สรุปสถานการณ์ไทย-กัมพูชา 6 เดือนแห่งการสู้รบ
The Bangkok Insight
อัพเดต 02 ม.ค. เวลา 06.04 น. • เผยแพร่ 02 ม.ค. เวลา 06.04 น. • The Bangkok Insightวิกฤตชายแดนที่ไม่มีวันจบ : สรุปสถานการณ์ไทย-กัมพูชา 6 เดือนแห่งการสู้รบ
สถานการณ์การสู้รบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา (ตั้งแต่ ก.ค. 2568 - ม.ค. 2569) ทวีความตึงเครียดและมีการปะทะกันอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ ส่งผลให้เกิดความสูญเสียต่อกำลังพลของฝ่ายไทยอย่างหนักหน่วง โดยมีรายละเอียดที่น่ากังวล ดังนี้
จุดเริ่มต้นปะทะหนัก
ความตึงเครียดทวีความรุนแรงขึ้นตั้งแต่เดือน ก.ค. 2568 โดยเฉพาะเหตุการณ์ปะทะต่อเนื่อง 5 วันในพื้นที่ ช่องบก จ.อุบลราชธานี ซึ่งมีการระดมยิงด้วยอาวุธหนักจากฝ่ายกัมพูชาอย่างไม่เกรงกลัว
พลเอกบุญสิน พาดกลาง ผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา มีบทบาทสำคัญในการยืนยันจุดยืนที่แข็งแกร่ง "ไม่ถอนกำลัง" และสั่งการตอบโต้เพื่อปกป้องอธิปไตยในขณะที่การเจรจาระดับการเมืองยังไม่คืบหน้า สถานการณ์ได้ขยายวงไปยังพื้นที่ จ.สระแก้วและศรีสะเกษ โดยมีการสลับกันยึดและยึดคืนพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เช่น บริเวณ บ้านหนองรี และ เขาสัตตะโสม สะท้อนความซับซ้อนและการใช้กำลังอย่างดุเดือด
ยอดความสูญเสียของทหารไทยผู้กล้า
ตลอดระยะเวลาของการสู้รบ 6 เดือน ทหารไทยผู้กล้าหาญได้สละชีพและได้รับบาดเจ็บอย่างหนักหน่วง:
ทหารสละชีพ (เสียชีวิต)
- ช่วง 24 ก.ค. - 29 ก.ค. 2568 จำนวน 15 นาย
- ช่วง 8 ธ.ค. - 30 ธ.ค. 2568 จำนวน 27 นาย
ทหารบาดเจ็บสาหัสและทุพพลภาพ
มีกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสและต้อง สูญเสียอวัยวะ (ขาขาด/ทุพพลภาพถาวร) จากการเหยียบทุ่นระเบิดสังหารบุคคลที่ฝ่ายกัมพูชาวางไว้อีกจำนวน 11 ราย
- ช่วง 16 - 28 ก.ค. 2568 จำนวน 3 นาย
- ช่วง 9 ส.ค.-10 พ.ย.2568 จำนวน4 นาย
- ช่วง ธ.ค. 2568 จำนวน11 นาย
การละเมิดข้อตกลงและภัยทุ่นระเบิด
แม้จะมีการลงนาม แถลงการณ์ร่วมการหยุดยิง (Joint Statement) ในการประชุม GBC เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 2568 แต่ปัญหาหลักคือการละเมิดข้อตกลงและหลักกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างโจ่งแจ้ง
ปัญหาสำคัญคือการตรวจพบ "ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล" ที่ถูกติดตั้งใหม่จำนวนมากในพื้นที่ที่ทหารไทยเข้าควบคุมและเก็บกู้ ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อกำลังพลและพลเรือน
สถานการณ์ปัจจุบัน (2 ม.ค. 2569)
สถานการณ์โดยทั่วไปยัง ไม่เกิดการปะทะด้วยอาวุธหรือเผชิญหน้าโดยตรง โดยกองทัพภาคที่ 2 ยังคงสรุปว่าฝ่ายตรงข้ามยังคง เสริมกำลัง และ เตรียมความพร้อมเชิงยุทธการ อย่างต่อเนื่อง โดยมีการ บิน UAV ตรวจการณ์ และ ปรับปรุงเส้นทางยุทธวิธี มุ่งสู่พื้นที่ยุทธศาสตร์ เช่น เนิน 745 และยอดโดม
ท่าทีไทยกองทัพไทยยังคง ตรึงกำลังเฝ้าระวัง และ ควบคุมพื้นที่ โดยยืนยันว่าการปฏิบัติการทั้งหมดอยู่ใน เขตอธิปไตยของไทย 100% และยึดหลักมนุษยธรรมสากล ไทยยังคงเน้นการเจรจาทางการทูตควบคู่ไปกับการรักษาความมั่นคงเพื่อปกป้องอธิปไตย
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- กองทัพภาค 2 สรุปชายแดน ไม่ปะทะ แต่กัมพูชายัง 'เสริมกำลัง' และ 'บินโดรน'
- 'สหรัฐ' ชื่นชมไทย ปล่อยตัว 18 เชลยศึกกัมพูชา ชี้สัญญาณบวกฟื้นสัมพันธ์
- ทัพเรือกวาดล้าง 6 ชาวจีน เตรียมออกกัมพูชา ย้ำชัดโยง ‘แก๊ง Cyber Scam’
ติดตามเราได้ที่