นายกฯ พาลูกหลานวีรชน ชายแดนไทย-กัมพูชา ขึ้นตึกไทย ลูกจ่าจุ้ย กอดหมอนรูปพ่อร่วมเฟรม
“นายกฯลุงหนู” พาลูก-หลาน วีรชนสมรภูมิไทย-กัมพูชา ขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า นั่งเก้าอี้นายกฯ ขณะที่ “น้องภูผา” ลูกชายจ่าจุ้ย หอบหมอนรูปพ่อร่วมเฟรมด้วย ก่อนร้องเพลงโปรดพ่อ “คิดถึง” “นายกฯ” ร้องเพลงชาติ ก่อนเปิดงานวันเด็ก 2569 ให้โอวาทเด็กไทย เชื่อ ทุกคนรักชาติ เป็นพลเมืองที่ดีมีของประเทศ-ประชาคมโลก แนะ เด็กไทยต้องพูดได้มากกว่าหนึ่งภาษา สอนต้องเคารพกติกาโลกด้วยไม่ใช่แค่เคารพกฎหมายไทย ร่วมเป็นคอนดักเตอร์ AC Band
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 10 มกราคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เปิดโอกาสให้ครอบครัววีรชนที่สละชีพในเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา 21 ครอบครัว 43 คน เดินทางมาทำเนียบรัฐบาล โดยได้ขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า ถ่ายรูปหมู่ร่วมกับนายกรัฐมนตรี และ น.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภริยา
จากนั้น นายกฯได้นำบรรดาบุตรหลานวีรชนไปยังห้องทำงานเพื่อถ่ายรูปนั่งเก้าอี้นายกฯ พร้อมเซ็นชื่อเกียรติบัตรนายกฯในอนาคตด้วยตนเอง ซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น โดยครอบครัวจ่าสิบเอก สำเริง คลังประโคน 1 ในวีรบุรุษเนิน 350 ปราสาทตาควาย ได้เดินทางมาในครั้งนี้ด้วย
ขณะเดียวกัน เด็กชายจิรภัทร สีจุ้ยจ้าย หรือน้องภูผา ได้นำหมอนรูปคุณพ่อ จ่าสิบเอก ธีระยุทธ สีจุ้ยจ้าย หรือจ่าจุ้ย วีรบุรุษสมรภูมิช่องสายตะกู มาร่วมเฟรมด้วย พร้อมกับเปิดเผยสั้นๆ ว่า คิดถึงคุณพ่อ ร้องเพลงคิดถึง ซึ่งเป็นเพลงที่คุณพ่อสอนน้องร้อง และชื่นชอบศิลปินซิลลี่ฟูล ซึ่งเป็นวงที่คุณพ่อเปิดให้ฟังเป็นประจำ
จากนั้นเวลา 10.30 น. นายอนุทินเดินทางไปยังตึกสันติไมตรี (หลังนอก) เพื่อร่วมชมการแสดงชุด “The Quality Heart of Thailand, Shaping the World” ภายใต้แนวคิด “เด็กไทยหัวใจรักชาติ สร้างสรรค์คุณภาพสู่โลกอนาคต” จากสมาคมเยาวชนจิตอาสาพัฒนา ช่วงหนึ่งของการแสดงมีการร้องเพลงชาติ นายกรัฐมนตรีได้พาเด็กๆ ยืนขึ้นเพื่อร่วมร้องเพลงชาติ โดยได้ร่วมร้องกับเด็กๆ และบุตรของทหารกล้าที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ที่นั่งอยู่ด้วย
ต่อมา เด็กชายจิณณ์ ยศสุนทร เด็กอัจฉริยะผู้สร้างเกมและทำคอนเทนต์สอนการเขียนโค้ด ได้โชว์บอร์ดเกมบนแพลตฟอร์ม Roblox ซึ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับภารกิจ “หัวใจติดปีก” ของนายกรัฐมนตรี สร้างเสียงหัวเราะและรอยยิ้มให้กับผู้ร่วมงาน ก่อนเชิญให้นายกรัฐมนตรีกล่าวให้โอวาทแก่เด็กๆ ที่มาร่วมงาน
จากนั้น นายกฯได้กล่าวเปิดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2569 ว่า สวัสดีผู้ปกครองลูกๆ หลานๆ เยาวชนไทยที่รัก “ผมลุงหนู” หรือชื่อจริง “อนุทิน ชาญวีรกูล” วันก่อนมีเด็กๆ มาเยี่ยมที่นี่หลายคน ไม่ยอมเรียกพี่หนูแต่เรียกลุงหนูทั้งนั้นเลย เป็นลุงก็ลุง วันนี้ลุงๆ ป้าๆ ทั้งหลายที่ทำงานอยู่ที่ทำเนียบรัฐบาลมาทำงานกันแต่เช้า เตรียมสถานที่ไว้ต้อนรับลูกๆหลานๆทุกคน
นายกฯกล่าวว่า สำหรับวันเด็กปีนี้ พวกเราทุกคนมีความตื่นเต้น และยินดีอย่างยิ่งที่ได้ให้การต้อนรับเยาวชนของชาติ ที่จะมาร่วมกันสร้างความทรงจำกันที่นี่ วันนี้อยู่กันให้สนุกเต็มที่ไม่ต้องรีบกลับ เราเปิดทำเนียบรัฐบาลให้ลูกๆ หลานๆ ให้ลองเป็นนายกรัฐมนตรีคนละนาทีสองนาที ไปเยี่ยมห้องทำงานถ่ายรูปนั่งเก้าอี้นายกฯ ไปเป็นโฆษกรัฐบาลที่ตึกนารีสโมสร รวมถึงร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่บรรดาคุณป้าคุณน้าคุณลุงที่ดูแลกระทรวงหน่วยงานต่างๆ ของราชการ ตั้งใจที่จะนำสิ่งของการละเล่นอาหารต่างๆ มาร่วมสนุกกับลูกๆ หลานๆ ทุกคน
นายกฯกล่าวอีกว่า วันเด็กของทุกปีนายกฯ มีหน้าที่มอบคำขวัญวันเด็ก ปีนี้นายกฯคนนี้ก็บอกว่าขอให้เด็กทุกคนรักชาติไทยใส่ใจโลก ถือเป็นคำขวัญที่เรียบง่ายจำง่าย และคิดว่าเด็กทุกวัยเข้าใจได้ คำว่ารักชาติไทย เชื่อว่าพวกเราทุกคนรักชาติอยู่แล้ว เราเป็นคนไทยเป็นพลเมืองไทยย่อมมีความรักชาติไทย และต้องตั้งใจประพฤติตนให้เป็นคนดีเคารพกฎหมายทำประโยชน์ให้บ้านเมือง และส่วนรวม เพื่อประเทศของเรา แต่นอกจากเราเป็นพลเมืองไทยแล้ว เรายังเป็นพลเมืองของโลกด้วย
ลูกๆ หลานๆ วันนี้อาจจะต้องใช้ชีวิตที่ยุ่งยากกว่าสมัยก่อน เพราะสมัยนั้นโลกของเราน่าอยู่กว่านี้เยอะ แต่ตอนนี้เป็นไปตามสภาพการณ์สภาพแวดล้อมต่างๆ โลกมีความวุ่นวายมากขึ้น เพราะฉะนั้น เด็กทั้งหลายต้องใส่ใจโลกด้วย เราต้องมีความสามารถเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมโลกได้ เข้าใจความหลากหลายทางวัฒนธรรมรู้เท่าทันเทคโนโลยี และต้องพูดภาษาต่างประเทศได้ด้วย
ลุงหวังว่าในอนาคตลูกๆหลานๆ จะต้องไม่พูดภาษาไทยเป็นเพียงภาษาเดียวหรือแค่ภาษาอังกฤษเพียงภาษาเดียว เราจะพยายามทำให้ลูกหลานได้เข้าถึงการศึกษาที่ทำให้เราสามารถมีความเชี่ยวชาญในภาษาต่างประเทศ เพื่อทำให้มีโลกทัศน์ที่กว้างไกลมากขึ้น พูดจาเจรจาความต่างกับคนต่างชาติหรือประเทศใดๆ ก็ได้ในโลกนี้เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับประเทศไทยอันเป็นที่รักของเรา เราต้องเคารพกติกาโลกไม่ใช่เพียงเคารพกฎหมายไทยเท่านั้น เมื่อโตขึ้นก็ขอให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาของโลกด้วย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อม สิทธิมนุษยชน และปัญหาอื่นๆ ตามช่วงวัย และศักยภาพของเรา
นายกฯกล่าวว่า ความหมายของคำว่ารักชาติไทย ใส่ใจโลก ที่อยากจะฝากไว้ในวันเด็กปีนี้ ตนขออนุญาตใช้โอกาสนี้ให้ผู้ใหญ่ทุกคน ได้ร่วมกันปลูกฝังให้เด็กไทยเป็นพลเมืองที่ดีของชาติ และยืนหยัดโดดเด่นได้ในฐานะพลเมืองของโลกด้วย ขอให้เราทุกคนช่วยกันดูแลเด็ก และเยาวชนของเรา ให้มีความปลอดภัยเติบโตในสภาพแวดล้อมที่ดี มีโอกาสเข้าถึงการศึกษาให้สูงที่สุดเท่าที่เขาจะสามารถเล่าเรียนได้ ให้ได้อยู่ในสังคมที่เป็นมิตรเป็นสังคมแห่งความสงบใฝ่หาสันติภาพ
ถ้าเขาได้เติบโตมาท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่มีความสมบูรณ์ ก็จะเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพศักยภาพสูง สามารถนำพาประเทศให้เจริญก้าวหน้าโดยที่ไม่มีวันที่จะแพ้ประเทศใดในโลก เชื่อว่าเด็กไทยทุกคนมีความสามารถมีศักยภาพไม่แพ้ใครแน่นอน และเก่งทุกคน ตรงนี้คือความเชื่อมั่นของตน วันนี้ขอให้ทุกคนได้ใช้เวลาอย่างเต็มที่ในการเพิ่มพูนความรู้ และประสบการณ์จากกิจกรรมต่างๆ
นายกฯกล่าวทิ้งท้ายว่า ขอให้ทุกคนมีความสุขกันมากๆ สุขสันต์วันเด็กเที่ยวงานให้สนุกปลอดภัย พวกเราก็จะอยู่ดูแลให้การต้อนรับภายในบริเวณทำเนียบรัฐบาลแห่งนี้อย่างเต็มที่ และขอขอบคุณวงดนตรี AC Band จากโรงเรียนอัสสัมชัญ ไม่รู้ว่าเป็นเหตุบังเอิญหรือความตั้งใจ เพราะลุงก็จบจากอัสสัมชัญ และเป็นสมาชิกของวง AC Band ด้วยที่เล่นดนตรีเป็นก็เพราะเป็นสมาชิกของวงดนตรีนี้
ดังนั้น เด็กๆ ทุกคนใครอยากทำอะไรทำถ้าเป็นเรื่องที่ดีไม่ผิดต่อกฎหมายและศีลธรรม ใช้ความรู้ความสามารถของเราอย่างเต็มที่ มีดีอะไรต้องกล้าที่จะออกมาให้คนเห็น และตอนนี้ยังไม่พ้นช่วงปีใหม่ ขออวยพรให้ทุกคนมีความสุขความก้าวหน้าความสำเร็จ ขอให้เรียนเก่งกันมากๆ มีความเฉลียวฉลาดมีความเสียสละ โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกๆ หลานๆ ที่เป็นลูกของวีรบุรุษทหารของชาติ ที่ได้สละชีวิตให้กับบ้านเมืองของเรา ขอให้ทุกคนได้เติบโตเป็นคนที่ปกป้องบ้านเมือง พัฒนาบ้านเมืองให้มีความเจริญก้าวหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง
จากนั้น นายกฯได้รับฟังการบรรเลง เพลงพระราชนิพนธ์มาร์ชราชวัลลภ จาก AC Band โรงเรียนอัสสัมชัญ ก่อนจะร่วมเป็นวาทยากร (Conductor) ทำบรรเลงเพลง Thunderer
สุดท้าย นายกฯได้ชมการแสดงของคณะนักร้องประสานเสียง Wattana Children’s Chorus โรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย ซึ่งได้ร้องเพลงธงชาติกับบ้านเกิดเมืองนอน ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ส่งกำลังใจและทำสัญลักษณ์ มินิฮาร์ตให้กับเด็กๆ ด้วย ก่อนจะเดินดูกิจกรรมต่างๆ ในตึกสันติไมตรี
ต่อมาเวลาประมาณ 12.00 น. นายกฯได้ร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับครอบครัววีรชน ก่อนที่จะเดินทางไปยังกองทัพอากาศ เพื่อร่วมกิจกรรมงานวันเด็ก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายกฯร่วมรับประทานอาหาร ซึ่งนั่งข้างกับน้องมีตังค์ ลูกสาวของจ่าสิบเอก ศตวรรษ สุจริต ซึ่งเป็นวีรชนที่เสียชีวิต ช่วงหนึ่งนายกฯน้ำตาซึมถึงกับนิ่งไประยะหนึ่งก่อนที่จะหยิบทิชชู่มาเช็ดน้ำตา
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : นายกฯ พาลูกหลานวีรชน ชายแดนไทย-กัมพูชา ขึ้นตึกไทย ลูกจ่าจุ้ย กอดหมอนรูปพ่อร่วมเฟรม
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th