โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ปาฏิหาริย์มีจริง! "พังข้าวต้ม" สู้สุดใจ พลิกฟื้นอาการวิกฤต

ThaiNews - ไทยนิวส์ออนไลน์

อัพเดต 20 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ความคืบหน้ากรณีการช่วยเหลือสัตว์ป่าพลัดหลงที่เป็นกระแสในโซเชียล ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2569 มีข่าวดีจาก ศูนย์พัฒนาการจัดการสัตว์ป่าบึงฉวากรายงานว่า น้องข้าวต้มลูกช้างป่าเพศเมียอายุ 3 เดือน มีสัญญาณชีพและสภาพร่างกายที่แข็งแรงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หลังจากที่ทีมงานต้องเฝ้าระวังอาการอย่างเข้มข้นตลอด 24 ชั่วโมง

ปาฏิหาริย์มีจริง!

สพ.ญ.ณฐนน ปานเพ็ชรหัวหน้าศูนย์ฯ เปิดเผยว่าตั้งแต่วันที่ 4-9 มกราคมที่ผ่านมา อาการลูกช้างป่ารายนี้ดีขึ้นเป็นลำดับ โดยน้องเริ่ม กินนมเองได้ระบบขับถ่ายกลับมาเป็นปกติ และมีการตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น ซึ่งถือเป็นนิมิตหมายอันดีในการฟื้นตัว
สำหรับการรักษาในครั้งนี้ ทีมสัตวแพทย์ได้นำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการทำ อัลตร้าซาวน์บำบัดการทำกายภาพบำบัดด้วยการนวดและยืดเหยียดเพื่อป้องกันกล้ามเนื้อลีบฝ่อ รวมถึงการเจาะเลือดเพื่อติดตาม สภาวะสุขภาพสัตว์ป่าอย่างใกล้ชิดในห้องปฏิบัติการ

ปาฏิหาริย์มีจริง!

นอกเหนือจากการรักษาทางวิทยาศาสตร์แล้ว ทางเจ้าหน้าที่ยังได้จัดพิธี ทำบุญพรมน้ำมนต์เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับทีมงานจาก 3 หน่วยงานหลัก ได้แก่ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงฉวาก, เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ และอุทยานแห่งชาติลำคลองงู ที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจดูแลช้างน้อยตัวนี้มาโดยตลอด
"การดูแลน้องข้าวต้มไม่ใช่แค่เรื่องของยา แต่คือเรื่องของกำลังใจ" เจ้าหน้าที่ระบุว่าพิธีความเชื่อนี้ช่วยส่งพลังบวกให้ น้องข้าวต้มมีแรงฮึดสู้กับอาการเจ็บป่วยต่อไป ซึ่งทาง กรมอุทยานแห่งชาติจะยังคงติดตามและรายงานความคืบหน้าให้ประชาชนที่คอยส่งแรงใจได้รับทราบเป็นระยะ

ปาฏิหาริย์มีจริง!

ที่มา : กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...