โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตรังอ่วม น้ำป่า-น้ำฝน ถล่มย่านตาขาว หนักสุดในรอบ 15 ปี เร่งอพยพชาวบ้านหนีน้ำ

Khaosod

อัพเดต 25 พ.ย. 2568 เวลา 11.58 น. • เผยแพร่ 25 พ.ย. 2568 เวลา 11.58 น.

ตรังอ่วม น้ำป่า-น้ำฝน ถล่มย่านตาขาว หนักสุดในรอบ 15 ปี เร่งอพยพชาวบ้านหนีน้ำ รถเล็กสัญจรไม่ได้ ต้องใช้รถ 6 ล้อขึ้นไป คาดระดับน้ำยังเพิ่มต่อเนื่อง

วันที่ 25 พ.ย.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานความเสียหายของโครงการชลประทานขนาดเล็ก “ฝายบ้านโคกทราย” หมู่ 4 ต.โพรงจระเข้ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง ซึ่งตั้งอยู่บริเวณน้ำตกไพรสวรรค์ หลังจากช่วงเช้ามืดที่ผ่านมาเกิดน้ำป่าไหลหลากลงมาจากเทือกเขาบรรทัดอย่างรุนแรง มีปริมาณน้ำมากและมีสีแดงขุ่น ทำให้หูช้างทั้งสองข้างของฝายพังเสียหาย อย่างไรก็ดี ตัวฝายหลักยังไม่ได้รับความเสียหาย

ปริมาณน้ำป่ารวมกับฝนที่ตกหนักต่อเนื่องกว่า 6 วัน ส่งผลให้น้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่หลายตำบล ได้แก่ ต.โพรงจระเข้ ต.ในควน ต.หนองบ่อ และต.นาชุมเห็ด โดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดในรอบ 15 ปี คือเขตเทศบาลตำบลย่านตาขาว ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของอำเภอ และถูกน้ำท่วมซ้ำเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 3 วัน ขณะที่น้ำจากรอบแรกยังไม่ลดลงทั้งหมด โดยมีประชาชนได้รับผลกระทบแล้วหลายพันครัวเรือน

เจ้าหน้าที่จากหน่วยกู้ภัยมูลนิธิกุศลสถานตรัง หน่วยกู้ภัยสว่างภักดีตรัง เจ้าหน้าที่ ปภ. ตำรวจ ทหาร จิตอาสา และหน่วยงานต่างๆ ได้ระดมเรือเข้าให้การช่วยเหลือประชาชน และสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะผู้ป่วยติดเตียงและผู้สูงอายุที่ติดอยู่ภายในบ้าน เพื่อนำออกไปยังศูนย์พักพิง

รวมถึงช่วยเหลือประชาชนจากอ.ปะเหลียน และอ.หาดสำราญ ที่ต้องการเดินทางข้ามมายังอ.ย่านตาขาว แต่ไม่สามารถใช้เส้นทางได้ เนื่องจากถนนสายตรัง–ปะเหลียน บริเวณหน้าตลาดสดย่านตาขาว มีระดับน้ำสูง 1–1.5 เมตร กระแสน้ำเชี่ยว และรถขนาดเล็กทุกประเภทไม่สามารถสัญจรได้ ต้องใช้เฉพาะรถตั้งแต่ 6 ล้อขึ้นไปเท่านั้น

ในเวลาเดียวกัน รถพยาบาลจากโรงพยาบาลปะเหลียนที่กำลังนำผู้ป่วยวิกฤตไปส่งต่อยังโรงพยาบาลตรัง ไม่สามารถผ่านเส้นทางได้ จึงต้องทำการเปลี่ยนถ่ายผู้ป่วยขึ้นรถ 10 ล้อของทหารจากค่าย ร.15 พัน 4 เพื่อนำข้ามมวลน้ำไปขึ้นรถพยาบาลอีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งเป็นไปด้วยความลำบากจากฝนที่ยังตกหนักต่อเนื่อง

นายสมนึก ธูปหอม นายอำเภอย่านตาขาว เปิดเผยว่า ระดับน้ำในเขตเทศบาลตำบลย่านตาขาวครั้งนี้สูงกว่าน้ำท่วมรอบแรกเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยน้ำเริ่มเพิ่มตั้งแต่ช่วงบ่ายของเมื่อวานและยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง บางจุดมีระดับน้ำสูงถึง 2–3 เมตร

ถนนสายตรัง–ปะเหลียนบริเวณหน้าตลาดสดย่านตาขาวรถเล็กไม่สามารถผ่านได้ ต้องใช้รถขนาด 6 ล้อขึ้นไปเท่านั้น ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งช่วยเหลือประชาชนที่ติดอยู่ในบ้านให้ออกมาและนำไปยังศูนย์พักพิงที่เตรียมไว้ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ

ตรังอ่วม น้ำป่า-น้ำฝน ถล่มย่านตาขาว หนักสุดในรอบ 15 ปี เร่งอพยพชาวบ้านหนีน้ำ

ตรังอ่วม น้ำป่า-น้ำฝน ถล่มย่านตาขาว หนักสุดในรอบ 15 ปี เร่งอพยพชาวบ้านหนีน้ำ

ยังมีประชาชนจำนวนหนึ่งติดค้างอยู่ภายในบ้าน หน่วยกู้ภัยและมูลนิธิต่างๆ จึงต้องเร่งเคลื่อนย้ายให้ครบ 100% เนื่องจากคาดว่าน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นอีก และจะมีการตัดไฟในช่วงค่ำ ทำให้การอยู่อาศัยในบ้านไม่ปลอดภัย หากมีประชาชนยืนยันจะอาศัยอยู่ชั้น 2 ของบ้าน เจ้าหน้าที่จะต้องเข้าเจรจาเพื่อให้ออกมา เพราะหากเกิดเหตุฉุกเฉินจะยิ่งลำบากต่อการเข้าช่วยเหลือ

นายอำเภอย่านตาขาว ประเมินว่า ระดับน้ำจะยังคงเพิ่มขึ้นอีก เนื่องจากมวลน้ำที่ไหลมาจากเทือกเขาบรรทัดผ่านตำบลโพรงจระเข้และตำบลนาชุมเห็ดมีปริมาณมากขึ้น โดยฝายน้ำด้านบนเกิดการฉีกขาดทำให้น้ำไหลลงมาอย่างรวดเร็ว และจะท่วมพื้นที่ที่น้ำไหลผ่าน ได้แก่ ต.โพรงจระเข้ ต.ในควน และต.หนองบ่อ ก่อนเข้าสู่เขตเทศบาลตำบลย่านตาขาว และไหลต่อไปยังเขตเทศบาลตำบลทุ่งกระบือซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำก่อนออกสู่ทะเล ทำให้สถานการณ์ครั้งนี้ถือว่าหนักมาก

ขณะที่ ต.ปะเหลียน อ.ปะเหลียน น้ำป่าได้ไหลหลากลงมาจากเทือกเขาบรรทัดเช่นเดียวกัน ทำให้ชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่ริมเชิงเขา ที่ลุ่มต่ำ และผิวทางจราจร ส่งผลทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนหลายร้อยครัวเรือนเช่นเดียวกัน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ตรังอ่วม น้ำป่า-น้ำฝน ถล่มย่านตาขาว หนักสุดในรอบ 15 ปี เร่งอพยพชาวบ้านหนีน้ำ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...