โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ภูเก็ตเตรียมรับอานิสงส์ ‘Music Tourism’ 1.25 หมื่นล้าน Future Vibes ชู EDC Thailand หนุน GDP ท้องถิ่น

การเงินธนาคาร

อัพเดต 17 ธ.ค. 2568 เวลา 15.12 น. • เผยแพร่ 17 ธ.ค. 2568 เวลา 08.12 น.

กางแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี ปักหมุดภูเก็ตเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงดนตรีภาคใต้ Future Vibes ผนึก Insomniac ดัน 'EDC Thailand' รุกตลาด Music Festival หมื่นล้าน คาดเม็ดเงินสะพัด 1.25 หมื่นล้านบาท ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อผู้บริโภคที่เผชิญความท้าทายจากค่าครองชีพ เจาะตลาดนักท่องเที่ยวศักยภาพสูงจากจีนและยุโรปสเปนดิ้งหนัก50,000 บาท/คน ชดเชยกำลังซื้อในประเทศที่ชะลอตัวและสร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่ง

17 ธันวาคม 2568-อุตสาหกรรมเทศกาลดนตรี (Music Festival) ในประเทศไทยก้าวเข้าสู่ยุคการแข่งขันระดับพรีเมียมอย่างเต็มรูปแบบ โดยข้อมูลคาดการณ์ระบุว่าตลาดมิวสิคเฟสติวัลและคอนเสิร์ตในไทยมีมูลค่าพุ่งสูงกว่า 10,000 ล้านบาท ปัจจุบันมีการจัดงานขนาดใหญ่ทั้งแบรนด์ในประเทศและแบรนด์แฟรนไชส์ระดับสากลเกิดขึ้นเฉลี่ยมากกว่า 20-30 งานต่อปี ครอบคลุมตั้งแต่มิวสิคเฟสติวัลแนวดนตรีเฉพาะกลุ่มไปจนถึงกระแสหลัก

อย่างไรก็ตามแม้ในเชิงปริมาณงานจะเพิ่มขึ้น แต่ในเชิงคุณภาพผู้บริโภคเริ่มมีพฤติกรรม Selective Spending หรือการเลือกจ่ายอย่างระมัดระวังมากขึ้น เนื่องจากภาวะหนี้ครัวเรือนและเงินเฟ้อส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อในกลุ่มชนชั้นกลาง การตัดสินใจซื้อบัตรเข้าชมงานที่มีมูลค่าสูงจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพียงรายชื่อศิลปิน แต่รวมถึงความคุ้มค่าของประสบการณ์ในภาพรวม ทำให้ผู้ประกอบการต้องเร่งสร้างความแตกต่างเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดที่จำกัดและมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด

ปั้น ‘Phuket Model’ ดึงเม็ดเงิน 1.25 หมื่นล้าน หนุน GDP ท้องถิ่นโตพุ่ง 25%

การจัดงาน EDC Thailand ถูกวางตำแหน่งให้เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัดภูเก็ต โดยฟิวเจอร์ ไวบ์ส คาดการณ์มูลค่าทางเศรษฐกิจสะพัดกว่า 12,500 ล้านบาท ตลอดแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี (พ.ศ. 2569–2573) หากวิเคราะห์ในเชิงสถิติพบว่าความต้องการเข้าร่วมงานส่งผลให้อัตราการเข้าพักแรมในพื้นที่ใกล้เคียงและย่านการค้าสำคัญเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ เม็ดเงินเหล่านี้ถูกกระจายเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจท้องถิ่นโดยตรง ทั้งในกลุ่มโรงแรม ร้านอาหาร และการขนส่งสาธารณะ

โดยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อนักท่องเที่ยวต่างชาติ 1 ราย อยู่ที่ประมาณ 50,000 บาท ซึ่งช่วยชดเชยกำลังซื้อในประเทศที่ชะลอตัวลง การปักหมุดที่ภูเก็ตจึงเป็นกลยุทธ์การดึงเม็ดเงินจากตลาดนักท่องเที่ยวกลุ่มกำลังซื้อสูง (High-spending Travelers) เพื่อหนุน GDP ของจังหวัดให้เติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว และเพิ่มยอดนักท่องเที่ยวขาเข้าของภูเก็ตในช่วงเดือนมกราคมได้สูงขึ้นกว่า 25% ตลอดระยะเวลาการจัดงาน

เจาะสมรภูมิราคา: EDC Thailand ชูจุดแข็ง ‘Cost per Day’ ชิงความได้เปรียบเหนือคู่แข่งเอเชีย

ในแง่ของราคาจำหน่าย บัตร EDC Thailand มีโครงสร้างราคาที่สะท้อนถึงต้นทุนโปรดักชันระดับสากล โดยบัตรเข้าชมงานแบบ 3 วันมีระดับราคาเริ่มต้นที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของเทศกาลดนตรีระดับโลกในเอเชีย เช่น

  • Ultra Japan โตเกียว, ญี่ปุ่น ราคาบัตร 4,200 - 5,500 บาทบัตร 2 วัน (ปรับตามกลุ่มอายุ)
    • ZoukOut สิงคโปร์ ราคาบัตร 4,000 - 5,000 บาท ส่วนใหญ่มักเป็นการจัดงานเพียง 1-2 วัน
    • EDC Thailand ภูเก็ต, ไทย ราคาบัตร 4,700 - 6,590 บาท นำเสนอประสบการณ์แบบ 3 วันเต็ม (มีราคาพิเศษช่วง Early Bird)ทำให้ในเชิงความคุ้มค่าต่อวัน (Cost per Day) ของไทยยังคงมีความได้เปรียบในการดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก
    • Tomorrowland Thailand ภูเก็ต, ไทย ราคาบัตร(คาดการณ์)7,500 บาทขึ้นไป คาดการณ์บัตร 1 วัน (เริ่มจำหน่ายปี 2569)

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายหลักยังคงอยู่ที่แนวโน้มกำลังซื้อของผู้บริโภคในประเทศที่อาจเข้าถึงบัตรราคาพรีเมียมได้ยากขึ้น การที่คู่แข่งระดับโลกรายอื่นอย่าง Tomorrowland มีแผนจะเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ยิ่งทำให้ตลาด Music Festival ในไทยกลายเป็นสมรภูมิที่ดุเดือดที่สุดในภูมิภาค การบริหารความเสี่ยงโดยการดึงฐานลูกค้าต่างชาติให้มีสัดส่วนสูงจึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้โครงการนี้บรรลุเป้าหมายทางการเงิน

คอขวดโลจิสติกส์ท้าทายขีดความสามารถภูเก็ตรับดีมานด์Peak Season

ในมุมมองนักวิเคราะห์ ประเด็นความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานเป็นความเสี่ยงเชิงระบบที่เลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากการจัดงานในช่วงเดือนมกราคมซึ่งเป็นช่วง Peak Season ของภูเก็ต การที่จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นกว่า 25% อาจนำไปสู่สภาวะ "คอขวด" (Bottleneck) ทั้งในส่วนของความจุสนามบินภูเก็ตและการจราจรทางบก

หากผู้จัดงานไม่มีแผนบริหารจัดการร่วมกับภาครัฐที่ชัดเจน เช่น การจัดระบบขนส่งมวลชนพิเศษ (Shuttle System) หรือการประสานงานตารางบิน อาจส่งผลลบต่อประสบการณ์ของลูกค้าและความพึงพอใจในระยะยาว ซึ่งความแออัดที่เกินขีดจำกัดอาจกลายเป็นต้นทุนทางสังคมที่บดบังผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่ได้รับ

แก้โจทย์ ‘Crowding Out Effect’จาก High Season สู่ความเสถียรตลอดปี

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือปรากฏการณ์ Crowding Out Effect หรือการแย่งชิงทรัพยากรท่องเที่ยว เนื่องจากเดือนมกราคมเป็นช่วงที่มีดีมานด์สูงจากนักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัวและกลุ่มพักผ่อนเดิมอยู่แล้ว การเพิ่มงานสเกลยักษ์เข้ามาอาจทำให้ค่าครองชีพและราคาที่พักพุ่งสูงจนกระทบต่อนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่น

ในระยะยาว ยุทธศาสตร์ของ Future Vibes ที่จะช่วยสร้างความเสถียรให้กับ GDP ท้องถิ่นได้มากกว่า คือการพิจารณาขยายกิจกรรมหรือจัดงานในช่วง Low Season เพื่อช่วยรักษาอัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) ของโรงแรมให้คงที่ตลอดทั้งปี ซึ่งจะเป็นการแก้ปัญหาโครงสร้างเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของภูเก็ตที่มักพึ่งพาฤดูกาลมากเกินไป และสร้างรายได้ที่ยั่งยืนแก่ชุมชนอย่างแท้จริง

เจาะเซกเมนต์ ‘High-Spenders’: ดึงกลุ่ม Music Nomad จีน-ยุโรป ชดเชยกำลังซื้อในประเทศ

ท่ามกลางกำลังซื้อในประเทศที่จำกัด กลยุทธ์ของ Future Vibes มุ่งเป้าไปที่การดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มศักยภาพสูงจากจีนและยุโรป ซึ่งเป็นตลาดที่มีพฤติกรรมการใช้จ่ายในอุตสาหกรรมสันทนาการที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะกลุ่ม Young Affluent ในจีนที่มองหาประสบการณ์ความบันเทิงระดับโลกในระยะทางที่สั้นกว่าการไปยุโรปหรืออเมริกา การผนวกแบรนด์ระดับสากลอย่าง EDC เข้ากับสิ่งอำนวยความสะดวกในภูเก็ต จึงเป็นแม่เหล็กสำคัญที่ดึงดูดเม็ดเงินสกุลต่างประเทศเข้ามาหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยได้โดยตรง

นอกจากนี้ ตลาดจากยุโรปยังให้ความสำคัญกับกลุ่ม "Music Nomad" หรือกลุ่มที่เดินทางตามเทศกาลดนตรี ซึ่งมีแนวโน้มพำนักระยะยาวและมีอัตราการใช้จ่ายสูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติ การเจาะตลาดกลุ่มนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเรื่องยอดจำหน่ายบัตร แต่ยังช่วยกระตุ้นภาคบริการการท่องเที่ยวโดยรวมของไทยในระดับโครงสร้าง สร้างสมดุลรายได้ให้ไม่ขึ้นอยู่กับกลุ่มผู้บริโภคในประเทศเพียงอย่างเดียว

สร้าง ‘Economic Moat’ ด้วยโปรดักชันระดับโลก: ก้าวข้ามอีเวนต์ชั่วคราวสู่โครงสร้างพื้นฐานทางวัฒนธรรม

ความสำเร็จของแผน 5 ปีนี้ขึ้นอยู่กับความสามารถในการรักษามาตรฐานโปรดักชันระดับสูงจาก Insomniac และการสร้างพื้นที่จัดงานถาวรที่ Rhythm Park เพื่อลดต้นทุนผันแปรในระยะยาว การนำนวัตกรรมแสง สี เสียง และเทคโนโลยีโปรดักชันระดับเดียวกับ EDC Las Vegas เข้ามาเป็นจุดขายหลัก ถือเป็นการสร้าง "กำแพงการเข้าสู่ตลาด" ที่ทำให้คู่แข่งรายอื่นตามได้ยาก

ในระยะยาว ฟิวเจอร์ ไวบ์ส จำเป็นต้องสร้างนิเวศทางธุรกิจที่เชื่อมโยงการท่องเที่ยว ดนตรี และวัฒนธรรมท้องถิ่นเข้าด้วยกัน เพื่อให้ EDC Thailand เป็นมากกว่าอีเวนต์ดนตรี แต่เป็นจุดหมายปลายทางที่สร้างความคุ้มค่าให้แก่ทั้งผู้บริโภคและเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน ท่ามกลางความผันผวนของภาวะเศรษฐกิจโลกและพฤติกรรมการจ่ายเงินของผู้บริโภคที่เข้มงวดขึ้นในปัจจุบัน

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...