เฟดหั่นดอกเบี้ย หุ้นไทยแกว่งหลังประกาศยุบสภา
#ทันหุ้น-ดัชนี Dow Jones และ S&P500 ต่างก็ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังจากเฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่กรอบ 3.50–3.75% ตามคาด ซึ่ง Dot Plot ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปี 2026 และอีก 1 ครั้งในปี 2027 นอกจากนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้ออกมาลงนามคำสั่งบริหารสร้างกรอบกฎระเบียบ AI ระดับชาติเพื่อสนับสนุนการลงทุน ทำให้ตลาดคาดหวังว่าการส่งสัญญาณครั้งนี้อาจเปิดทางให้มีการผ่อนคลายนโยบายการเงิน ส่งผลให้ราคาทองพุ่งขึ้นแรงกว่า 2% และดอลลาร์อ่อนค่าลง
ทางด้านตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX 600 ปิดเพิ่มขึ้น +0.55% เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากการลดดอกเบี้ยของเฟดและการตัดสินใจคงดอกเบี้ยที่ 0% ของธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจจะดีขึ้นหลังการตกลงลดภาษีสินค้าสวิตเซอร์แลนด์กับสหรัฐ โดยหุ้นที่ทำผลงานได้ดีในช่วงที่ผ่านมา ได้แก่ หุ้นกลุ่มธนาคาร เนื่องจาก Exane BNP Paribas ได้ออกมาประเมินว่า ROTE หรือผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นจะสูงเกินกว่า 16% ในปี 2027 อย่างไรก็ตามความไม่แน่นอนของการเจรจาสันติภาพระหว่างรัสเซีย–ยูเครนก็ยังคงเป็นปัจจัยกดดันหุ้นและน้ำมัน
ในส่วนของตลาดหุ้นเอเชียเปิดบวกเป็นส่วนใหญ่ หลังเฟดประกาศลดดอกเบี้ย โดยดัชนี Nikkei 225 ปิดเพิ่มขึ้น +0.66% และดัชนี Hang Seng ของฮ่องกงเปิดเพิ่มขึ้น +0.90% จากการฟื้นตัวของหุ้นเทคโนโลยี อย่างไรก็ตาม ดัชนี Shanghai Composite ของประเทศจีนกลับเปิดลดลง -0.10% แม้ผู้นำระดับสูงของจีนจะออกมายืนยันว่าจะให้การสนับสนุนเศรษฐกิจในปีหน้า โดยเร่งการกระตุ้นการบริโภค และการพยุงภาคอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงให้การสนับสนุนการศึกษาและการลงทุนในเทคโนโลยีภายในประเทศ ทางด้านตลาดหุ้นไทย ยังคงมีความผันผวนจากการประกาศยุบสภา ทำให้โครงการ TISA และ โครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 2 ที่เตรียมเข้าสู่การพิจารณาของครม.ในสัปดาห์หน้าเกิดความไม่แน่นอน อีกทั้งยังมีประเด็นร้อนทางการเมืองระหว่างไทย-กัมพูชา ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนนำให้เม็ดเงินไหลเข้ามาพักในกลุ่ม Defensive และคาดกลุ่ม Healthcare จะได้รับอานิสงส์ในเชิงบวกด้วยเช่นกัน แม้ในระยะสั้นนักลงทุนอาจมองความไม่แน่นอนของการเมืองเป็นหลักและเลือกขายทำกำไรหุ้นออกมาบ้าง แต่ก็เชื่อว่าภาวะนี้จะอยู่ไม่นาน
วันนี้มุมมอง USD Futures (USDZ25) indicators ระบุดังนี้ Super Flow (ภาพหมายเลข 1) แสดงถึงจำนวนเงินไหลเข้า / ออก สะสมของต่างชาติ ระยะยาวมีทิศทาง ขาลง Break Low และ PBC (ภาพหมายเลข 2) แสดงถึงจำนวนเงินไหลเข้า / ออกสะสม ในระยะยาวมีทิศทางขาลง Break Low
อย่างไรก็ตาม PBC (ภาพหมายเลข 3) แสดงถึงจำนวนเงินไหลเข้า / ออกรายวัน ระยะสั้น วันนี้มีทิศทาง ขาขึ้น Break High ดังนั้น ระยะกลาง-ยาวมองว่ามีโอกาสลง ในขณะที่ ระยะสั้นภายในวันมองว่ามีโอกาสขึ้น