โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รมว.คลัง ดันแผนการคลังระยะกลาง ลดขาดดุลเหลือ 3% ปี 72 ย้ำ ไม่ขยายเพดานหนี้ 70%

การเงินธนาคาร

อัพเดต 13 พ.ย. 2568 เวลา 17.21 น. • เผยแพร่ 13 พ.ย. 2568 เวลา 10.21 น.

รมว. คลัง เผย คกก. การเงินการคลังจัดทำแผนการคลังระยะปานกลาง กำหนด 3 แนวทางหลัก ตั้งเป้าลดการขาดดุลงบประมาณเหลือ 3% ต่อ GDP ในปี 2572 ไม่ขยายเพดานหนี้สาธารณะที่ 70% ต่อ GDP เตรียมชง ครม. 18 พ.ย. 68 หวังสร้างความน่าเชื่อถือให้ประเทศ

13 พ.ย. 2568 - ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินการคลัง ว่า หัวใจสำคัญของการประชุมในวันนี้คือการจัดทำแผนการคลังระยะปานกลาง (Medium Term Fiscal Framework: MTFF) โดยมีเป้าหมายหลักในการสร้างความเชื่อมั่นเกี่ยวกับฐานะทางการคลังของประเทศ

โดยการจัดทำแผนการคลังระยะปานกลางในครั้งนี้จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการส่งสัญญาณถึงความมุ่งมั่นในด้านการรักษาวินัยการคลังภายใต้นโยบาย Quick Big Win 5 เสาหลัก 1 ฐานราก ซึ่งฐานรากคือการรักษาเสถียรภาพทางการคลังของประเทศ

“ที่ผ่านมาประเทศไทยเคยถูกบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ หรือCredit Rating Agency 2 แห่ง ปรับลดมุมมองจาก stable เป็น negative แม้ว่าอันดับความน่าเชื่อถือจะยังไม่ถูกปรับลดลงก็ตาม ขณะที่ยังมี Credit Rating อีก 1 แห่งที่ยังไม่ได้เผยแพร่อันดับเครดิตของประเทศไทย ดังนั้นการจัดทำแผนการคลังระยะปานกลางครั้งนี้เพื่อสร้างความมั่นใจและความน่าเชื่อถือให้กับประเทศ”

ทั้งนี้ การรักษาเสถียรภาพการคลังของประเทศในที่กำหนดในแผนการคลังระยะปานกลางจะดำเนินการผ่าน 3 แนวทางหลัก

  • การกำหนดแนวทางการจัดการด้านการคลังทั้งด้านรายได้ รายจ่าย และหนี้สินให้ชัดเจนและเป็นรูปธรรม
  • การปรับปรุงและเพิ่มกฎเกณฑ์การคลัง รวมถึงการยกระดับความโปร่งใสเกี่ยวกับต้นทุนการคลังต่างๆ รวมถึงรายได้สูญเสียจากสิทธิประโยชน์ภาษี(Tax Expenditure) โดยจะมีการรายงานรายได้สูญเสียจากสิทธิประโยชน์ทางภาษี ต่างๆ เช่น มาตรการภาษีที่ใช้ไปทำให้รายได้สูญเสียไปเท่าใด รวมถึงรายงานการสูญเสียรายได้จากการให้สิทธิประโยชน์จาก BOI เพื่อให้เกิดความโปร่งใส
  • การวางแนวทางกำกับการดำเนินมาตรการกึ่งการคลังตามมาตรา 28 แห่งพ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง โดยคณะกรรมการฯ ตระหนักถึงความเห็นของ Rating Agency ที่มองว่าประเทศไทยใช้มาตรการตามมาตรา 28 ค่อนข้างมากจึงได้กำหนดกรอบกติกาและความเข้มงวดในการขออนุมัติที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ทั้งนี้ยังคงกรอบมาตรา 28 ไว้ที่ 32% ของงบประมาณแต่จะเน้นความเข้มงวดในกระบวนการอนุมัติมากขึ้น

ดร. เอกนิติ เปิดเผยว่า การจัดทำแผนการคลังระยะปานกลางในครั้งนี้ ตั้งเป้าหมายที่จะปรับลดการขาดดุลงบประมาณให้ไม่เกิน 3% ของ GDP ภายในปี 2572 โดยปัจจุบันการขาดดุลงบประมาณในปี 2569 อยู่ที่ 4.4% ของ GDP สำหรับปี 2570 จะการขาดดุลงบประมาณก็จะปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ยืนยันที่จะรักษาเพดานหนี้สาธารณะต่อ GDP ไม่ให้เกิน 70% และจะไม่ขยายเพดานหนี้สาธารณะ

นอกจากนี้ คณะกรรมการฯ ยังได้ปรับปรุงกรอบวินัยการคลังให้เข้มงวดขึ้น โดยไม่ได้มีการแก้ไข พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลัง แต่เป็นการใช้กำหนดกฎเกณฑ์ให้รัดกุมยิ่งขึ้น เช่น ปรับสัดส่วนงบกลางให้แคบลงจาก 2–3.5% เหลือ 2–3% กำหนดให้ชำระต้นเงินกู้ ไม่น้อยกว่า 4% จากเดิมกรอบกว้าง 3.5–5% ลดกรอบวงเงินการก่อหนี้ผูกพันระหว่างปีงบประมาณที่เกินกว่าหรือนอกเหนืองบประมาณตามมาตรา 42 ของ พ.ร.บ. งบประมาณ ลงจาก 8% เหลือ 5%

“แนวทางทั้งหมดนี้มีเป้าหมายร่วมกันคือสร้างความเชื่อมั่นให้สถาบันจัดอันดับเครดิตและสาธารณชนมั่นใจว่าประเทศไทยสามารถปรับลดดุลการคลังสู่ระดับ 3% ของ GDP ภายในปี 2572 และยังสนับสนุนให้เศรษฐกิจเติบโตด้านอย่างยั่งยืน พร้อมกับเป็นส่วนสำคัญของการวางรากฐานการเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว”

ดร. เอกนิติ เปิดเผยว่า การปรับลดสัดส่วนการขาดดุลงบประมาณจะไม่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยเฉพาะด้านการลงทุน โดยยืนยันว่าจะสนับสนุนให้เศรษฐกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืนผ่านใช้เครื่องมือทางการคลังที่ไม่ก่อให้เกิดภาระหนี้สาธารณะและภาระทางการคลัง ได้แก่ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (Thailand Future Fund: TFF) และการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน ( Public Private Partnership: PPP) ซึ่งทั้ง 2 เครื่องมือนี้จะช่วยเพิ่มการลงทุนในประเทศในระยะยาว

ทั้งนี้คณะกรรมการฯ จะนำเสนอแผนการคลังระยะปานกลางเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 18 พ.ย. 2568 หลังจากนั้นจะเสนอกรอบวงเงินงบประมาณปี 2570 ต่อครม. ในวันที่ 25 พ.ย. 2568

“สำนักงบประมาณจะจัดทำปฏิทินงบประมาณปี 2570 ทำให้เร็วขึ้นเพื่อไม่ให้เกิดอุปสรรคต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยหากมีการยุบสภาเกิดขึ้นหลังจากที่ร่างงบประมาณผ่านการเห็นชอบจาก ครม. ชุดปัจจุบันแล้ว จะต้องรอให้สภาชุดใหม่เข้ามาพิจารณาต่อไป”

ดร. เอกนิติ เปิดเผยว่า เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือว่าแผนนี้จะคงอยู่ต่อไปในระยะยาว คณะกรรมการฯ กำหนดให้ดุลการคลังเป็นหลักการสำคัญสูงสุดที่ต้องยึดถือ โดยได้มีการหารือถึงกลไกที่เรียกว่าการชดเชย โดยหากรัฐบาลชุดใดก็ตามไม่สามารถดำเนินการตามเป้าหมายการขาดดุลที่กำหนดไว้ที่ 3% ของ GDP ภายในปี 2572 รัฐบาลนั้นจะต้องเพิ่มรายได้หรือลดรายจ่ายเพื่อชดเชย

ทั้งนี้การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินการคลัง ประกอบด้วยผู้แทนจาก 4 หน่วยงานเศรษฐกิจ ได้แก่ กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และ สำนักงบประมาณ โดยมีสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เป็นฝ่ายเลขานุการ

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...