CK รอปัจจัยหนุน ลุ้น Double deck ปีหน้า!
หุ้นวิชั่น
อัพเดต 24 พ.ย. 2568 เวลา 10.09 น. • เผยแพร่ 24 พ.ย. 2568 เวลา 03.09 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้นหุ้นวิชั่น - บล.ฟิลลิป ประเมินหุ้น CK โดย 3Q68 กำไร 1,739 ลบ. +72.6%y-y +101.6%q-q โดยหลักมาจากกำไรพิเศษขายเงินลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าหลวงพระบาง 814 ลบ. หากมองกำไรปกติและไม่รวมปันผลจาก TTW ที่ 693 ลบ. ลดลง y-y จากส่วนแบ่งกำไรในหลวงพระบางที่ลดลงจากปีก่อน แต่สูงขึ้น q-q จากเข้าสู่ช่วง high season ของเงินลงทุนใน CKP และรับรู้กำไรจาก BEM เพิ่มขึ้นในส่วนแบ่งกำไร
โดยไตรมาสนี้มีรายได้ก่อสร้างระดับ 1.1 หมื่นลบ. +16.4%y-y +1.8%q-q ทยอยสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยรับรู้รายได้จากงาน M&E เข้ามาเพิ่มขึ้นจากโครงการสายสีส้มตะวันตกและสายสีน้ำเงิน มีรายได้ก่อสร้างสายสีม่วงใต้เร่งตัวขึ้น ขณะที่งานก่อสร้างโรงไฟฟ้าหลวงพระบางยังรับรู้ในระดับดี
มี GPM-ก่อสร้าง 7.9% สูงขึ้น y-y และ q-q จาก Product mix ที่ส่วนใหญ่เป็นงานรถไฟฟ้า ขณะที่งานอาคารซึ่งมี GPM ต่ำกว่าทยอยสิ้นสุดลง ปัจจุบันมี Backlog 1.8 แสนลบ. แม้ช่วงที่เหลือของปีนี้อาจยังไม่เห็นโครงการรัฐฯเข้ามา แต่ CK ยังมี Backlog สะสมอยู่มาก
ส่วนเรื่องหลุมยุบ ค่าใช้จ่ายตั้งพักในสินทรัพย์ยังไม่กระทบ P/L อยู่ระหว่างปรึกษา Audit
แนวโน้ม 4Q68 กำไรปกติชะลอลง q-q แนวโน้ม 4Q68 กำไรสูงขึ้น y-y จากปีก่อนที่เป็นขาดทุน แต่ชะลอตัวลง q-q ไม่มีปันผลจาก TTW, ผ่านพ้นช่วง high season ของ CKP และไม่มีรายการพิเศษ
ส่วนรายได้ก่อสร้างคาดว่าอยู่ระดับ 1.0 หมื่นลบ. GPM-ก่อสร้างระดับ 7.7–7.9% ยังอยู่ในระดับดีจากรถไฟฟ้ายังคงเป็นงานหลัก
คาดหวัง Double deck ในปีหน้า
แนวโน้มสิ้นปีคาดว่ามี Backlog ลดลงอยู่ราว 1.6–1.7 แสนลบ. จากยังไม่เห็นงานภาครัฐฯเพิ่ม โดยงานเป้าหมายของ CK เรามองไปที่โครงการ Double deck มูลค่า 3.5 หมื่นลบ. ที่จะเข้ามาเสริม Backlog ให้กลับมาแตะระดับ 2.0 แสนลบ. ในปีหน้า
และมีงานอื่นๆ อาทิ รถไฟฟ้าสายสีแดง ทางด่วนสายกระทู้–ป่าตอง เป็นต้น และยังมีความเสี่ยงในเรื่องระยะเวลาการเซ็นสัญญางานใหม่ว่าจะเร็วหรือช้าหากคาบเกี่ยวกับช่วงการเปลี่ยนรัฐบาล
ราคาพื้นฐานปี 69 ที่ 18.50 บาท อิงวิธี SOTP
ประเมินราคาโดยอิงวิธี SOTP มีการปรับ Discount เงินลงทุนของ BEM เพิ่มจาก 20% เป็น 30% จากราคาตลาดที่ไม่สอดคล้องกันมากในช่วงนี้ และเพื่อให้ราคาเหมาะสมกับปัจจุบันมากขึ้น แต่ชดเชยไปกับมูลค่าการถือหุ้นของ BEM ที่เพิ่มขึ้นเป็น 41.3% ทำให้ยังคงราคาพื้นฐานและปรับขึ้นไปเป็นปี 69 ที่ 18.50 บาท
สำหรับการลงทุน มองว่ายังไม่มีปัจจัยบวกในด้านอุตสาหกรรมที่จะช่วยผลักดันราคาหุ้นในระยะนี้ ยังสามารถรอลงทุนไปพร้อมกับช่วงที่มีปัจจัยบวกเข้ามาส่งเสริมที่อาจเกิดขึ้นได้ในปีหน้า เช่น ช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง หรือโครงการภาครัฐฯที่จะเข้ามา เป็นต้น
คงคำแนะนำ “ซื้อ”