2568 โดยมุ่งเน้นการสร้างและพัฒนา Ecosystem ใหม่ เพื่อให้ผู้ประกอบการ SMEs ไทย สามารถเสริมสภาพคล่อง เพิ่มประสิทธิภาพ และสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการ SMEs ได้อย่างเสมอภาค และให้กรมศุลกากร ดำเนินมาตรการยกเลิกการกำหนดมูลค่าขั้นต่ำในการนำเข้าที่ไม่ต้องเสียภาษีนำเข้า (De Minimis Value : DMV) เพื่อสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขันให้แก่ผู้ประกอบการไทยในประเทศ รวมถึง ผู้ประกอบการ SMEs ที่เสียภาษีถูกต้อง ให้สามารถแข่งขันกับสินค้านำเข้าจากต่างประเทศได้ กรมศุลกากรจึงขานรับนโยบาย โดยการจัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ ความร่วมมือในการกำกับดูแลและปราบปรามการนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายและสินค้า ที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด เพื่อช่วยให้เกิดความสะดวกและรวดเร็ว พร้อมปกป้องสังคมอย่างมีประสิทธิภาพ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...