‘หุ้นไทย’ วันนี้แนวโน้มแกว่งตัวลง ในกรอบ 1,240-1,260 จุด จับตาธปท.คุมเงินทุนไหลเข้า–ออก
บล.กสิกรไทย คาดการณ์ว่า SET Index วันนี้ แนวโน้มแกว่งตัว sideway Down ในกรอบ 1,240–1,260 จุด ติดตามมาตรการดูแลเงินทุน ไหลเข้า-ออกของธปท. อาจกระทบค่าเงินบาทและกลุ่มส่งออก แนะนำ CPN และ GULF
Theme การลงทุนสัปดาห์นี้
ภาพใหญ่ยังประเมินว่า SET Index เคลื่อนไหวในลักษณะ Sideway Down โดยมีกรอบการซื้อขายที่ 1,250–1,280 จุด ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามคือมาตรการสกัดเงินบาทแข็งค่าของ ธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งล่าสุดมีการออกมาตรการที่เข้มงวดขึ้น โดยสั่งให้ธนาคารพาณิชย์ตรวจสอบธุรกรรมนำเข้าเงินตราต่างประเทศตั้งแต่ 200,000 ดอลลาร์สหรัฐขึ้นไป มีผลทันทีวันที่ 29 ธ.ค. 2025 และเตรียมบังคับใช้อย่างเป็นทางการในช่วงกลางเดือน ม.ค. 2026
หากมีการใช้มาตรการดูแลเงินทุนไหลเข้า–ออกอย่างเข้มข้น อาจกระทบต่อบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงของไทย นอกจากนี้ต้องติดตามการเผยแพร่ บันทึกรายงานการประชุม FOMC (FOMC Minutes) ของ ธนาคารกลางสหรัฐ ในคืนวันอังคาร โดยตลาดจับตาท่าทีต่อแนวโน้มเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยนโยบายปี 2026 อย่างไรก็ดี สัปดาห์นี้ตลาดหุ้นไทยเปิดทำการเพียงวันจันทร์–อังคาร (ปิดทำการวันพุธ–ศุกร์) ทำให้ผลกระทบจาก FOMC Minutes อาจยังไม่สะท้อนชัดในสัปดาห์นี้
แนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้
ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุดที่ 1,259.25 จุด ปรับขึ้น +0.56% จากสัปดาห์ก่อนหน้า หนุนโดยกลุ่มบรรจุภัณฑ์ ปิโตรเคมี ของใช้ส่วนตัว และเวชภัณฑ์
วันนี้ประเมินว่าตลาดแกว่งตัว Sideway ในกรอบ 1,240–1,260 จุด โดยยังต้องติดตามมาตรการดูแลเงินทุนไหลเข้า–ออกของ ธปท. ซึ่งอาจส่งผลต่อค่าเงินบาทและการฟื้นตัวของ GPM กลุ่มส่งออก ในระยะถัดไป
หุ้นแนะนำ: CPN, GULF
ประเด็นสำคัญที่มีผลต่อการลงทุน
- มาตรการสกัดเงินบาทแข็งค่า
ธปท. เตรียมบังคับให้ธนาคารพาณิชย์เข้มงวดตรวจสอบการนำเงินเข้าประเทศตั้งแต่ 200,000 ดอลลาร์ขึ้นไป (มีผล 29 ธ.ค. 2025) และเตรียมกำกับดูแลธุรกรรมทองคำออนไลน์ คาดเริ่มกลาง ม.ค. 2026 โดยยืนยันไม่กระทบผู้ค้าทองรายย่อย มุ่งตรวจสอบผู้ประกอบการรายใหญ่ มองเป็น Sentiment บวกเล็กน้อยต่อกลุ่มส่งออก - ไทย–กัมพูชาหยุดยิงทันที
กัมพูชายืนยันลงนามแถลงการณ์ร่วมกับไทย มีผลตั้งแต่ 27 ธ.ค. ครอบคลุมการหยุดยิง ถอนอาวุธหนัก เก็บกู้ทุ่นระเบิด ปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์ และการบริหารพื้นที่ทับซ้อน มองเป็นบวกต่อ กลุ่มท่องเที่ยว เช่น CENTEL, ERW, SHR - ผ่อนคลายเวลาห้ามขายแอลกอฮอล์ (14.00–17.00 น.) ชั่วคราว 180 วัน
คาดช่วยหนุนยอดขายร้านอาหารที่มีใบอนุญาตเพิ่ม 30–40% จากแรงท่องเที่ยวและการบริโภคเพื่อเฉลิมฉลอง มองเป็นบวกเล็กน้อยต่อ CPALL, CPAXT, BJC (แม้ margin สินค้าแอลกอฮอล์อยู่ระดับต่ำ mid–high single digit) - ขสมก. เดินหน้าโครงการเช่ารถเมล์ไฟฟ้า (EV)
อนุมัติผลประมูลเช่ารถ EV 1,520 คัน วงเงินหลังเจรจา 14,905 ล้านบาท ต่ำกว่าราคากลาง คาดลงนามปลาย ม.ค. 2026 และทยอยส่งมอบภายใน 360 วัน มองเป็นบวกต่อ NEX - ความตึงเครียดด้านพลังงานตะวันออกกลาง
อิหร่านยึดเรือบรรทุกน้ำมันใกล้เกาะเคช์ม อาจเพิ่มความผันผวนราคาน้ำมันในระยะสั้น
Daily Pick
CPN | ราคาเหมาะสม 72.50 บาท
มุมมองเชิงบวกจากโครงสร้างรายได้มั่นคง ธุรกิจเช่าพื้นที่ค้าปลีกสร้างกำไรกว่า 90% ของกำไรทั้งหมด ทำให้กระแสเงินสดแข็งแรง ปี 2026 เป็นจุดเริ่มรอบขยายตัวใหม่ หลังชะลอช่วง 2022–2024 รายได้มีโอกาสเติบโตเลขสองหลัก จากการเปิดศูนย์ใหม่หลายแห่ง พร้อม CFO margin ราว 45% สะท้อนฐานะการเงินแข็งแกร่ง
GULF | ราคาเหมาะสม 61.00 บาท
หุ้น Defensive รายได้ Recurring แข็งแรง คาด Capacity เติบโตเฉลี่ย 7% CAGR (2025–27) แรงหนุนจากการ COD โรงไฟฟ้า Solar Farm 600 MW ตั้งแต่ 4Q25 การนำเข้า LNG ปี 2026 การเพิ่มสัดส่วนลงทุนใน Jackson Power (US) และกำไรจาก ADVANC พร้อมโอกาสลดภาระดอกเบี้ย และ M&A หนุนการเติบโตระยะยาวปี 2026
ปฏิทินตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม
- วันจันทร์
ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมไทย (พ.ย.) คาด +0.5% YoY
Dallas Fed Manufacturing Index (ธ.ค.) คาด -6.0 จุด - วันอังคาร
ตัวเลขส่งออก–นำเข้าไทย (พ.ย.)
รายงานการประชุม FOMC Minutes