โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สหรัฐขัดแย้งเวเนฯ กระทบไทยยังไงบ้าง? พณ.วิเคราะห์ กางแผนรับมือความผันผวน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 06 ม.ค. เวลา 08.13 น. • เผยแพร่ 06 ม.ค. เวลา 07.49 น.

พณ.แนะไทยรับมือลงทุน-ส่งออก ‘เปลี่ยนขั้ว-ไม่เหมือนเดิม’ ผลความขัดแย้งสหรัฐ-เวเนฯ ลามการค้าโลก

เมื่อวันที่ 6 มกราคมนายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เผยถึงการวิเคราะห์กรณีเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2569 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ ได้สั่งปฏิบัติการทางทหารบุกจับกุม ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ในข้อหาอาชญากรรมข้ามชาติ (Narco-terrorism) การปฏิบัติการครั้งนี้มีนัยสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ เนื่องจากเป็นการเข้าควบคุมแหล่งน้ำมันดิบสำรองที่ใหญ่ที่สุดในโลกและตัดวงจรการขยายอิทธิพลของจีนและรัสเซียในภูมิภาคลาตินอเมริกา

เหตุการณ์นี้ส่งผลให้เกิดการแบ่งขั้วอำนาจโลกอย่างชัดเจนระหว่างกลุ่มพันธมิตรตะวันตกที่สนับสนุนสหรัฐ กับกลุ่มพันธมิตรของเวเนซุเอลา (จีน รัสเซีย อิหร่าน) ที่ประณามว่าเป็นการละเมิดอธิปไตย สถานการณ์นี้มีความเสี่ยงสูงที่จะนำไปสู่สงครามตัวแทน (Proxy War) ในภูมิภาคหากมีการตอบโต้ทางทหารหรือเศรษฐกิจ นั้น

วิเคราะห์ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก

1.ทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลก: ราคาน้ำมันไม่พุ่งสูงอย่างมีนัยสำคัญ แม้เวเนซุเอลาจะเป็นประเทศที่มีปริมาณน้ำมันดิบสำรองที่พิสูจน์แล้วมากที่สุดในโลก แต่ปัจจุบันผลิตน้ำมันดิบได้เพียงไม่ถึง 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนน้อยกว่า 1% ของผลผลิตทั่วโลก ขณะที่ตลาดน้ำมันโลกอยู่ในภาวะอุปทานส่วนเกิน ช่วยชดเชยความกังวลเกี่ยวกับการหยุดชะงักของอุปทาน หากสหรัฐเข้าควบคุมแหล่งน้ำมันเวเนซุเอลาและเกิดการขุดเจาะครั้งใหญ่ อุปทานน้ำมันในตลาดโลกจะเพิ่มขึ้น และราคาน้ำมันดิบจะปรับตัวลดลงในระยะกลาง-ยาว

ทั้งนี้ หลังเหตุการณ์ดังกล่าวตลาดน้ำมันในช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 5 มกราคม 2569 ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ลดลง 0.4% มาอยู่ที่ 60.54 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสของสหรัฐ ลดลง 0.5% มาอยู่ที่ 57.04 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

2.ตลาดการเงิน: เหตุการณ์นี้สะท้อนความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นในระบบการเงินโลก โดยเฉพาะจากมุมมองของนักลงทุนที่ประเมินว่าประเทศหรือภูมิภาคต่างๆ อาจเผชิญแรงกดดันจากสหรัฐ นักลงทุนจึงมีแนวโน้มโยกย้ายเงินทุนสู่สินทรัพย์ปลอดภัย เช่น เงินดอลลาร์สหรัฐและทองคำ ส่งผลให้ค่าเงินในตลาดเกิดใหม่ผันผวนและเงินดอลลาร์สหรัฐมีโอกาสแข็งค่าขึ้นในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ในระยะถัดไป ทิศทางค่าเงินดอลลาร์สหรัฐจะขึ้นอยู่กับปัจจัยพื้นฐานอื่นเป็นหลัก เช่น นโยบายการเงิน (การลดดอกเบี้ยของ Fed) หรือนโยบายการคลัง

3.ภูมิรัฐศาสตร์การค้าโลก: การที่สหรัฐ โจมตีและบุกจับตัวผู้นำประเทศอื่นเป็นสัญญาณของนโยบายที่มีแนวโน้มขยายไปสู่ความพยายามควบคุมหรือจัดระเบียบโลกใหม่ ซึ่งอาจรวมถึงการเพิ่มมาตรการกีดกันทางการค้ากับประเทศที่ถูกมองว่าเป็นปรปักษ์ โดยเฉพาะจีน ทั้งการตั้งกำแพงภาษีและการจำกัดการส่งออกเทคโนโลยีขั้นสูง ขณะที่จีนอาจตอบโต้ด้วยการใช้แร่หายาก (Rare Earth) เป็นเครื่องมือ หากสถานการณ์ดำเนินไปในทิศทางนี้ สงครามการค้าและการแบ่งขั้วห่วงโซ่อุปทานโลกจะรุนแรงขึ้น และอาจส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการค้าโลกและการส่งออกของไทย

ผลกระทบต่อประเทศไทย

1.ด้านการค้า: ไทยได้รับผลกระทบทางตรงน้อยมาก เนื่องจากการค้าระหว่างไทย-เวเนซุเอลามีเพียง 55.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ปี 2568) ซึ่งคิดเป็น 0.01% ของการค้ารวม สินค้าส่งออกของไทยไปเวเนซุเอลาส่วนใหญ่เป็นรถยนต์และชิ้นส่วน เครื่องซักผ้า และผลิตภัณฑ์ยาง หากเกิดการชะงักงัน ผู้ส่งออกสามารถปรับเปลี่ยนไปตลาดอื่นในภูมิภาคลาตินอเมริกาได้ ส่วนการนำเข้าก็น่าจะไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากไทยไม่ได้นำเข้าน้ำมันดิบจากเวเนซุเอลา โดยส่วนใหญ่นำเข้าผักผลไม้และของปรุงแต่ง สินแร่โลหะอื่นๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ และเหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์

2.ด้านการเงินและอัตราแลกเปลี่ยน: ในระยะสั้นเงินบาทอาจผันผวนและอ่อนค่าลงตามเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าจากการเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ในระยะถัดไป หากราคาน้ำมันลดลง มูลค่าการนำเข้าของไทยจะลดลง (ไทยนำเข้าน้ำมันปริมาณสูง) ความต้องการเงินดอลลาร์สหรัฐจะลดลง อาจเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้เงินบาทแข็งค่าขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออก

3.ด้านพลังงานและเงินเฟ้อ: สนค. ประเมินว่าราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกจะไม่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และมีแนวโน้มปรับตัวลดลงในระยะกลาง-ยาว หากสหรัฐ เข้าควบคุมแหล่งน้ำมันได้สำเร็จและเพิ่มอุปทานเข้าสู่ตลาดโลก แม้ราคาน้ำมันที่ลดลงจะช่วยลดต้นทุนค่าครองชีพและแรงกดดันเงินเฟ้อโดยรวม แต่จะส่งผลกระทบเชิงลบต่อราคาสินค้าเกษตร เนื่องจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น ยางพาราและพืชพลังงาน มักแปรผันตรงกับราคาน้ำมัน หากน้ำมันปรับตัวลงแรง ราคาสินค้าเกษตรไทยอาจถูกฉุดลงไปด้วย ส่งผลให้รายได้เกษตรกรลดลงและกำลังซื้อฐานรากซบเซา

4.ด้านภูมิรัฐศาสตร์การค้าโลก: บรรยากาศการค้าโลกที่ตึงเครียดและชะลอตัวจากสงครามการค้าที่รุนแรงขึ้นจะส่งผลกระทบเชิงลบต่อการส่งออกของไทย เนื่องจากอุปสงค์ในตลาดโลกหดตัว อย่างไรก็ตาม การที่สหรัฐ มุ่งเป้าจัดการกับขั้วตรงข้ามอาจเร่งให้เกิดการย้ายฐานการผลิตออกจากจีนในลักษณะ Trade Diversion & Relocation มายังอาเซียนเร็วขึ้น ไทยมีโอกาสคว้าเม็ดเงินลงทุนและส่งออกสินค้าทดแทนไปยังสหรัฐ

แนวทางรับมือและโอกาสของไทย

ภาครัฐ: ภาครัฐมีบทบาทสำคัญในการประคองตัวท่ามกลางความขัดแย้ง และคว้าโอกาสจากการจัดระเบียบโลกใหม่ โดยต้องรักษาจุดยืนความเป็นกลางทางภูมิรัฐศาสตร์เพื่อรักษาสมดุลความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มสหรัฐ และกลุ่มพันธมิตรเดิมของเวเนซุเอลา (จีน รัสเซีย) ควบคู่ไปกับการเร่งเจรจาการค้าเชิงรุกและดึงดูดการลงทุน มุ่งเป้าดึงดูดอุตสาหกรรมที่กำลังย้ายฐานออกจากจีน (Relocation) หรือต้องการลดความเสี่ยงจากสงครามการค้ามาตั้งฐานการผลิตในไทย ขณะเดียวกันยังต้องเตรียมพร้อมรับมือความผันผวนด้านราคาพลังงานและสินค้าเกษตร เช่น การเตรียมกลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงให้พร้อมสำหรับความผันผวนระยะสั้น

ภาคเอกชน: ต้องเน้นความคล่องตัว เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนทั้งด้านต้นทุนและตลาด อาทิ การบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน การบริหารความเสี่ยงห่วงโซ่อุปทานและกระจายตลาดส่งออก ไม่ให้พึ่งพาประเทศคู่ขัดแย้งมากเกินไป เพื่อป้องกันการหยุดชะงักหากเกิดมาตรการคว่ำบาตรหรือการปิดเส้นทางขนส่ง นอกจากนี้ควรใช้โอกาสนี้ในการลงทุนด้านพลังงานทางเลือกเพื่อลดต้นทุนระยะยาวและลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาน้ำมันโลก ซึ่งเป็นปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สหรัฐขัดแย้งเวเนฯ กระทบไทยยังไงบ้าง? พณ.วิเคราะห์ กางแผนรับมือความผันผวน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...