โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"อ.เชน ยศชนัน" เปิดวง YPP Dialogue พัฒนาคนคือหัวใจสำคัญสูงสุด เปิดทางนวัตกรรมพาคนไทยหลุดพ้นความยากจน

The Better

อัพเดต 21 ธ.ค. 2568 เวลา 02.38 น. • เผยแพร่ 20 ธ.ค. 2568 เวลา 07.41 น. • THE BETTER
“อ.เชน ยศชนัน” เปิดวง YPP Dialogue ชี้การพัฒนาคน คือหัวใจสำคัญสูงสุด และต้องกล้าคิดใหม่ ตั้งเป้าประเทศรายได้สูง เชื่อม “การศึกษา-อุตสาหกรรม-เศรษฐกิจ” ปรับระบบวิจัยเปิดทางนวัตกรรมพาคนไทยหายจน

พรรคเพื่อไทย โดย PTP Academy จัดกิจกรรม YPP Dialogue ครั้งที่ 3 ภายใต้หัวข้อ “นโยบายความมั่นคง และนโยบายการพัฒนากำลังคน” ณ ที่ทำการพรรคเพื่อไทย เปิดพื้นที่ให้สมาชิก YPP Club รุ่นที่ 1 และรุ่นที่ 2 ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง ประสบการณ์ และข้อเสนอเชิงนโยบายอย่างเข้มข้น

ช่วงแรกของกิจกรรมเป็นการพูดคุยด้าน นโยบายความมั่นคง โดยนายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวต้อนรับ พร้อมถ่ายทอดประสบการณ์เบื้องหลังการทำงานด้านความมั่นคง ภาพรวมสถานการณ์ ปัญหา และความท้าทายในการขับเคลื่อนนโยบายความมั่นคงในฉบับพรรคเพื่อไทย

จากนั้น สมาชิก YPP Club รุ่นที่ 1 และรุ่นที่ 2 ร่วมสะท้อนมุมมองต่อการดำเนินนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐบาลพรรคเพื่อไทยใน 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ การแก้ไขปัญหายาเสพติด , การแก้ไขปัญหาแก๊งหลอกลวงออนไลน์ (Scammer) ความมั่นคงตามแนวชายแดน และ การบริหารจัดการกองทัพ และร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น วิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน และเสนอแนวทางเชิงนโยบายเพื่อการปรับปรุงและต่อยอดในอนาคต

ช่วงที่สองเป็นการพูดคุยด้าน นโยบายการพัฒนากำลังคน โดยนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมา โอกาสและความท้าทายของประเทศไทยในการพัฒนาศักยภาพคน รวมถึงทิศทางและแผนการพัฒนากำลังคนในฉบับพรรคเพื่อไทย

โดยนายยศชนันได้ถ่ายทอดวิสัยทัศน์ที่เชื่อมโยงระหว่าง "การศึกษา-อุตสาหกรรม-เศรษฐกิจ" โดยเน้นย้ำว่าประเทศไทยในปัจจุบันเผชิญกับปัญหาที่ซับซ้อนเกินกว่าจะแก้ด้วยมิติเดียว ทั้งเรื่องค่าเงิน เทคโนโลยีดิสรัปชัน และกติกาโลกใหม่ด้านสิ่งแวดล้อมที่กำลังเปลี่ยนบทบาทของกระทรวงอุดมศึกษาฯ เป็น "กระทรวงเศรษฐกิจ" อย่างเต็มตัว การพัฒนากำลังคนจึงต้องเปลี่ยนจากเพียงแค่การเรียนการสอน ไปสู่การสร้างระบบนิเวศแห่งนวัตกรรม (Innovation Ecosystem) อย่างแท้จริง

โดย นายยศชนัน กล่าวตอนหนึ่งว่า “วันนี้เราต้องกล้าคิดใหม่แบบยักษ์ เป้าหมายของเราต้องชัดเจนคือการพาประเทศไทยไปสู่ ‘ประเทศรายได้สูง’ โดยใช้กระบวนการ Backward Design ย้อนกลับมาดูว่าอุตสาหกรรมเป้าหมายต้องการคนแบบไหน ปริมาณเท่าไหร่ แล้วจึงออกแบบบทบาทของสถาบันอาชีวะศึกษาและมหาวิทยาลัยให้ตอบโจทย์นั้น เราต้องเปลี่ยนวัฒนธรรมการวิจัยให้กล้าที่จะ ‘ล้มเหลวได้อย่างสุจริต’ สร้างระบบที่เอื้อให้นักวิจัยทำโครงการที่มีความเสี่ยงเชิงสร้างสรรค์ได้โดยไม่ถูกลงโทษด้วยระบบงบประมาณแบบเดิม ความรู้จะกลายเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดในการพาคนไทยหลุดพ้นจากกับดักความยากจน และเปิดโอกาสให้ทุกคนก้าวสู่ตำแหน่งสูงสุดของสังคมได้ไม่ว่าเขาจะเกิดที่ไหนก็ตาม

สำหรับการยกระดับมหาวิทยาลัยและอาชีวศึกษา นายยศชนัน เสนอให้ปรับเปลี่ยนโมเดลการเรียนรู้ให้เป็นแบบ "ทุกช่วงวัย" ผ่านระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) ที่มีความยืดหยุ่น สามารถสะสมและโอนย้ายหน่วยกิตได้ตามมาตรฐานสากล เพื่อให้ Talent ไทยสามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก โดยมุ่งเน้นอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ Semiconductor, Data Center, เทคโนโลยีชีวภาพและการแพทย์ (BioTech/Medical), ยานยนต์ไฟฟ้าและการซ่อมบำรุงทางน้ำ (EV/Marine) และเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ (ESG/Low Carbon) ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องอาศัยฐานข้อมูลที่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ

ในส่วนของปัญหาเชิงระบบของการวิจัยในปัจจุบัน นายยศชนัน ได้เสนอแนวทางปรับปรุงระบบทุนวิจัยให้เป็นแบบ "Rule-based Automation" เพื่อลดความล่าช้าและขั้นตอนเอกสารที่ซับซ้อน โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาจัดการงวดงานและเงื่อนไขการเบิกจ่ายให้รวดเร็วขึ้น พร้อมทั้งผลักดันการจัดทำ "Patent Landscape" หรือศูนย์ข้อมูลทรัพย์สินทางปัญญาระดับประเทศ เพื่อให้นักวิจัยและภาคเอกชนไทยมองเห็นช่องว่างในการแข่งขัน และสามารถจดสิทธิบัตรในระดับสากลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ยังมีการเสนอมาตรการดึงดูดและรักษาบุคลากรทักษะสูง (Talent Magnet) ทั้งไทยและต่างประเทศ ผ่านรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่น เช่น การให้ Talent ที่อยู่ต่างประเทศสามารถร่วมเป็นโค้ชหรือเมนเทอร์ในโครงการสำคัญของไทยได้ รวมถึงการพัฒนา "ครูแนะแนวดิจิทัล" (Personalized Guidance) ที่ใช้ฐานข้อมูลอาชีพและเส้นทางสกิล (Skill Path) มาช่วยให้เด็กและเยาวชนมองเห็นขั้นตอนที่ชัดเจนในการก้าวไปสู่งานเป้าหมายในอนาคต

ต่อมา สมาชิก YPP Club รุ่นที่ 1 และรุ่นที่ 2 ได้ร่วมสะท้อนภาพการดำเนินนโยบายด้านการพัฒนากำลังคนของรัฐบาลพรรคเพื่อไทยที่ผ่านมา พร้อมให้ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายใน 4 ด้านสำคัญ ได้แก่สถาบันอุดมศึกษาในฐานะ “ศูนย์กลางการพัฒนาคน” (Higher Education as a Manpower Hub) , การเรียนรู้ตลอดชีวิตและการสะสมทักษะ (Lifelong Learning & Credit Bank) , การดึงดูดและเชื่อมโยงบุคลากรทักษะสูงระดับโลก (Global Talent Connection) และการกำหนดทักษะแห่งอนาคตและการเชื่อมโยงอุปสงค์-อุปทานกำลังคน (Future Skills Benchmarking and Labor Market Demand–Supply Mapping)

กิจกรรมปิดท้ายด้วยการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเชิงลึก เพื่อมองหาจุดแข็ง จุดอ่อน และแนวทางการปรับปรุงนโยบายให้สอดคล้องกับบริบทการเปลี่ยนแปลงของประเทศ ระหว่าง ศ.ดร.ยศชนัน นายภูมิธรรม และผู้เข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งได้มีการนำข้อเสนอของผู้เข้าร่วมกิจกรรมมาพัฒนาเป็นนโยบายในอนาคตต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...