รู้หรือไม่? “กินแล้วนอน” เสี่ยงโรคร้ายแรงกว่าที่คิด
เชียงใหม่นิวส์
อัพเดต 16 ธ.ค. 2568 เวลา 14.00 น. • เผยแพร่ 16 ธ.ค. 2568 เวลา 07.00 น. • Chiang Mai Newsในชีวิตประจำวันของคนเราล้วนมีกิจกรรมหลายอย่างที่ต้องทำมากมาย หนึ่งในนั้นก็คือการทานอาหารเพื่อให้พลังงานแก่ร่างกาย แต่ปัจจุบันการทานมื้อดึกถือเป็นมื้อที่นิยมกินมากที่สุดในบางช่วงวัย เพราะใช้เวลาไม่มาก กินเสร็จก็นอนได้เลย แต่ใครจะไปรู้ว่า การกินแล้วนอนเลยทันทีทำให้เกิดผลเสียกับร่างกายเป็นอย่างมาก
ระบบการย่อยอาหารของร่างกายจะเริ่มต้นที่ปากโดยผ่านการเคี้ยวของฟัน ไหลลงสู่หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก และลำไส้ใหญ่ตามลำดับ โดยระยะเวลาในการย่อยจะใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง ซึ่งในแต่ละส่วนจะมีท่อเชื่อมกันจึงทำให้ระบบย่อยอาหารจะทำงานได้ดีขึ้นเมื่อร่างกายอยู่ในท่านั่ง ท่ายืนหรือแนวตั้ง
แต่หาก “กินแล้วนอนหลับ” ในช่วงเวลาที่ระบบย่อยอาหารยังไม่สิ้นสุด อวัยวะจะต้องอยู่ในแนวราบ ส่งผลให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมาซึ่งอาจเป็นอันตรายได้มากกว่าที่คิด เช่น ทำให้เกิดอาการท้องอืด จนนอนหลับไม่สบาย อาการกรดไหลย้อนที่ทำให้รู้สึกแสบร้อนกลางอก ซึ่งอาจจะส่งผลระยะยาวที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งหลอดอาหารหรือโรคหลอดเลือดสมองได้
โรคหลอดเลือดสมองเกิดจากโรคกรดไหลย้อนและอาการอาหารไม่ย่อย ทำให้กระบวนการย่อยอาหารไม่เป็นไปตามปกติ การดูดซึมสารอาหารจึงมีปัญหา และส่งผลต่อภาวะความดันโลหิต ระดับน้ำตาลและระดับคอเลสเตอรอลในเลือด ทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตมีปัญหา ซึ่งส่งผลต่อการลำเลียงสารอาหารและออกซิเจนไปทั่วร่างกาย โดยอาจเกิดภาวะสมองขาดเลือดหรือขาดออกซิเจน อาการหายใจไม่อิ่ม ใจสั่น เกิดภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนของโรคหลอดเลือดสมอง ส่วนโรคมะเร็งหลอดอาหารเกิดจากโรคกรดไหลย้อน หากมีอาการเรื้อรังจากการที่น้ำย่อยไหลย้อนกลับมาที่หลอดอาหาร เกิดการระคายเคืองและอักเสบเรื้อรัง หากปล่อยไว้นาน ๆ จึงมีโอกาสที่จะกลายเป็นโรคมะเร็งหลอดอาหารนั่นเอง
ที่มา :
Rattinan Clinic