ชี้ “หุ้น Rare Earth” มูลค่ายังต่ำ-Upside เปิด โอกาสสร้างผลตอบแทนโดดเด่น... ส่วนธีม “AI” พื้นฐานแกร่ง “ไม่ใช่ฟองสบู่” ยังลงทุนได้ !!!
Wealthy Thai
อัพเดต 16 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 29 ธ.ค. 2568 เวลา 09.44 น. • โต๊ะกองทุน Wealthy ThaiFun of Funds: ปีนี้ถือเป็นปีที่ดีของกลุ่ม “แร่โลหะ” ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเงิน หรือทอง
รวมถึง “Rare Earth” ด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นแร่ที่หา (ไม่) ยาก แต่ “สกัดได้ยาก”!!!
โดย “Rare Earth” คือ แร่โลหะกลุ่ม ‘Lanthanides’ รวมทั้ง ‘Scandium’ และ ‘Yttrium’ รวม 17 ชนิด ซึ่งถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในหลากหลายอุตสาหกรรมและเป็นองค์ประกอบของสิ่งต่างๆ ที่พบได้ทั่วไปในชีวิตประจำวันอีกด้วย
ธีมการลงทุนใน “หุ้น Rare Earth” จึงเป็นอีกโอกาสลงทุนที่น่าสนใจ เป็น “ขุมทรัพย์” แห่งโลกการลงทุนยุคใหม่ที่ไม่ควรละเลย
ส่วนธีม “หุ้น AI” ก็ยังแข็งแกร่ง ไปต่อได้และ “ไม่ใช่ฟองสบู่” เพียงแต่ผลตอบแทนอาจไม่ได้ร้อนแรงเช่นในช่วงที่ผ่านมาเท่านั้นเอง
ทำไม? ธีม “Rare Earth” และ “AI” จึงเป็น 2 ธีมที่น่าสนใจนั้น ตามทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthy Thai’ ไปอัปเดตมุมมองจาก “ผู้เชี่ยวชาญ” พร้อมๆ กันได้เลย
5 “ปัจจัย” หนุน “Rare Earth” น่าสนใจ “ไม่ใช่แค่กระแส” แต่ความต้องการแร่ล้นตลาด…เป็น “ขุมทรัพย์” แห่งโลกการลงทุนยุคใหม่
โดย “พจน์ หะริณสุต” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.วรรณ บอกว่า ราคา “แร่หายาก” (Rare Earth) ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากความต้องการด้านพลังงานสะอาดในทุกภูมิภาคของโลก รวมทั้งความพยายามลดการพึ่งพาอุปทานจากจีน โดยในช่วงปี 2023-2025 ราคาแร่หายากเคลื่อนไหวผันผวนและปรับตัวลดลง จากการที่จีนเพิ่มอุปทานแร่หายาก และเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ก่อนที่ราคาจะเริ่มฟื้นตัวกลับขึ้นมาในปีนี้ โดยมี 5 ปัจจัยหนุนที่สำคัญ ได้แก่ 1) High Demand ความต้องการบริโภคเพิ่มขึ้นตาม Megatrend ของโลก เช่น AI, ความมั่นคงและกลาโหม และพลังงานสะอาด 2) Supply Bottleneck อุปทานมีจำกัด ปริมาณสำรองและการผลิตกระจุกตัวเพียงไม่กี่ประเทศ
(พจน์ หะริณสุต)
3) High Barrier to Entry เทคโนโลยีกระบวนการขุดและสกัดมีความซับซ้อน ผู้เล่นรายใหม่แข่งขันได้ยาก และความต้องการในตลาดยังมีอีกมาก 4) อาวุธลับ” ในการต่อรองการค้าระดับโลก ถูกใช้เป็นทรัพยากรเชิงกลยุทธ์เพื่อเพิ่มอำนาจการต่อรองการค้า โดยเฉพาะประเทศที่ได้เปรียบด้านทรัพยากร และเป็นหนึ่งในธีมการลงทุนที่น่าสนใจในปัจจุบัน และ 5) หุ้น Rare Earth มูลค่ายังต่ำ มี Upsides น่าสนใจ โอกาสสร้างผลตอบแทนที่โดดเด่นระยะข้างหน้า
“มูลค่าหุ้น Rare Earth ปัจจุบัน ถือว่าอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าช่วงปี 2016-2017 โดยมีค่า P/E คาดการณ์ใน 12 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ประมาณ 55 เท่า ต่ำกว่าจุดสูงสุดเดิม ที่ 80 เท่า บ่งชี้ว่าราคาหุ้น Rare Earth ยังมี Upsides ค่อนข้างดีในระยะข้างหน้า แนะนำมีติดพอร์ตประมาณ 3-5% เพื่อเพิ่มโอกาสการลงทุนในธีมอุตสาหกรรมที่มีความโดดเด่นเฉพาะตัว
“AI Boom” ไม่ใช่ฟองสบู่…แตกต่างจากยุค “Dotcom Bubble”
อีกธีมที่โลกกำลังตั้งคำถามกันมากก็คือ ธีม “AI” ว่าเป็น “ฟองสบู่” แล้วหรือยัง?
ทางด้าน “คมศร ประกอบผล” หัวหน้าศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ ทิสโก้มองว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตลาดหุ้นทั่วโลกได้รับแรงหนุนจากกระแสเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) จนหลายคนตั้งคำถามว่า เรากำลังเข้าสู่ “ฟองสบู่” แบบยุค Dotcom หรือไม่ ซึ่งข้อเท็จจริงแล้วมี “ความแตกต่างเชิงโครงสร้าง” ระหว่าง 2 ยุค และเหตุผลว่าทำไมการปรับขึ้นของตลาดครั้งนี้มีความยั่งยืนมากกว่าเดิม
1.มูลค่าหุ้นไม่ได้สูงเกินจริงเหมือนอดีต: ในยุค Dotcom ปี 2000 หุ้นผู้นำเทคโนโลยีมีค่า P/E เฉลี่ยสูงถึง 95.6 เท่า ขณะที่ปัจจุบันกลุ่ม Magnificent 7 รวม Microsoft, Apple, Nvidia และ Amazon มีค่าเฉลี่ยเพียง 35.5 เท่า ไม่นับรวม Tesla ที่มีค่า P/E สูงถึง 308.7 เท่า แต่โดยรวมตลาดไม่ได้อยู่ในระดับฟองสบู่แบบเดิม
(คมศร ประกอบผล)
2.IPO Activity ไม่มีความร้อนแรงแบบ FOMO: ปัจจุบันจำนวนและมูลค่า IPO ยังอยู่ในระดับต่ำมากเมื่อเทียบกับปี 1999–2000 ที่มีการระดมทุนอย่างบ้าคลั่ง สะท้อนว่าการปรับขึ้นของตลาดครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากความตื่นตระหนกหรือการเก็งกำไรแบบสุดโต่ง(FOMO: Fear of Missing Out)
3.โครงสร้างเงินทุนแข็งแกร่ง:ยุค Dotcom ใช้เงินทุนจากหนี้สินเป็นหลัก ทำให้ความเสี่ยงสูงเมื่อกระแสเงินสดไม่เป็นไปตามคาด แต่รอบนี้บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่มีงบดุลแข็งแกร่งและใช้เงินสดลงทุน โดยสัดส่วนหนี้ต่อมูลค่าตลาดของ S&P 500 ลดลงต่อเนื่อง แสดงถึงความมั่นคงทางการเงิน
4.สภาพคล่องและเครดิตยังแข็งแรง:Credit Spread อยู่ในระดับต่ำ ไม่มีสัญญาณความตึงเครียดในตลาดตราสารหนี้ ขณะที่ดอกเบี้ยเป็นขาลงและสภาพคล่องยังคงผ่อนคลาย ซึ่งต่างจากช่วงก่อนฟองสบู่แตกในอดีต
5.แนวโน้มกำไรยังหนุนตลาด:EPS ของ S&P500 คาดว่าจะเติบโตในระดับสูงต่อเนื่องใน 2 ปีข้างหน้า หากกำไรยังเป็นขาขึ้น ความเสี่ยงที่ตลาดจะปรับฐานแรงจะต่ำลง
“การปรับขึ้นของตลาดที่ขับเคลื่อนด้วย ‘AI’ แตกต่างจากยุคฟองสบู่ ‘Dotcom’ อย่างชัดเจน ดังนั้น แม้จะมีความผันผวนตามธรรมชาติของตลาด แต่โครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งทำให้รอบนี้มีความยั่งยืนมากกว่าเดิม”
สำหรับใครที่กำลังมองหาโอกาสการลงทุนใน “ธีมอุตสาหกรรม” ที่มีความโดดเด่นเฉพาะตัว รบความเสี่ยงได้สูง เชื่อว่าธีม “หุ้น Rare Earth” ทั่วโลก จะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์การสร้างความมั่งคั่งในระยะยาวได้เป็นอย่างดี อีกธีมที่ยังคงมีโมเมนตัมต่อเนื่องนั่นก็คือ “AI” แม้อาจไม่ได้ให้ผลตอบแทนโดดเด่นเหมือนในช่วงที่ผ่านมาก็ตาม แต่นี่คือธีมที่ขับเคลื่อนโลก “ยุคดิจิทัล” อย่างไม่ต้องสงสัย