ลูกสาวมีผื่นปริศนากลับมาเป็นซ้ำๆ หมอเอะใจ เรียงตัวสวยเกินไป ถามแม่นิดเดียวรู้เรื่อง!
แม่ต้องรู้! ลูกสาวมี "ผื่นแดงเรียงแถว" บนหน้า ไม่ใช่แมลงกัด แต่หมอชี้เป้าให้รีบทิ้ง "สิ่งนี้"
อุทาหรณ์สำหรับบ้านที่มีเด็กเล็ก เมื่อคุณแม่พาลูกสาวไปหาหมอด้วยอาการผื่นแดงปริศนาบนใบหน้า รักษาเท่าไหร่ก็ไม่หายขาด เข้าใจผิดมาตลอดว่าเป็นเพราะแมลงกัด จนกระทั่งหมอเด็กตาไวสังเกตเห็น "ความผิดปกติ" บางอย่างของรอยผื่น จนนำไปสู่การไขปริศนาและเจอตัวการที่แท้จริง
ผื่นปริศนาที่กลับมาเป็นซ้ำๆ
นพ.สวี จื้อหวง กุมารแพทย์ชาวไต้หวัน ได้แชร์เคสผู้ป่วยเด็กหญิงรายหนึ่งที่มีผื่นแดงขึ้นบนใบหน้า บางครั้งมีตุ่มน้ำใสร่วมด้วย คุณแม่เล่าด้วยความกังวลว่าพาไปหาหมอมาหลายคลินิก ทุกที่ต่างวินิจฉัยว่าเป็น "แมลงกัด" เมื่อทายาก็ดีขึ้น แต่พอหยุดยาก็กลับมาเป็นซ้ำอีกไม่จบสิ้น
หมอเอะใจ "รอยโรค" เรียงตัวสวยเกินไป
หลังจากสังเกตลักษณะแผล คุณหมอก็เริ่มรู้สึกทะแม่งๆ จึงถามคุณแม่กลับไปว่า "คุณแม่ไม่รู้สึกเหรอว่าผื่นมันเรียงตัวเป็นระเบียบเกินไป? น้องมักจะเป็นช่วงเวลาเดิมๆ หรือหลังจากทำอะไรมาหรือเปล่า?"
เมื่อโดนทัก คุณแม่ถึงกับร้องอ๋อและนึกขึ้นได้ว่า "จริงด้วยค่ะ! น้องมักจะมีผื่นขึ้นทุกครั้งหลังจากที่กอดผ้าห่มผืนโปรดผืนนั้น!"
โรคผื่นระคายสัมผัส ภัยเงียบจากของใกล้ตัว
คุณหมอเฉลยว่า อาการนี้แท้จริงแล้วคือ "โรคผื่นระคายสัมผัส" (Contact Dermatitis) ไม่ใช่แมลงกัดแต่อย่างใด จุดสังเกตสำคัญคือ หากผื่นมีการเรียงตัวเป็นรูปร่างที่ชัดเจน เช่น เป็นเส้นตรง หรือเป็นรูปทรงเรขาคณิต ส่วนใหญ่มักเกิดจากการสัมผัสกับวัตถุภายนอก
ภาพประกอบ ไม่ใช่บุคคลในข่าว
นอกจาก "ผ้าห่ม" แล้ว สาเหตุที่พบบ่อยในชีวิตประจำวัน ได้แก่:
- เครื่องประดับ: สร้อยคอ กำไล แหวน โดยเฉพาะที่มีส่วนผสมของโลหะนิกเกิล
- ของใช้ในบ้าน: เสื้อผ้า เครื่องนอน น้ำยาซักผ้า สารเคมีต่างๆ
- ธรรมชาติ: ยางไม้ หรือพืชที่มีพิษ
ทางแก้เดียวคือ "กำจัดต้นตอ"
คุณหมอย้ำว่าโรคนี้แม้ทายาจะช่วยให้หายได้ แต่ถ้ายังกลับไปสัมผัสสิ่งเดิมๆ ผื่นก็จะเห่อขึ้นมาอีกซ้ำซาก วิธีรักษาที่ยั่งยืนที่สุดคือการหลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้แพ้ ดังนั้นคำแนะนำสุดท้ายที่คุณหมอบอกกับคุณแม่รายนี้คือ "คุณแม่ครับ เปลี่ยนผ้าห่มให้น้องใหม่เถอะครับ แล้วน้องจะหายดี"