โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

บิตคอยน์ร่วงอีก ล่าสุดหลุด 86,000 ดอลลาร์ รอบนี้ไม่ใช่แค่ล้างพอร์ต แต่คือแรงขายระยะยาว กดดันตลาด

Thairath Money

อัพเดต 16 ธ.ค. 2568 เวลา 04.10 น. • เผยแพร่ 16 ธ.ค. 2568 เวลา 04.07 น.
ภาพไฮไลต์

มูลค่าบิตคอยน์ (Bitcoin) ร่วงต่อเนื่อง ล่าสุดต่ำกว่า 86,000 ดอลลาร์สหรัฐเป็นครั้งแรกในรอบสองสัปดาห์ และเป็นราคาที่หล่นลงมาแล้วกว่า 31% จากมูลค่า All-Time High ที่กว่า 126,000 ดอลลาร์สหรัฐเมื่อต้นตุลาคมที่ผ่านมา หลังนักลงทุนที่แห่ซื้อกันในช่วงราคาขึ้นทยอยเทขาย

ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา บิตคอยน์และสินทรัพย์เสี่ยงอื่น ๆ ได้ปรับตัวลงต่อเนื่อง แต่สิ่งที่แตกต่างคือ เมื่อสินทรัพย์เสี่ยงอื่นราคากลับขึ้นมา บิตคอยน์กลับไม่เด้งตาม ชี้ให้เห็นว่า Upside Correlation หรือความสัมพันธ์เชิงบวกของบิตคอยน์และสินทรัพย์เสี่ยงอื่น ที่เมื่อตัวหนึ่งขึ้นอีกตัวก็ขึ้นตาม แต่สิ่งนี้เริ่มไม่ไปด้วยกัน

ทำไมบิตคอยน์ถึงร่วงแล้วร่วงอีก?

การร่วงลงครั้งนี้ของบิตคอยน์ นักวิเคราะห์เริ่มมองแล้วว่า ตลาดกำลังถูกบีบจากสภาพคล่องที่ตึงตัว (Weak Liquidity) และความต้องการรับความเสี่ยง (Risk Appetite) ที่ลดลง แม้ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) เพิ่งจะประกาศลดอัตราดอกเบี้ยไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้วก็ตาม

Chris Newhouse ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของ Ergonia บริษัทที่เชี่ยวชาญด้าน DeFi ระบุว่า การปรับตัวลงของบิตคอยน์ในรอบนี้ถือว่าแตกต่างจากการเทขายในอดีต เพราะไม่ได้เกิดจากการบังคับล้างพอร์ต (Forced Liquidation) แต่เป็นผลจากโครงสร้างสถานะการลงทุนในตลาด Spot และตลาดอนุพันธ์ (Derivatives) เป็นหลัก

Chris Newhouse ยังบอกอีกด้วยว่า นักลงทุนที่ใช้เลเวอเรจสูงเกินไปน่าจะถูกล้างออกจากตลาดไปก่อนหน้านี้แล้ว นั่นหมายความว่า แรงขายที่เหลืออยู่ในขณะนี้เป็นแรงขายที่เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น ไม่ใช่แรงกระแทกจากระบบ แต่ในอีกด้านหนึ่ง แรงขายลักษณะนี้อาจยืดเยื้อและกดดันราคาได้ยาวนานกว่า ซึ่งเป็นสัญญาณที่ตลาดคริปโตฯ ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในช่วงปลายปีนี้

Strategy ยังเดินหน้าเก็บบิตคอยน์เข้าคลังต่อ

และในช่วงที่ตลาดคริปโตฯ ยังคงกดดันนี้ Strategy บริษัทที่ขึ้นชื่อว่าเป็นคลังบิตคอยน์รายใหญ่ของโลก ก็ยังคงเดินหน้าซื้อบิตคอยน์เข้าคลังเพิ่มต่อเนื่อง โดยได้เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า บริษัทได้เข้าซื้อบิตคอยน์มูลค่าเกือบ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่สองแล้ว

Strategy ระบุว่า การเข้าซื้อบิตคอยน์รอบล่าสุด ส่วนใหญ่ใช้เงินที่ได้จากการขายหุ้นสามัญ Class A แบบ At-the-Market หรือการทยอยขายหุ้นในตลาดตามราคาปัจจุบัน จนมีการออกมาวิจารณ์ว่า การขายหุ้นอย่างต่อเนื่องนี้อาจทำให้มูลค่าหุ้นของผู้ถือหุ้นเดิมถูกลดสัดส่วน (Dilution) และค่อย ๆ หั่นพรีเมียมราคาหุ้น ที่ Strategy เคยซื้อขายสูงกว่ามูลค่าทรัพย์สินบิตคอยน์ที่ถือครองอยู่ ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าราว 59,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

นอกจากนี้ Strategy ยังได้ขายหุ้นบุริมสิทธิแบบถาวร (Perpetual Preferred Shares) ไปแล้ว 3 จากทั้งหมด 4 ประเภท เพื่อระดมเงินมาสนับสนุนการเข้าซื้อบิตคอยน์ในรอบล่าสุดด้วย

เหรียญอื่นก็ร่วง

ภาพรวมของตลาดคริปโตฯ ในวันจันทร์ที่ผ่านมา พบว่าตลาดก็ยังคงบอบช้ำ โดยคริปโตเคอร์เรนซีรายใหญ่อื่น ๆ ปรับตัวลงแรงกว่า ไม่ว่าจะเป็น Ether, Dogecoin และ XRP ซึ่งต่างปรับตัวลดลงราว 5% ขณะที่หุ้นของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับคริปโตฯ ก็ถูกเทขายตามไปด้วย

หุ้นของ Strategy เองปรับตัวลงแรงกว่า 9% ในบางช่วงของการซื้อขาย ส่วน Coinbase Global แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตฯ รายใหญ่ของสหรัฐ ราคาหุ้นก็ลดลงราว 7%

สำหรับบิตคอยน์ ก่อนหน้านี้เคยลงไปแตะจุดต่ำสุดของปี 2025 ที่ 74,400 ดอลลาร์สหรัฐตอนเดือนเมษายน หลังจากที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ประกาศแผนขึ้นภาษีนำเข้าครั้งแรก จนสร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับตลาดการเงินทั่วโลก และกลายเป็นชนวนสำคัญที่กระทบสินทรัพย์เสี่ยงในวงกว้าง

ที่มา: Bloomberg

ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : บิตคอยน์ร่วงอีก ล่าสุดหลุด 86,000 ดอลลาร์ รอบนี้ไม่ใช่แค่ล้างพอร์ต แต่คือแรงขายระยะยาว กดดันตลาด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...