โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เฟดหั่นดอกเบี้ย หุ้นไทยแกว่งหลังประกาศยุบสภา

ทันหุ้น

อัพเดต 12 ธ.ค. 2568 เวลา 10.10 น. • เผยแพร่ 14 ธ.ค. 2568 เวลา 23.45 น.

#ทันหุ้น-ดัชนี Dow Jones และ S&P500 ต่างก็ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังจากเฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่กรอบ 3.50–3.75% ตามคาด ซึ่ง Dot Plot ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปี 2026 และอีก 1 ครั้งในปี 2027 นอกจากนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้ออกมาลงนามคำสั่งบริหารสร้างกรอบกฎระเบียบ AI ระดับชาติเพื่อสนับสนุนการลงทุน ทำให้ตลาดคาดหวังว่าการส่งสัญญาณครั้งนี้อาจเปิดทางให้มีการผ่อนคลายนโยบายการเงิน ส่งผลให้ราคาทองพุ่งขึ้นแรงกว่า 2% และดอลลาร์อ่อนค่าลง

ทางด้านตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX 600 ปิดเพิ่มขึ้น +0.55% เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากการลดดอกเบี้ยของเฟดและการตัดสินใจคงดอกเบี้ยที่ 0% ของธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจจะดีขึ้นหลังการตกลงลดภาษีสินค้าสวิตเซอร์แลนด์กับสหรัฐ โดยหุ้นที่ทำผลงานได้ดีในช่วงที่ผ่านมา ได้แก่ หุ้นกลุ่มธนาคาร เนื่องจาก Exane BNP Paribas ได้ออกมาประเมินว่า ROTE หรือผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นจะสูงเกินกว่า 16% ในปี 2027 อย่างไรก็ตามความไม่แน่นอนของการเจรจาสันติภาพระหว่างรัสเซีย–ยูเครนก็ยังคงเป็นปัจจัยกดดันหุ้นและน้ำมัน

ในส่วนของตลาดหุ้นเอเชียเปิดบวกเป็นส่วนใหญ่ หลังเฟดประกาศลดดอกเบี้ย โดยดัชนี Nikkei 225 ปิดเพิ่มขึ้น +0.66% และดัชนี Hang Seng ของฮ่องกงเปิดเพิ่มขึ้น +0.90% จากการฟื้นตัวของหุ้นเทคโนโลยี อย่างไรก็ตาม ดัชนี Shanghai Composite ของประเทศจีนกลับเปิดลดลง -0.10% แม้ผู้นำระดับสูงของจีนจะออกมายืนยันว่าจะให้การสนับสนุนเศรษฐกิจในปีหน้า โดยเร่งการกระตุ้นการบริโภค และการพยุงภาคอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงให้การสนับสนุนการศึกษาและการลงทุนในเทคโนโลยีภายในประเทศ ทางด้านตลาดหุ้นไทย ยังคงมีความผันผวนจากการประกาศยุบสภา ทำให้โครงการ TISA และ โครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 2 ที่เตรียมเข้าสู่การพิจารณาของครม.ในสัปดาห์หน้าเกิดความไม่แน่นอน อีกทั้งยังมีประเด็นร้อนทางการเมืองระหว่างไทย-กัมพูชา ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนนำให้เม็ดเงินไหลเข้ามาพักในกลุ่ม Defensive และคาดกลุ่ม Healthcare จะได้รับอานิสงส์ในเชิงบวกด้วยเช่นกัน แม้ในระยะสั้นนักลงทุนอาจมองความไม่แน่นอนของการเมืองเป็นหลักและเลือกขายทำกำไรหุ้นออกมาบ้าง แต่ก็เชื่อว่าภาวะนี้จะอยู่ไม่นาน

วันนี้มุมมอง USD Futures (USDZ25) indicators ระบุดังนี้ Super Flow (ภาพหมายเลข 1) แสดงถึงจำนวนเงินไหลเข้า / ออก สะสมของต่างชาติ ระยะยาวมีทิศทาง ขาลง Break Low และ PBC (ภาพหมายเลข 2) แสดงถึงจำนวนเงินไหลเข้า / ออกสะสม ในระยะยาวมีทิศทางขาลง Break Low

อย่างไรก็ตาม PBC (ภาพหมายเลข 3) แสดงถึงจำนวนเงินไหลเข้า / ออกรายวัน ระยะสั้น วันนี้มีทิศทาง ขาขึ้น Break High ดังนั้น ระยะกลาง-ยาวมองว่ามีโอกาสลง ในขณะที่ ระยะสั้นภายในวันมองว่ามีโอกาสขึ้น

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...