โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

แม่สุดช้ำร้องเพจดัง ลูกชายออทิสติก ถูกครูจับขังใส่ตู้เหล็ก

สยามนิวส์

เผยแพร่ 10 ม.ค. เวลา 00.12 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
มารดาของเด็กชายวัย 12 ปี ซึ่งเป็นเด็กพิเศษที่มีภาวะออทิสติกและดาวน์ซินโดรม ร้องขอความเป็นธรรมต่อสื่อมวลชน หลังลูกชายถูกครูผู้ช่วยสอน

มารดาของเด็กชายวัย 12 ปี ซึ่งเป็นเด็กพิเศษที่มีภาวะออทิสติกและดาวน์ซินโดรม ร้องขอความเป็นธรรมต่อสื่อมวลชน หลังลูกชายถูกครูผู้ช่วยสอนวิชาคอมพิวเตอร์ทำร้ายร่างกายภายในโรงเรียนเฉพาะทาง ด้วยการใช้ไม้บรรทัดเหล็กกรีดที่ขาจนเกิดบาดแผล และถูกจับขังไว้ในตู้เหล็กภายในห้องเรียนนานเกือบ 1 ชั่วโมง ส่งผลให้เด็กมีสภาพจิตใจย่ำแย่ หวาดผวา ไม่กล้าไปโรงเรียน มีพฤติกรรมซึมเศร้า ร้องไห้บ่อย และเขียนคำว่า เสียใจ ซ้ำๆ ลงในกระดาษ พร้อมพร่ำพูดแต่คำว่า ตู้ๆ ด้วยความหวาดกลัว จนทางบ้านค่อยๆ สอบถามจนทราบเรื่องราว

มารดาเปิดเผยว่า หลังทราบเรื่องได้ไปสอบถามครูผู้ช่วยคู่กรณี แต่เจ้าตัวปฏิเสธและอ้างว่าในห้องคอมพิวเตอร์ไม่มีตู้เหล็ก ตนจึงขอเข้าตรวจสอบพื้นที่พร้อมผู้อำนวยการโรงเรียนและครูประจำชั้น เมื่อไปถึงห้องเกิดเหตุ พบพยานเป็นนักเรียน 2 คนที่อยู่ในเหตุการณ์ ให้ข้อมูลตรงกันว่า วันเกิดเหตุลูกชายงอแงอยากดูการ์ตูน ทำให้ครูผู้ช่วยไม่พอใจ ใช้ไม้บรรทัดกรีดขาและจับขังตู้เหล็ก พร้อมสั่งห้ามเพื่อนช่วย ซึ่งสอดคล้องกับคำบอกเล่าของลูกชาย แม้ครูผู้ช่วยจะยืนกรานปฏิเสธต่อหน้าทุกคนก็ตาม

จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบภาพครูประจำชั้นพาเด็กเข้าเรียนปกติ แต่ช่วงเลิกเรียน ลูกชายเดินออกมาเป็นคนสุดท้ายโดยมีครูผู้ช่วยพาออกมา สังเกตเห็นอาการซึมและเดินกะเผลกคล้ายเจ็บขา แต่เนื่องจากกล้องไม่มีเสียงจึงไม่สามารถยืนยันเสียงร้องขอความช่วยเหลือได้ ทั้งนี้ มารดาตั้งข้อสังเกตถึงกระบวนการสอบสวนของโรงเรียน เนื่องจากเหตุเกิดตั้งแต่วันที่ 12 ธันวาคมปีที่ผ่านมา ผู้อำนวยการเคยรับปากจะดำเนินการเด็ดขาด แต่จนถึงขณะนี้กลับอ้างว่าต้องรอผลสอบปากคำจากตำรวจ ซึ่งตนได้พาลูกไปตรวจร่างกายและแจ้งความไว้แล้ว ยืนยันจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุดเพราะโรงเรียนควรเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็กพิเศษ

ล่าสุด ในพื้นที่พบว่าเด็กชายยังมีอาการหวาดระแวง ต้องใช้เวลาปรับตัวพักใหญ่จึงจะผ่อนคลาย โดยมารดาระบุว่าสิ่งที่กังวลที่สุดคือสภาพจิตใจ เพราะลูกมักร้องไห้ เอ่ยชื่อครูผู้ก่อเหตุ และถามคนในครอบครัวว่า รู้สึกเสียใจเหมือนเขาหรือไม่ ขณะนี้ครอบครัวยังคงรอความคืบหน้าทางคดี และเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งคืนความยุติธรรม ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอยกับเด็กคนอื่น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...