“อินเดีย” ตั้งเป้าสร้างเศรษฐกิจอวกาศ 4.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ชูเอกชนเป็นกำลังหลัก
"อินเดีย" ตั้งเป้าสร้างเศรษฐกิจอวกาศ 4.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ชูเอกชนเป็นกำลังหลัก วางหมากใหญ่ผลักดันอินเดียขึ้นสู่ประเทศพัฒนาแล้วภายในปี 2047
วันที่ 8 ธันวาคม 2568 เวลา 15.01 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า อินเดียกำลังเร่งขับเคลื่อนความทะเยอทะยานด้านอวกาศ ตั้งเป้าสร้างสถานะบนดวงจันทร์อย่างถาวรภายในทศวรรษหน้า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนใหญ่ที่จะยกระดับประเทศสู่ชาติพัฒนาแล้วภายในปี 2047
ชีเตนทรา ซิงห์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอวกาศของอินเดีย กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับบลูมเบิร์กที่เมืองปัญจกูลา ห่างจากนิวเดลีราว 260 กิโลเมตร เมื่อวันเสาร์ว่า “ภายในปี 2035 เราจะมีสถานีอวกาศชื่อ Bharatiya Antariksh Station และภายในปี 2040 ก็น่าจะได้เห็นมนุษย์อินเดียลงสู่ผิวดวงจันทร์”
นเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย ได้เร่งเพิ่มความพยายามเพื่อไล่ตามให้ทันประเทศอย่างจีน ซึ่งมีสถานีอวกาศของตนเองแล้ว และตั้งเป้าส่งมนุษย์ไปดวงจันทร์ภายในปี 2030 อินเดียจึงเริ่มพึ่งพาการลงทุนจากภาคเอกชนมากขึ้นเพื่อผลักดันตัวเองให้เป็นผู้นำเทคโนโลยีอวกาศระดับโลก
ซิงห์กล่าวว่า “เศรษฐกิจด้านอวกาศของเราแทบไม่เติบโตเลยจนกระทั่งเปิดให้เอกชนเข้ามามีบทบาท ตอนนี้อุตสาหกรรมนี้ขยายตัวเป็นมูลค่าราว 8,000 ล้านดอลลาร์แล้ว และด้วยความเร็วของการเติบโตนี้ อีก 8–10 ปีข้างหน้า เราอาจแตะ 40,000–45,000 ล้านดอลลาร์ได้”
เป้าหมายส่วนใหญ่นี้จะขับเคลื่อนโดยสตาร์ทอัพด้านอวกาศของอินเดีย ซึ่งตอนนี้มีมากถึงราว 400 บริษัท ครอบคลุมธุรกิจตั้งแต่การผลิตดาวเทียม บริการปล่อยจรวด ไปจนถึงวิเคราะห์ข้อมูลจากอวกาศ
อินเดียตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งในตลาดอวกาศเชิงพาณิชย์โลกเป็น 8%-10% ภายในสิบปีข้างหน้า จากระดับปัจจุบันที่ต่ำกว่า 2% ตามที่ วี. นารายานัน ประธานองค์การวิจัยอวกาศอินเดีย (ISRO) เคยระบุไว้เมื่อเดือนสิงหาคม
อินเดียยังสร้างประวัติศาสตร์ในปี 2023 ด้วยการเป็นประเทศแรกที่นำยานสำรวจลงจอดใกล้ขั้วใต้ของดวงจันทร์ได้สำเร็จ ซิงห์ระบุว่า ISRO ยังเดินหน้าตามกำหนดการส่งมนุษย์ขึ้นสู่อวกาศครั้งแรกในต้นปี 2027
ซิงห์ ซึ่งนั่งเก้าอี้ในสำนักงานนายกรัฐมนตรีและดูแลหลายหน่วยงานรวมถึงวิทยาศาสตร์ อวกาศ และพลังงานปรมาณู กำลังขับเคลื่อนเป้าหมายใหญ่ของโมดีในการดึงดูดการลงทุนในเทคโนโลยีเชิงลึก (deep tech)
เมื่อเดือนที่แล้ว รัฐบาลเพิ่งเปิดตัวโครงการวิจัย พัฒนา และนวัตกรรม มูลค่า 1 ล้านล้านรูปี หรือราว 1.11 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อสนับสนุนความก้าวหน้าของเอกชนในเทคโนโลยีขั้นสูง ผ่านการให้สินเชื่อพิเศษ โครงการนี้ตั้งใจใช้สนับสนุนงานที่อยู่ในระดับ Technology Readiness Level 4 ขึ้นไป ซึ่งหมายถึงเทคโนโลยีที่ใกล้พร้อมเข้าสู่ตลาดมากขึ้นแล้ว
อ้างอิง : www.bloomberg.com