โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

Acquisition Strategy กลยุทธ์เข้าซื้อกิจการ ทางลัดสู่ความสำเร็จของคนอยากโต

SMART SME

อัพเดต 19 พ.ย. 2568 เวลา 13.27 น. • เผยแพร่ 19 พ.ย. 2568 เวลา 13.27 น.

ในยุคธุรกิจที่ทุกวินาทีล้วนมีค่า แถมการแข่งขันยังเข้มข้นสูง การมองหาทางลัดทำธุรกิจเติบโตแบบก้าวกระโดดข้ามขั้นตอน โดยเลือกเข้าซื้อกิจการ หรือซื้อหุ้น แบรนด์ที่เล็งเห็นว่ามีศักยภาพสูงจึงเป็นทางออกที่น่าสนใจ อย่างกลยุทธ์ที่เรียกว่า Acquisition Strategy

กลยุทธ์ Acquisition Strategy ไม่ได้เพียงแค่นำเงินไปลงทุนในกิจการที่มีแนวโน้มมาแรงเท่านั้น แต่อีกมุมหนึ่งนี่เป็นการซื้อ เวลา-ความสามารถ-อนาคต ที่ช่วยให้บริษัทผู้เข้าซื้อสามารถเติบโตแบบก้าวกระโดด ทดแทนเรื่องการพัฒนาผลิตภัณฑ์, การสร้างแบรนด์ และเวลาการทำการตลาดที่อาจต้องใช้ระยะเวลาที่ค่อนข้างนานกว่าจะติดตลาด

แน่นอนว่ากลยุทธ์นี้สร้างความได้เปรียบอย่างชัดเจน 3 เรื่องด้วยกัน

  • การเข้าถึงตลาดและความสามารถทันที: แทนที่จะต้องใช้เวลาหลายปีในการสร้างเทคโนโลยีใหม่ หรือเจาะเข้าสู่ตลาดใหม่ บริษัทสามารถได้มาซึ่งผลิตภัณฑ์ที่พิสูจน์แล้ว, ฐานลูกค้าที่ภักดี และทีมงานที่มีความสามารถเฉพาะทางของบริษัทที่เข้าซื้อมาทันที ทำให้บริษัทสามารถเริ่มทำกำไรและสร้างผลตอบแทนได้เร็วขึ้นอย่างมาก

  • การสร้างพลังผสาน: นี่คือหัวใจสำคัญของกลยุทธ์ โดยบริษัทที่เข้าซื้อจะสามารถรวมจุดแข็งของทั้งสองฝ่าย เช่น บริษัท A มีช่องทางการจัดจำหน่ายที่แข็งแกร่ง ส่วนบริษัท B มีนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่น เมื่อรวมกันแล้วจะช่วย เพิ่มประสิทธิภาพ ในการดำเนินงาน ลดต้นทุนซ้ำซ้อน และสามารถนำผลิตภัณฑ์ใหม่เข้าสู่ตลาดเดิมได้เร็วกว่าคู่แข่ง

  • การลดความเสี่ยง: การเริ่มต้นธุรกิจใหม่ตั้งแต่ศูนย์มีความเสี่ยงสูงที่จะล้มเหลว การซื้อกิจการที่กำลังไปได้ดี หมายถึงการลงทุนในโมเดลธุรกิจที่ได้ผ่านบทพิสูจน์แล้วว่า สามารถสร้างรายได้ และทำกำไรได้จริง ซึ่งช่วยลดความไม่แน่นอนเมื่อเทียบกับการสร้างธุรกิจขึ้นมาเอง

[ธุรกิจแบบไหนที่ควรเข้าไปร่วมทุน]

การใช้กลยุทธ์นี้ให้ประสบความสำเร็จ เพื่อเข้าไปซื้อหุ้น หรือกิจการ จำเป็นต้องศึกษารายละเอียดอย่างลึกซึ้ง โดยอาจจะพิจารณาจากธุรกิจที่มีการเติบโตสูง ขยายตัวอย่างรวดเร็ว และมีศักยภาพเติบโตในอนาคต เช่น สตาร์ทอัพเทคโนโลยี, ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ, แพลตฟอร์มดิจิทัล

หรือธุรกิจที่เสริมช่องว่างทางกลยุทธ์ เป็นธุรกิจที่เติมเต็มสิ่งที่บริษัทผู้ซื้อยังขาด หรือทำได้ไม่ดีพอ เช่น บริษัทผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคเข้าซื้อกิจการที่มีเครือข่ายร้านค้าปลีกเฉพาะทาง หรือช่องทางออนไลน์ที่เข้มแข็ง เพื่อนำสินค้าเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มใหม่

อีกทั้ง ธุรกิจที่สร้างความผสมผสาน โดยเป็นธุรกิจที่เมื่อรวมกันแล้วจะสร้างมูลค่าได้มากกว่าการดำเนินการแยกกัน ตลอดจนการเข้าซื้อธุรกิจที่เป็นคู่แข่งสำคัญ

แสดงตัวอย่างกับกรณีบริษัทที่ใช้กลยุทธ์นี้ อย่าง Meta ใช้วิธีการเข้าซื้อกิจการที่กำลังรุ่ง เพื่อป้องกันคู่แข่งและขยายอาณาจักรทางสังคมอย่างรวดเร็ว การเข้าซื้อ Instagram และ WhatsApp ในขณะที่ยังเป็นเพียงสตาร์ทอัพที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้ Meta ได้รับฐานผู้ใช้ที่เป็นคนรุ่นใหม่และเทคโนโลยีการสื่อสารที่ล้ำหน้า ซึ่งกลายเป็นเสาหลักในการทำกำไรของบริษัทมาจนถึงปัจจุบัน

เช่นเดียวกับในประเทศไทย ที่ Central Restaurants Group เข้าลงทุนในบริษัท มิราเคิล แพลนเนท จำกัด (“MP”) ซึ่งประกอบธุรกิจร้านอาหารประเภทสุกี้ และบาร์บีคิว ภายใต้แบรนด์ ลัคกี้สุกี้ (Lucky Suki) และ ลัคกี้บาร์บีคิว (Lucky BBO) ทั้งสิ้นประมาณ 940 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 40 ของจำนวนหุ้นจดทะเบียนทั้งหมดภายหลังการเพิ่มทุน ด้วยเหตุผลที่ว่าธุรกิจร้านสุกี้ในรูปแบบบุฟเฟต์ยังเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพ และมีโอกาสเติบโตในอนาคต

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...