Star Wars Recap ย้อนความไทม์ไลน์หลักจักรวาลสงครามกาแล็กซีแห่งพลัง
LSA Thailand
อัพเดต 23 พ.ย. 2568 เวลา 22.45 น. • เผยแพร่ 20 พ.ค. 2567 เวลา 06.01 น. • Lifestyle Asia Thailandสำหรับเหล่าแฟน Star Wars เราคงไม่มีคำพูดที่ต้องอธิบายความชื่นชอบต่อภาพยนตร์ซีรีส์ที่มีอายุยืนยาวต่อเนื่องเกือบ 50 ปี ให้สวยหรูได้อย่างไร แต่ถ้าคิดออกอย่างเดียวคือ เปรียบดั่งหนึ่งศาสนาที่คุณต้องมีหลายคำสอน มีหลายนิกาย ขาวดำ ต้องฝึกทักษะสู้กับทั้งเรื่องที่มองไม่เห็น และเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำ จนมีคำแซวแบบไทย ๆ ว่า “ลิเกอวกาศ” นั้นเอง ซึ่งนั้นก็คือจุดเริ่มต้นของชายที่เป็นจุดกำเนิดเรื่องนี้อย่าง จอร์จ ลูคัส (George Lucas) ดังนั้น เราจึงมาทบทวน Star Wars Recap ในภาพยนตร์หลักหรือ Canon ให้แฟน ๆ ได้เตรียมตัวก่อนดูกัน
เชื่อว่าใครหลายคนคงจะงงว่าจะเริ่มจากจุดไหนดีในการเริ่มดู Star Wars เพราะฉะนั้น ถ้าจะให้ง่ายที่สุดเราจึงจะเริ่มต้นจากภาพยนตร์หลักที่ฉายตามปีที่กำหนด จะทำให้ชีวิตคุณง่าย และต่อยอดไปที่ซีรีส์ รวมถึงแอนิเมชันที่แตกย่อยไปอีกมากมายนับไม่ถ้วน เราจะมาเรียงไทม์ไลน์ปีที่ฉายให้คุณได้รับรู้พร้อมเนื้อเรื่องย่อเอาไปต่อยอดให้คุณได้สนุกกับจักรวาลของเหล่าการเมืองสงคราม ความเชื่อ และการแย่งชิงอำนาจ ที่ไม่รู้จักจบสิ้น
ทั้งนี้ ไทม์ไลน์อย่างเป็นทางการเคยได้รับการเปิดเผยในงาน Star Wars Celebration โดยทาง Lucasfilm ได้เปิดเผยชื่ออย่างเป็นทางการของยุค Star Wars เพื่อให้เข้าใจเนื้อหามากยิ่งขึ้น ดังนี้
- Dawn of the Jedi (ไม่ได้ระบุวันที่แน่ชัด)
- The Old Republic (สิ้นสุด ~1000 BBY)
- The High Republic (สิ้นสุด ~100 BBY)
- Fall of the Jedi (The Phantom Menace-Revenge of the Sith)
- Reign of the Empire (Revenge of the Sith-A New Hope)
- Age of Rebellion (A New Hope-Return of the Jedi)
- The New Republic (Return of the Jedi-The Force Awakens)
- Rise of the First Order (The Force Awakens-The Rise of Skywalker)
- New Jedi Order (ภาพยนตร์ของ Rey ที่ยังไม่ได้ตั้งชื่อเรื่อง)
เรื่องราวของ Star Wars ครอบคลุมหลายยุคสมัย โดยมีเหตุการณ์สำคัญต่าง ๆ เช่น การรุ่งเรือง และการล่มสลายของจักรวรรดิกาแลกติก วิวัฒนาการของเจไดและซิธ และการต่อสู้ระหว่างพลังแห่งแสงสว่างและความมืดที่แยกระหว่างภาพยนตร์และซีรีส์ โดยใน Star Wars เวลาถูกอ้างอิงเป็น BBY (Before the Battle of Yavin – ก่อนยุทธการที่ยาวิน) และ ABY (After the Battle of Yavin – หลังยุทธการที่ยาวิน)
ยุทธการที่ยาวินคือตอนไหน? เป็นเหตุการณ์สำคัญใน Star Wars Episode IV: A New Hope โดยนับเป็นปีที่ 0 และเพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น เราจะอ้างอิงจากเนื้อไตรภาคหลักทั้ง 3 เป็นหลัก
- ยุคพรีเควลไตรภาค (32-19 BBY) ซีรีส์ภาพยนตร์ภาคก่อน (ตอนที่ 1-3) เกิดขึ้นระหว่าง 32-19 ปี ก่อนยุทธการที่ยาวิน ที่มีการนำเสนอเหตุการณ์ต่าง ๆ เช่น การค้นพบอนาคิน สกายวอล์คเกอร์ การผงาดขึ้นของจักรวรรดิกาแลกติก และการล่มสลายของนิกายเจได
- ยุคไตรภาคดั้งเดิม (0 BBY-4 ABY) ซีรีส์ภาพยนตร์ดั้งเดิม (ตอนที่ 4-6) ครอบคลุมตั้งแต่ 0 BBY ถึง 4 ABY และติดตามการต่อสู้ของพันธมิตรกบฏกับจักรวรรดิ
- ภาคต่อของยุคไตรภาค (34 ABY ขึ้นไป) ซีรีส์ภาพยนตร์ไตรภาคภาคต่อ (ตอนที่ 7-9) เกี่ยวข้องกับการกำเนิดขึ้นของปฐมภาคี และฮีโร่รุ่นใหม่
“A long time ago in a galaxy far, far away….” แค่คุณเห็นข้อความค่อย ๆ เลื่อนขึ้นไปด้านบนก็ต่อด้วยเรื่องราวย่อ ๆ ในภาคที่คุณกำลังดูอยู่ก็แสดงว่า ความสนุกกำลังรออยู่ เตรียมขึ้นยานอวกาศ Millenium Falcon ไปกับเหล่าผู้แสวงหาแสงสว่างในโลก Star Wars ไปพร้อมกับ Lifestyle Asia Thailand ด้วย Star Wars Recap ภาพยนตร์ในจักรวาลหลัก ดังต่อไปนี้
โปรดระวัง!! อาจมีการเปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของแต่ละภาค แต่ถ้าไม่คิดอะไรมาก ก็เข้าสู่กาแล็กซีอันไกลโพ้นได้เลย
1 /25
Star Wars Episode IV: A New Hope (1977)
เมื่อความหวังใหม่ได้เริ่มต้นขึ้น เมื่อ ลุค สกายวอล์คเกอร์ ในวัยหนุ่มอายุเพียง 19 ปี อาศัยอยู่ที่ดาวทาทูอีนกับป้า และลุงของเขา กาแล็กซีแบ่งออกเป็นสองฝ่าย คือฝั่งจักรวรรดิ (ชั่วร้าย) และพันธมิตรกบฏ (ดี) เจ้าหญิงเลอาเป็นผู้นำกบฏที่พยายามโค่นล้มจักรวรรดิด้วยการไปขโมยพิมพ์ของเดธสตาร์ ซึ่งเป็นยานอวกาศที่ทรงพลังที่จักรวรรดิใช้เพื่อทำลายดาวเคราะห์ทั้งดวงในคราวเดียว
ถึงแม้เลอาจะถูกจับโดยเรือของจักรวรรดิ แต่เธอซ่อนแผนการสำหรับเดธสตาร์ไว้ในหุ่น R2-D2 ซึ่งเข้าควบคุมทาทูอีนพร้อมกับ C-3PO และลุค เขาบังเอิญได้ยินข้อความที่เลอาซ่อนตัวอยู่ใน R2-D2 และออกไปตามหาโอบีวัน เคโนบี ซึ่งตอนนี้อาศัยอยู่บนโลกนี้ภายใต้ชื่อสมมุติ โอบีวันจึงเล่าเรื่อง เจไดและกองทัพให้ลุคฟัง แต่โกหกเกี่ยวกับพ่อของลุค แต่กลับโกหกว่าเขาถูกดาร์ธ เวเดอร์ สังหารจนเสียชีวิตไปแล้ว
ทำให้ ลุคเข้าร่วมการต่อสู้กับกบฏ และเดินทางไปกับโอบีวัน หลังจากร่วมมือกับฮัน โซโลและชิวแบ็กก้า พวกเขาก็ช่วยเลอาจากดาวมรณะได้ ส่วนโอบีวันเสียชีวิตในการดวลกับ ดาร์ธ เวเดอร์ ลุคกลายเป็นนักบินกบฏ และเขาก็สามารถทำลายดาวมรณะได้สำเร็จ
ซึ่งภาคนี้จะเชื่อมโยงกับไตรภาคที่สองอย่าง Star Wars: Episode III Revenge of the Sith ถึง 19 ปีให้หลัง
ทุนสร้าง: 11 ล้านเหรียญสหรัฐ
รายรับ: 775.3 ล้านเหรียญสหรัฐ
นักแสดงนำ: แฮริสัน ฟอร์ด (Harrison Ford) ในบท ฮัน โซโล, มาร์ค ฮามิลล์ (Mark Hamill) ในบท ลุค สกายวอล์กเกอร์, แครี ฟิชเชอร์ (Carrie Fisher) ในบท เลอา สกายวอล์กเกอร์
Photo Credit: Star Wars Official Website
เวลา : 2 ชม. 1 นาที
วันเข้าฉาย : 25 พฤษภาคม 1977
ประเภท : แอคชั่น, ผจญภัย, แฟนตาซี, นิยายวิทยาศาสตร์
ผู้กำกับ : จอร์จ ลูคัส (George Lucas)
2 /25
Star Wars Episode V: The Empire Strikes Back (1980)
Star Wars Episode V: The Empire Strikes Back คือเหตุการณ์ 3 ปีหลังจากA New Hope โดยกองกำลังกบฏ รวมถึงเจ้าหญิงเลอา ฮาน โซโล และลุค สกายวอล์คเกอร์ ได้ย้ายไปยังดาวเคราะห์น้ำแข็งโฮธ แต่กองกำลังของจักรวรรดิติดตามพวกเขา ไล่โจมตี ฮานและเลอาหลบหนีไปในเรือของฮาน ขณะที่ลุคมุ่งหน้าไปยังดาวดาโกบาห์ ซึ่งเป็นดาวเคราะห์ที่ค่อนข้างมีหนองน้ำ มากมาย และที่เขาต้องมาที่แห่งนี้เพราะฟอร์ซ (วิญญาณ) ของโอบีวันบอกเขาจำเป็นต้องมาเพื่อพบกับอาจารย์ โยดา
พอหลังจากพบกับ โยดา เขาก็ได้เรียนรู้วิธีควบคุมพลังของเขา ในขณะเดียวกัน ดาร์ธ เวเดอร์ ก็ส่งนักล่าค่าหัวอย่าง โบบา เฟตต์ (ลูกชายของ จังโก้ เฟตต์) เพื่อติดตาม ฮาน โซโล และ เลอา ซึ่งพวกเขาถูกจับโดยดาร์ธ เวเดอร์ ส่วนฮาน โซโลก็ถูกแช่แข็งอยู่ในบล็อกคาร์บอเนตขนาดใหญ่ และ ลุคปรากฏตัวที่คลาวด์ซิตี้เพื่อพยายามช่วยเพื่อน ๆ และจบลงด้วยกับดักที่เวเดอร์วางไว้ พวกเขาดวลกัน และ เวเดอร์ก็ตัดมือของลุคออก ลุคบอกเวเดอร์ว่าเขาไม่อยากเข้าร่วมกับเขา และเวเดอร์บอกลุคว่าเขาคือพ่อของเขา
นั้นจึงเป็นที่มาของ“I am your father.” ประโยคนี่สำหรับคนที่ได้ดูในยุคนั้นคงจะรู้สึกอึ้งกิมกี่ ว่าลุค สกายวอล์คเกอร์ กับ ดาร์ธ เวเดอร์ จะเป็นพ่อลูกกันจริง ๆ หลังจากลุคเอาชนะเวเดอร์ด้วยการไลท์เซเบอร์ และตัวพ่อก็บอกว่าเราสามารถครองจักรวาลด้วยกันได้ แต่ความเป็นพระเอกก็คงรับไม่ได้อย่างแน่นอน ซึ่งตัดภาพในยุคปัจจุบันกลายเป็นมีมชั้นดีในยุคอินเตอร์เน็ตไปเสียได้
ลุครู้สึกเสียใจมาก แต่ก็คงทำอะไรไม่ได้ไปมากกว่า หลบหนีผ่านปล่องอากาศ และเขาได้รับการช่วยเหลือโดยเลอา และก็ออกเดินทางพร้อมกับแผนการที่จะช่วยเหลือฮานต่อไป
ทุนสร้าง: 18 ล้านเหรียญสหรัฐ
รายรับ: 538.3 ล้านเหรียญสหรัฐ
นักแสดงนำ: แฮริสัน ฟอร์ด (Harrison Ford) ในบท ฮัน โซโล, มาร์ค ฮามิลล์ (Mark Hamill) ในบท ลุค สกายวอล์กเกอร์, แครี ฟิชเชอร์ (Carrie Fisher) ในบท เลอา สกายวอล์กเกอร์, บิลลี ดี วิลเลียมส์ (Billy Dee Williams) ในบทแลนโด คาลริสเซียน
Photo Credit: Star Wars Official Website
เวลา : 2 ชม. 4 นาที
วันเข้าฉาย : 21 พฤษภาคม 1980
ประเภท : แอคชั่น, ผจญภัย, แฟนตาซี, ไลฟ์แอ็กชัน, นิยายวิทยาศาสตร์
ผู้กำกับ : จอร์จ ลูคัส (George Lucas)
3 /25
Star Wars Episode VI: Return of the Jedi (1983)
ภาคจบของไตรภาคแรกสำหรับStar Wars Episode VI: Return of the Jedi ที่เริ่มต้น เมื่อลุคและเลอา เริ่มแผนการช่วยเหลือฮาน โซโลจากมาเฟียกาแล็กซีอย่าง แจบบาเดอะฮัท โดยที่เลอาต้องช่วยฮาน แต่เจ้ากรรม เธอดันกลับถูกจับตัวไปด้วย (และถูกบังคับให้สวมบิกินี่โลหะ ที่หลายคนน่าจะจดจำได้ดี) ฮานและลุคก็ประสบปัญหาเช่นกันต้องดิ้นรนเอาตัวรอดเช่นกัน และเกือบจะถูกเจ้าซาร์ลัคกินเนื้อเป็นอาหารก่อนที่จะหลบหนีไปโดยได้รับความช่วยเหลือจาก R2-D2 หุ่นดรอยด์เพื่อนยาก
หลังจากนั้นเลอาก็ฆ่าแจบบา ก็ได้พบกับฮานและลุค แต่ลุคเองแยกตัวออกจากกลุ่มและกลับไปที่ดาโกบาห์ ซึ่งเขาพบว่าโยดาอาจารย์เก่าของเขาใกล้จะตาย โยดาบอกลุคว่าดาร์ธ เวเดอร์ พ่อของเขาเคยเป็นเจไดที่ ชื่ออนาคิน สกายวอล์คเกอร์ และเลอาเป็นน้องสาวฝาแฝดของเขา ขณะเดียวกัน กองกำลังของจักรวรรดิกำลังทำงานกับเดธสตาร์ดวงใหม่ที่น่ากลัวกว่า ลุคพบเลอาและเล่าเรื่องครอบครัวทั้งหมดให้เธอฟัง และทั้งสองก็ยอมมอบตัวเพื่อที่พวกเขาจะได้เผชิญหน้ากับดาร์ธ เวเดอร์ (หรือที่รู้จักในชื่อพ่อ) ด้วยตนเอง ลุคและเวเดอร์จบลงด้วยการร่วมมือกับจักรพรรดิพัลพาทีน ในขณะที่ฝ่ายกบฏต่อสู้กับกองกำลังของจักรวรรดิ
พัลพาทีนพยายามฆ่าลุคต่อหน้าเวเดอร์ แต่ในทางกลับกัน ดาร์ธ เวเดอร์กลับปฏิเสธที่จะปล่อยให้ลูกชายของเขาตายและเสียสละตัวเองแทน จักรพรรดิก็ไม่รอด ต่อจากนั้นกลุ่มกบฏโค่นดาวมรณะดวงใหม่ได้ และก็จบแบบที่ทุกคนมีความสุข ซึ่งคุณก็รู้ว่ามันช่างยากเหลือเกินในกาแล็กซี Star Wars
ทุนสร้าง: 32.5 ล้านเหรียญสหรัฐ
รายรับ: 475.1 ล้านเหรียญสหรัฐ
นักแสดงนำ: แฮริสัน ฟอร์ด (Harrison Ford) ในบท ฮัน โซโล, มาร์ค ฮามิลล์ (Mark Hamill) ในบท ลุค สกายวอล์กเกอร์, แครี ฟิชเชอร์ (Carrie Fisher) ในบท เลอา สกายวอล์กเกอร์, บิลลี ดี วิลเลียมส์ (Billy Dee Williams) ในบทแลนโด คาลริสเซียน
Photo Credit: Star Wars Official Website
เวลา : 2 ชม. 14 นาที
วันเข้าฉาย : 1 พฤษภาคม 1983
ประเภท : แอคชั่น, ผจญภัย, แฟนตาซี, ไลฟ์แอ็กชัน, นิยายวิทยาศาสตร์, คลาสสิก
ผู้กำกับ : จอร์จ ลูคัส (George Lucas)
4 /25
Star Wars Episode I: The Phantom Menace (1999)
Star Wars Episode I: The Phantom Menace (1999) น่าจะเป็นภาคที่เป็นจุดเริ่มต้นของใครหลายคนในการเข้าสู่วงจรของภาพยนต์ Star Wars ก็ถือเป็นโอกาสที่ดีหลังจากเว้นว่างจากภาค Return of the Jedi ถึง 16 ปี ซึ่ง The Phantom Menace เป็นจุดกำเนิดไตรภาคที่สองที่เป็นเรื่องราวย้อนความเป็นมาของ อนาคิน สกายวอล์คเกอร์ หรือ ดาร์ธ เวเดอร์ นั้นเอง
The Phantom Menace เล่าถึง โอบีวัน เคโนบี เจไดหนุ่มที่กำลังฝึกหัด กับอาจารย์ของเขา ไควกอน จินน์ ที่ให้ความช่วยเหลือควีนอมิดาลา และจาร์ จาร์ บิงส์ จากการโจมตีของซิธผู้ชั่วร้ายบนดาวเคราะห์บ้านเกิดของอมิดาลาอย่าง นาบู
เหล่าลูกเรือทั้งหมดมาตกลงที่ดาวทาทูอีน หลังจากนั้นคือประวัติศาสตร์ตลอดกาล เพราะพวกเขาได้พบกับอนาคิน สกายวอล์คเกอร์ ทาสที่ไม่ได้รับการฝึกฝนอย่างใด แต่กลับมีความไวต่อฟอร์ซอย่างดีเยี่ยม
หลังจากกิจกรรมเพื่อปลดปล่อยสกายวอล์คเกอร์จากการเป็นทาส ซึ่งเป็นฉากขับยานแข่งที่เป็นที่จดจำในภาคนี้ ทั้ง ไควกอน และ โอบีวัน ก็พาเขาไปฝึกเป็นเจได หลังจากกลับมาที่นาบู ไควกอน ก็เสียชีวิตในการต่อสู้กับ ซิธ ดาร์ธ มอล ซึ่งอันที่จริงแล้ว พวกเขาชนะเหล่าซิธ จนได้ดาวนาบูกลับมาในมือแล้ว และวุฒิสมาชิกพัลพาทีนก็ได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีของสาธารณรัฐกาแลกติก หรือมักจะเรียกกันอย่างง่ายว่า สาธารณรัฐ
โอบีวันตัดสินใจท้าทายสภาเจไดและฝึกฝนอนาคิน จนกลายเป็นลูกศิษย์คนสำคัญอีกหนึ่งคน
ทุนสร้าง: 115 ล้านเหรียญสหรัฐ
รายรับ: 1043.2 ล้านเหรียญสหรัฐ
นักแสดงนำ: เลียม นีสัน (Liam Neeson) ในบท ไควกอน จินน์, ยวน แม็คเกรเกอร์ (Ewan McGregor) ในบท โอบีวัน เคโนบี, นาตาลี พอร์ตแมน (Natalie Portman) ในบท ควีนอมิดาลา, เจค ลอยด์ (Jake Lloyd) ในบทอนาคิน สกายวอล์คเกอร์ (วัยเด็ก)
Photo Credit: Star Wars Official Website
เวลา : 2 ชม. 16 นาที
เข้าฉาย : 19 พฤษภาคม 1999
ประเภท : แอคชั่น, ผจญภัย, แฟนตาซี, ไลฟ์แอ็กชัน, นิยายวิทยาศาสตร์
ผู้กำกับ : จอร์จ ลูคัส (George Lucas)
5 /25
Star Wars Episode II: Attack of the Clones (2002)
เหตุการณ์สิบปีหลังจากเหตุการณ์ใน Episode I สำหรับ Star Wars Episode II: Attack of the Clones โดยมีการหยิบเรื่องราวของอนาคิน สกายวอล์คเกอร์ ซึ่งปัจจุบันเป็นเด็กฝึกหัดเจไดวัยรุ่นและมีผมเปียข้างเล็ก ๆ ซึ่งได้รับมอบหมายให้ปกป้องอดีตราชินีแห่งนาบู ส.ว. แพดเม อมิดาลา
มีเรื่องเลวร้ายกำลังก่อตัวขึ้นในกาแล็กซี โดยมีกองทัพโคลนลับ (ทั้งหมดมีพื้นฐานมาจากชายคนเดียว จังโก เฟตต์) ที่สร้างโดย ส.ว. พัลพาทีน เพื่อปกป้องสาธารณรัฐจากกองทัพดรอยด์ขนาดใหญ่ที่รวมตัวกันโดยเคานต์ดูกูและสหพันธ์การค้า
อนาคินและแพดเม ตกหลุมรักกัน (ที่เป็นเรื่องที่ผิดสำหรับเจได) ในขณะที่พวกเขากำลังพยายามช่วยเหลือโอบีวัน ส่วนอนาคินถูกตัดแขนในการต่อสู้กับซิธลอร์ดดูกู (ซึ่งจบลงด้วยการหนีจากโยดา) อนาคินและแพดเมจึงแต่งงานในช่วงท้ายเรื่อง
ทุนสร้าง: 115 ล้านเหรียญสหรัฐ
รายรับ: 653.7 ล้านเหรียญสหรัฐ
นักแสดงนำ: เฮย์เดน คริสเตนเซน (Hayden Christensen) ในบทอนาคิน สกายวอล์คเกอร์, ยวน แม็คเกรเกอร์ (Ewan McGregor) ในบท โอบีวัน เคโนบี, นาตาลี พอร์ตแมน (Natalie Portman) ในบท ควีนอมิดาลา, ซามูเอล แอล. แจ็กสัน (Samuel L. Jackson) ในบท เมซ วินดู, คริสโตเฟอร์ ลี (Christopher Lee) ในบท เคาท์ดูกู
Photo Credit: Star Wars Official Website
ภาพยนตร์และซีรีส์ที่ควรดูเสริมจาก Attack of the Clones แอนิเมชัน Star Wars: The Clone Wars (2008) แอนิเมชัน ซีรีส์ Star Wars: The Clone Wars (2008-2020) เวลา : 2 ชม. 22 นาที
เข้าฉาย : 16 พฤษภาคม 2002
ประเภท : แอคชั่น, ผจญภัย, แฟนตาซี, ไลฟ์แอ็กชัน, นิยายวิทยาศาสตร์
ผู้กำกับ : จอร์จ ลูคัส (George Lucas)
6 /25
Star Wars Episode III: Revenge of the Sith (2005)
เมื่ออนาคินค้นพบพลังที่แท้จริงของด้านมืดใน Star Wars: Episode III – Revenge of the Sith หลังจากหลายปีหลังจากเริ่มสงครามโคลนที่นัวกันหลายปี เหล่าอัศวินเจไดผู้สูงศักดิ์ได้นำกองทัพโคลนขนาดใหญ่เข้าสู่การต่อสู้ทั่วทั้งกาแล็กซีเพื่อต่อสู้กับพวกแบ่งแยกดินแดน เมื่อซิธผู้ชั่วร้ายเปิดเผยแผนการเก่าแก่นับพันปีเพื่อปกครองกาแล็กซี สาธารณรัฐก็ล่มสลาย และจักรวรรดิกาแลกติกที่ชั่วร้ายก็ผงาดขึ้นมา
อนาคิน สกายวอล์คเกอร์ ที่ทุกคนให้ความหวังเป็นฮีโร่เจไดถูกล่อลวงโดยด้านมืดของพลัง จนกลายมาเป็นเด็กฝึกหัดคนใหม่ของจักรพรรดิ นั่นคือ ดาร์ธ เวเดอร์ โดยเริ่มต้นด้วยอนาคินและโอบีวัน ที่ปรึกษาของเขา ช่วยชีวิตนายกรัฐมนตรีพัลพาทีนจากดูกู ในขณะเดียวกัน แพดเมประกาศการตั้งครรภ์ของเธอ (กับลูกแฝด!) แต่อนาคินมักจะมีลางสังหรณ์เกี่ยวกับการตายก่อนวัยอันควรของเธอ
พัลพาทีนคือผู้นำสาธารณรัฐกาแลกติกในช่วงหลายปีนับตั้งแต่ตอนที่ ที่พยายามโน้มน้าวอนาคินไปยังด้านมืดโดยสัญญาว่าจะโกงความตายได้ ส่งผลให้อานาคินตระหนักว่าจริง ๆ แล้วพัลพาทีนคือลอร์ดซิธ อนาคินบอกสภาเจไดถึงสิ่งที่เขารู้ โดยนำปรมาจารย์เจได เมซ วินดู เผชิญหน้ากับพัลพาทีนที่เต็มไปด้วยไลท์เซเบอร์ จนกระทั่งอนาคินเข้ามาขัดขวาง ช่วยพัลพาทีน และเปลี่ยนไปสู่ด้านมืด เมื่อพวกเขาอยู่ทีมเดียวกันอย่างเป็นทางการ พัลพาทีนจึงตั้งชื่อใหม่สุดเก๋ให้อนาคินว่า ดาร์ธ เวเดอร์
สิ่งที่น่าสะเทือนใจมากที่สำหรับภาคนี้ อนาคินสังหารกลุ่มเจไดและเจไดในอนาคต รวมถึงเด็ก ๆ ด้วย เขาและแพดเม ภรรยาที่กำลังตั้งท้องหนักของเขา ต้องเผชิญหน้ากันจนทำให้เขาต้องชกเธอให้ล้มลง เขาและอาจารย์โอบีวันต่อสู้กันใกล้ลาวา และโอบีวันต้องตัดขาของเขาและปล่อยให้เขาถูกไฟไหม้ อย่างไรก็ตาม จริงๆ แล้วเวเดอร์ รอดชีวิตมาได้และได้รับชุดหุ่นยนต์สุดเจ๋ง ซึ่งในตอนแรกเขาใช้เพื่อดูการก่อสร้างโดยตรงของจักรพรรดิพัลพาทีนแห่งดาวมรณะดวงแรก แพดเม่เสียชีวิตในเวลาต่อมาหลังให้กำเนิดลูกแฝด ลุค และเลอา สกายวอล์คเกอร์ ซึ่งถูกแยกจากกัน และถูกส่งมาเติบโตห่างไกลกันเพื่อความปลอดภัยของพวกเขาเอง
บทสรุปคือ อัศวินเจไดถูกทำลายล้าง ขณะที่โอบีวัน เคโนบีและปรมาจารย์เจไดโยดาถูกบังคับให้ซ่อนตัว
ทุนสร้าง: 113 ล้านเหรียญสหรัฐ
รายรับ: 868.3 ล้านเหรียญสหรัฐ
นักแสดงนำ: เฮย์เดน คริสเตนเซน (Hayden Christensen) ในบทอนาคิน สกายวอล์คเกอร์, ยวน แม็คเกรเกอร์ (Ewan McGregor) ในบท โอบีวัน เคโนบี, นาตาลี พอร์ตแมน (Natalie Portman) ในบท ควีนอมิดาลา, ซามูเอล แอล. แจ็กสัน (Samuel L. Jackson) ในบท เมซ วินดู,
Photo Credit: Star Wars Official Website
เวลา : 2 ชม. 20 นาที
เข้าฉาย : 19 พฤษภาคม 2005
ประเภท : แอคชั่น, ผจญภัย, แฟนตาซี, ไลฟ์แอ็กชัน, นิยายวิทยาศาสตร์
ผู้กำกับ : จอร์จ ลูคัส (George Lucas)
7 /25
Star Wars: The Clone Wars (2008)
แอนิเมชัน Star Wars: The Clone Wars เป็นเนื้อหาเจไดและเหล่ากองทัพโคลนปะทะผู้แบ่งแยกดินแดนของสาธารณรัฐ ที่นำโดยอัศวินเจได เช่น อนาคิน สกายวอล์คเกอร์ และโอบี-วัน เคโนบี พร้อมด้วยกองทัพทหารโคลนของพวกเขา ต่อสู้กับกองทัพดรอยด์ของกลุ่มแบ่งแยกดินแดนที่นำโดยเคานต์ ดูกู
นับการเปิดตัวครั้งแรกของตัวละคร อาโซกา ทาโน ผู้เป็น พาดาวัน (Padawan) หรือลูกศิษย์ของอนาคิน ที่มีนิสัยหุนหันพลันแล่นที่คอยช่วยเหลือบนดาวทาทูอิน โดยภารกิจหลักของพวกเขาคือการช่วยเหลือลูกชายที่ถูกลักพาตัวของแจบบาเดอะฮัททำให้พวกเขาขัดแย้งกับฮัทแคลนของเหล่าพวกอันธพาลอวกาศ
โดยแผนการของดูกูพร้อมด้วยมือสังหารของเขา อาซัจ เวนเทรส วางแผนเพื่อให้แน่ใจว่าภารกิจของเจไดจะล้มเหลว ส่วนอีกฝั่งเล่นสงครามสองแนวหน้า ขณะที่อนาคินและอาโซกาจัดการกับแจบบา ทาง โอบีวัน เคโนบี และโยดาเป็นผู้นำกองทัพโคลนในการสู้รบครั้งสำคัญกับกลุ่มแบ่งแยกดินแดนอีกครั้ง
ทุนสร้าง: 14.6 ล้านเหรียญสหรัฐ
รายรับ: 68.2 ล้านเหรียญสหรัฐ
นักแสดงนำ: แมตต์ แลนเตอร์ (Matt Lanter) ผู้ให้เสียงอนาคิน สกายวอล์คเกอร์, แอชลีย์ เอคสเตน (Ashley Eckstein) ผู้ให้เสียง อาโซกา ทาโน
Photo Credit: IMDB
ภาพยนตร์และซีรีส์ที่ควรดูเสริมจาก Star Wars: The Clone Wars ภาพยนตร์ Star Wars Episode II: Attack of the Clones (2002) เวลา : 1 ชม. 38 นาที
เข้าฉาย : 10 สิงหาคม 2008
ประเภท : แอคชั่น, ผจญภัย, แฟนตาซี, แอนิเมชัน
ผู้กำกับ : เดฟ ฟิโลนี (Dave Filoni)
8 /25
Star Wars: The Clone Wars (2008-2020)
Star Wars: The Clone Wars แอนิเมชันฉบับที่ฉายทางทีวีที่ดำดิ่งลึกลงไปในเหตุการณ์ต่าง ๆ ของสงครามโคลน ซึ่งครอบคลุมหลายซีซั่นและหลายปี ที่มีการพูดถึงสงครามโคลนที่มีการต่อสู้ข้ามดาวเคราะห์ต่าง ๆ โดยตัวอนาคิน สกายวอล์คเกอร์ และโอบีวัน เคโนบี ยังคงเป็นศูนย์กลาง แสดงให้เห็นการเติบโตของพวกเขาในฐานะอัศวินเจได และผู้นำที่ไม่ได้เล่าในภาพยนตร์ได้หมด
อีกทั้งคุณจะได้เห็นตัวละคร อาโซกา ทาโน ที่มีบทบาทสำคัญ ซึ่งเราจะเห็นเธอก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งเจได เผชิญกับการทดลอง และเติบโตในฐานะตัวละครพิเศษที่ใครหลายคนจะหลงรัก รวมถึงการเจาะลึกชีวิตของทหารโคลน โดยนำเสนอพวกเขาในฐานะปัจเจกบุคคลที่มีความผูกพันและเรื่องราวเป็นของตัวเอง ไม่ใช่แค่ทหารผู้เสียสละจากการทดลอง และพูดถึงการต่อสู้ดิ้นรนของพลเรือน อุบายทางการเมือง และการผงาดขึ้นมาของเหล่าแมนดาลอร์
และก่อนที่คุณจะได้เห็นเหตุการณ์ต่าง ที่เกิดขึ้น Star Wars: Episode III – Revenge of the Sith แอนิเมชันเรื่องนี้ ได้บอกเป็นนัยถึงรอยร้าวที่เกิดขึ้นในสาธารณรัฐและความอ่อนแอของอนาคินต่อด้านมืดนั้นเอง
นักแสดงนำ: แมตต์ แลนเตอร์ (Matt Lanter) ผู้ให้เสียงอนาคิน สกายวอล์คเกอร์, แอชลีย์ เอคสเตน (Ashley Eckstein) ผู้ให้เสียง อาโซกา ทาโน
Photo Credit: IMDB
ภาพยนตร์และซีรีส์ที่ควรดูเสริมจาก Star Wars: The Clone Wars ภาพยนตร์ Star Wars Episode II: Attack of the Clones (2002) ภาพยนตร์ Star Wars Episode III: Revenge of the Sith (2005) เวลา : 19–26 นาที ต่อหนึ่งตอน
จำนวนซีซั่นและตอน : 7 ซีซั่น และ 133 ตอน
เข้าฉาย : 3 ตุลาคม 2008 - 4 พฤษภาคม 2020
ประเภท : แอคชั่น, ผจญภัย, แฟนตาซี, แอนิเมชัน
ผู้กำกับ : เดฟ ฟิโลนี (Dave Filoni)
9 /25
Star Wars Rebels (2014-2018)
Star Wars Rebels แอนิเมชันแบบ 3 มิติ ที่พูดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นสิบสี่ปีหลังจากการล่มสลายของเจไดและการผงาดขึ้นของจักรวรรดิ ที่พูดถึง A Rebellion Emerges หรือกลุ่มกบฏที่เรียกว่า Spectres นำโดย คานัน จาร์รัส อดีตพาดาวันเจไดที่ต้องต่อสู้กับการกดขี่ของจักรวรรดิบนโลธาล และมีศูนย์กลางอยู่ที่ เอซรา บริดเจอร์ เด็กกำพร้าตัวน้อยของโลธาล ที่บังเอิญไปพบกับ Specters และถูกพบความสามารถไวในการใช้พละกำลัง ซึ่งคานันพาเขาไปอยู่ใต้ปีกของเขา ฝึกฝนเขาอย่างลับๆ ตามแนวทางของเจได
แนวทางการต่อสู้กับจักรวรรดิของ Specters นั้นคือทำการโจมตีแบบซุ่มโจมตี ช่วยเหลือผู้บริสุทธิ์ ขโมยเสบียง และขัดขวางการปฏิบัติการของจักรวรรดิ อีกทั้ง ซีรีส์นี้ยังสำรวจซากที่เหลือของนิกายเจได โดยมีตัวละครอย่าง อาโซกา อดีตเจไดปาดาวันปรากฏตัวเข้ามาด้วย มากกว่านั้น ตัวซีรีส์ยังวางรากฐานสำหรับเหตุการณ์ A New Hope โดยนำเสนอการต่อสู้ในช่วงแรก ๆ ของการกบฏ และวีรบุรุษที่จุดประกายการต่อสู้เพื่ออิสรภาพ
นักแสดงนำ: เทย์เลอร์ เกรย์ (Taylor Gray) ผู้ให้เสียงเอซรา บริดเจอร์, วาเนสซา มาร์แชล (Vanessa Marshall) ผู้ให้เสียง เฮรา ซินดุลลา, เฟรดดี พรินซ์ จูเนียร์ (Freddie Prinze Jr.) ผู้ให้เสียง คานัน จาร์รัส
Photo Credit: IMDB
ภาพยนตร์และซีรีส์ที่ควรดูเสริมจาก Star Wars Rebels ภาพยนตร์ Star Wars Episode IV: A New Hope (1977) ภาพยนตร์ Rogue One: A Star Wars Story (2016) ซีรีส์ Andor (2022) เวลา : 22 นาที ต่อหนึ่งตอน
จำนวนซีซั่นและตอน : 4 ซีซั่น และ 75 ตอน
เข้าฉาย : 3 ตุลาคม 2014 – 5 มีนาคม 2018
ประเภท : แอคชั่น, ผจญภัย, แฟนตาซี, แอนิเมชัน 3 มิติ
ผู้กำกับ : ไซมอน คินเบิร์ก (Simon Kinberg), แคร์รี เบ็ค (Carrie Beck), เดฟ ฟิโลนี (Dave Filoni)
10 /25
Star Wars Episode VII: The Force Awakens (2015)
Star Wars Episode VII: The Force Awakens เป็นภาคหลังจากที่ Disney ได้ซื้อทั้งเนื้อหาและเรื่องราวของเจ้าพ่อ Star Wars อย่าง จอร์จ ลูคัส (George Lucas) มาเป็นของตัวเองทั้งหมด แล้วทำการสร้างภาคต่อจากยุคไตรภาคแรก และไตรภาคที่สอง ซึ่งก็ทำให้แฟนพันธุ์แท้ก็คงตื่นเต้นไม่น้อยสำหรับไตรภาคที่สาม และเนื้อหาอีกมากมายที่จะตามมาที่ได้ประกาศในช่วงเวลานั้น
Star Wars Episode VII: The Force Awakens เป็นเรื่องราวหลายทศวรรษหลังจากการล่มสลายของจักรวรรดิที่ต้องเผชิญกับภัยคุกคามครั้งใหม่อย่าง ปฐมภาคีผู้ชั่วร้าย (The First Order) ผู้สืบทอดต่อจักรวรรดิ ที่ปรากฏตัวภายใต้การนำของไคโล เรน นักรบแห่งความมืดผู้หมกมุ่นอยู่กับดาร์ธ เวเดอร์ จนเข้าสู่ด้านมืดอย่างสมบูรณ์ ภายใต้การดูแลของบุคคลลึกลับที่รู้จักกันในชื่อ “สโนค”
ทางด้านอีกฟากฝั่งอย่าง ขบวนการฝ่ายต่อต้าน (The Resistance) ที่นำโดยนายพล เลอา ออกานา ที่กำลังตามหาลุค สกายวอล์คเกอร์ อัศวินเจไดคนสุดท้ายที่หายตัวไป และการกล่าวถึงตัวละครตัวใหม่อย่าง เรย์ หญิงสาวที่รอดชีวิตจากการเป็นคนเก็บขยะบนดาวเคราะห์ทะเลทราย และติดอยู่กับการต่อสู้ของกลุ่มต่อต้าน รวมถึง ฟินน์ สตอร์มทรูปเปอร์ผู้แปรพักตร์จากปฐมภาคีผู้ชั่วร้าย เข้าร่วมกองกำลังกับเรย์
และสิ่งที่น่าตื่นเต้นสำหรับภาคนี้ การกลับมาของฮัน โซโลและชิวแบ็กกา ตำนานนักค้าของเถื่อน ที่ถูกดึงกลับเข้าสู่การต่อสู้เพื่อกลุ่มต่อต้าน ส่วนฝั่ง The First Order เปิดตัวอาวุธทำลายล้างดาวเคราะห์ที่เรียกว่า Starkiller Base และคุณจะได้เห็น เรย์มีพลังฟอร์ซ พร้อมเผชิญหน้ากับไคโล เรน กับฉากดวลไลท์เซเบอร์อีกครั้ง โดยที่ภาพยนตร์จบลงด้วยข้อความแห่งความหวังเมื่อเรย์พบลุค สกายวอล์คเกอร์บนดาวเคราะห์อันห่างไกล
ทุนสร้าง: 245 ล้านเหรียญสหรัฐ
รายรับ: 2071.3 ล้านเหรียญสหรัฐ
นักแสดงนำ: เดซี ริดลีย์ (Daisy Ridley) ในบทเรย์, จอห์น โบเยกา (John Boyega) ในบท ฟินน์, ออสการ์ ไอแซค (Oscar Isaac) ในบท โพ ดาเมรอน
Photo Credit: Star Wars Official Website
เวลา : 2 ชม. 16 นาที
เข้าฉาย : 18 ธันวาคม 2015
ประเภท : แอ็กชั่นผจญภัย, นิยายวิทยาศาสตร์
ผู้กำกับ : เจ.เจ. เอบรามส์ (J.J. Abrams)
11 /25
Rogue One: A Star Wars Story (2016)
ความน่าเศร้าของภาค Rogue One: A Star Wars Story ซึ่งเป็นภาคมีเนื้อหาก่อนภาพยนตร์ Star Wars ต้นฉบับ เราก็อยู่แล้วเหล่ากลุ่มต่อต้านจะไม่มีใครรอดสักคน แต่ถึงกระนั้นเราก็ยังอยากรู้ว่า ก่อนที่เกิดเหตุการณ์ เดธสตาร์ จะระเบิดพวกเขาเริ่มต้นกันอย่างไร
จากเหตุการณ์ที่พันธมิตรกบฏได้เรียนรู้เกี่ยวกับอาวุธขั้นสูงสุดของจักรวรรดิ นั่นคือเดธสตาร์ ซึ่งเป็นสถานีอวกาศที่สามารถทำลายดาวเคราะห์ทั้งดวงได้ จึงทำให้ จิน เออร์โซ หญิงสาวอดีตกบฏที่ถูกดึงเข้าสู่การต่อสู้เมื่อจักรวรรดิพยายามใช้พ่อที่เป็นนักวิทยาศาสตร์ของเธอเพื่อสร้างเดธสตาร์ให้สำเร็จ
โดยมีภารกิจที่ทุกคนรู้ว่าปลายทางจะจบอย่างไร โดยจินได้รับคัดเลือกจากกลุ่มกบฏให้ขโมยแผนของเดธสตาร์พร้อมด้วยกัปตัน แคสเซียน อันดอร์ ทักษะสูง, อิมพีเรียลดรอยด์ K-2SO ที่ได้รับการโปรแกรมใหม่, ชีร์รุต อิมเว ผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุระเบิด และ บาซ มัลบัส ผู้นำทางจิตวิญญาณ และ โพธิ รุก นักบินหัวร้อน
เหล่ากลุ่มกบฏเริ่มต้นการแทรกซึมอย่างกล้าหาญในฐานทัพจักรวรรดิที่ได้รับการคุ้มกันอย่างแน่นหนาบนสคารีฟ ซึ่งเป็นที่อยู่ของเดธสตาร์ และแม้จะต้องเผชิญกับอุปสรรคมากมาย แต่ทีมงาน Rogue One ก็สามารถถ่ายทอดแผนเดธสตาร์ไปยังกองเรือกบฏได้ ซึ่งเผยให้เห็นจุดอ่อนที่สำคัญที่ทำให้พันธมิตรสามารถเปิดการโจมตีขั้นเด็ดขาด ที่เราได้เห็นในภาพยนตร์ Star Wars Episode IV: A New Hope
ทุนสร้าง: 200 ล้านเหรียญสหรัฐ
รายรับ: 1058.6 ล้านเหรียญสหรัฐ
นักแสดงนำ: เฟลิซิตี โจนส์ (Felicity Jones) ในบทจิน เออร์โซ, ดีเอโก ลูนา (Diego Luna) ในบท แคสเซียน อันดอร์, ดอนนี เยน (Donnie Yen) ในบท ชีร์รุต อิมเว, แมดส์ มิคเคลเซ่น (Mads Mikkelsen) ในบท กาเลน เออร์โซ
Photo Credit: Star Wars Official Website
ภาพยนตร์และซีรีส์ที่ควรดูเสริมจาก Rogue One: A Star Wars Story ภาพยนตร์ Star Wars Episode IV: A New Hope (1977) ซีรีส์ Andor (2022) เวลา : 2 ชม. 14 นาที
เข้าฉาย : 16 ธันวาคม 2016
ประเภท : แอ็กชั่นผจญภัย, นิยายวิทยาศาสตร์
ผู้กำกับ : แกเร็ธ เอ็ดเวิร์ดส์ (Gareth Edwards)
12 /25
Star Wars Forces of Destiny (2017-2018)
Star Wars Forces of Destiny แอนิเมชัน 2D ที่นำเสนอเรื่องราวหลายตัวละคร ที่เน้นไปที่ฮีโร่พลังหญิงในจักรวาล Star Wars โดยตลอดทั้ง 2 ซีซั่น ซีรีส์นี้จะสำรวจช่วงเวลาต่าง ๆ ที่มีตัวละครอย่าง เรย์, เลอา, อาโซกา ทาโน, แพดเม อมิดาลา และซาบีน เร็น โดยเป็นเรื่องราวที่ครอบคลุมไทม์ไลน์ของ Star Wars ทั้งหมด โดยนำเสนอให้เห็นถึงความกล้าหาญ ความยืดหยุ่น และมิตรภาพที่พวกเขาสร้างขึ้น
โครงเรื่องหลวม ๆ แต่เนื้อหา Canon อย่างแน่นอน เพราะคุณจะเห็นวีรสตรีเหล่านี้ในสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยแอ็คชั่น เช่น เลอา และซาบีนเอาชนะศัตรูอย่างชาญฉลาด อาโซกาเรียนรู้บทเรียนอันมีค่าในฐานะพาดาวัน หรือความเมตตาของเรย์ที่สร้างความแตกต่างในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
นับเป็นแอนิเมชัน ที่เป็นการเฉลิมฉลองของสตรีผู้แข็งแกร่งในจักรวาลอันไกลโพ้นเสียจริง ๆ
นักแสดงนำ: แอชลีย์ เอคสเตน (Ashley Eckstein) ผู้ให้เสียง อาโซกา ทาโน, โอลิเวีย แฮก (Olivia Hack) ผู้ให้เสียง ไครา, วาเนสซา มาร์เชลล์ (Vanessa Marshall) ผู้ให้เสียง เฮรา ซินดุลลา
Photo Credit: IMDB
เวลา : 2-3 นาทีต่อตอน
จำนวนซีซั่นและตอน : 2 ซีซั่น และ 32 ตอน
เข้าฉาย : 3 กรกฎาคม 2017 – 25 พฤษภาคม 2018
ประเภท : นิยายวิทยาศาสตร์, การผจญภัย, แอนิเมชัน 2D
ผู้กำกับ : แบรด เรา (Brad Rau)
13 /25
Star Wars Episode VIII: The Last Jedi (2017)
Star Wars ตอนที่ VIII: The Last Jedi ที่ดำเนินเรื่องต่อทันทีจาก The Force Awakens โดยเริ่มต้นจากที่ เรย์ซึ่งได้รับพลังจากความเชื่อมโยงของเธอกับกองทัพ เดินทางไปยังดาวเคราะห์อันห่างไกลเพื่อตามหาลุค สกายวอล์คเกอร์ และโน้มน้าวให้เขาเข้าร่วมการต่อสู้กับปฐมภาคีอีกครั้ง ซึ่งตัวลุคเองก็ไม่ได้แยแสกับนิกายเจไดมากนัก และเขาเองก็ลังเลที่จะฝึกเรย์เสียด้วยซ้ำในตอนแรก แต่พอฝึกฝนไปเรื่อย ๆ ของเรย์กับลุคนำไปสู่การค้นพบที่ไม่คาดคิด และไคโล เรนเปิดเผยเรื่องราวในอดีตของเธอที่น่าตกตะลึง
ขณะเดียวกัน การผงาดขึ้นของ ไคโล เรน ผู้นำสูงสุดแห่งปฐมภาคีต้องต่อสู้กับด้านมืดและการด้านสว่าง ส่วนอีกด้านที่นายพลเลอา ออร์กานาเป็นผู้นำฝ่ายต่อต้านในขณะที่พวกเขาพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะหลบหนีการไล่ล่าอย่างไม่หยุดยั้งของปฐมภาคี ซึ่งการต่อสู้นี้บังคับให้หลายคนต้องเสียสละชีวิตในศึกครั้งนี้
เหตุการณ์ในภาคนี้มีความตายเกิดขึ้นมากมายทั้ง ลุค สกายวอล์คเกอร์ที่ยอมเสียสละตัวเองกลายเป็นหนึ่งเดียวกับพลัง เพื่อช่วยกอบกู้กลุ่มต่อต้านซึ่งกำลังถูกโจมตีโดยกองกำลังปฐมภาคี และ การฆ่า สโนค ของ ไคโล เรน โดยขอให้ เรย์ ปกครองอาณาจักรร่วมกับเขา โดยพูดว่า “ถึงเวลาปล่อยให้สิ่งเก่า ๆ ตายไปซะเถอะ” ซึ่งช่วงเวลานั้น ใครพอจะจำได้ มีการถกเถียงทฤษฎีแฟน ๆ นับไม่ถ้วนเกี่ยวกับเชื้อสายของเธอว่าเป็นใครกันแน่
ทุนสร้าง: 317 ล้านเหรียญสหรัฐ
รายรับ: 1334.4 ล้านเหรียญสหรัฐ
นักแสดงนำ: เดซี ริดลีย์ (Daisy Ridley) ในบทเรย์, จอห์น โบเยกา (John Boyega) ในบท ฟินน์, ออสการ์ ไอแซค (Oscar Isaac) ในบท โพ ดาเมรอน, มาร์ค ฮามิลล์ (Mark Hamill) ในบท ลุค สกายวอล์คเกอร์, แครี ฟิชเชอร์ (Carrie Fisher) ในบท เลอา ออกานา, อดัม ไดร์เวอร์ (Adam Driver) ในบท ไคโล เรน
Photo Credit: Star Wars Official Website
เวลา : 2 ชม. 32 นาที
เข้าฉาย : 13 ธันวาคม 2017
ประเภท : แอ็กชั่นผจญภัย, นิยายวิทยาศาสตร์
ผู้กำกับ : ไรอัน จอห์นสัน (Rian Johnson)
14 /25
Solo: A Star Wars Story (2018)
Solo: A Star Wars Story เป็นภาพยนตร์ที่พาเราไปดูฮาน โซโล ในวัยหนุ่มกับการผจญภัยของเขาก่อนที่จะเข้าร่วมกลุ่มกบฏ ซึ่งฮาน และ คีรา แฟนสาวของเขาใฝ่ฝันที่จะหลบหนีจากชีวิตอันโหดร้ายบนโลกอุตสาหกรรมโคเรลเลียเพื่อเข้าร่วมฉากลักลอบขนของข้ามจักรวาล แต่ก็น่าเสียดายที่การหลบหนีของพวกเขาทำไม่สำเร็จ คีราก็ถูกจับตัวไป แล้วฮานกลายเป็นหนี้บุญคุณดรายเดน วอส อันธพาลผู้โหดเหี้ยม
เพื่อหาอิสรภาพ ฮาน จึงเข้าร่วมกลุ่มนักลักลอบขนของเถื่อนที่นำโดย โทเบียส เบ็คเก็ตต์ ระหว่างทางเขาได้พบกับชิวแบ็กก้า นักรบ Wookiee ที่กลายมาเป็นเพื่อนที่ภักดีของเขาอย่างที่เราจดจำในได้ไตรภาคแรกของ Star Wars โดนภารกิจของพวกเขาเกี่ยวข้องกับการขโมยเชื้อเพลิงไฮเปอร์ฟิวเอลอันมีค่าที่เรียกว่า โคแอกเซียม จากเหมืองเครื่องเทศอันตรายแห่ง เคสเซล เพราะพวกเขาต้องการเรือเร็วเพื่อหลบหนี
ฮานจึงได้พบกับนักพนันอย่าง แลนโด คาลริสเซียน ซึ่งเป็นเจ้ายาน คือมิลเลนเนียม ฟอลคอน อันโด่งดัง ต่อจากนั้นภารกิจถึงจะยาก แต่ด้วยทักษะอันชาญฉลาดและการขับเครื่องบิน ฮานเอาชนะศัตรูได้ ยึดโคแอกเซียม และหลบหนีไปพร้อมกับชิวแบ็กกา พร้อมกับมิลเลนเนียม ฟอลคอน เขาอาจไม่พบ คีรา แต่เขาก็วางเส้นทางเข้าสู่การลักลอบขนของเถื่อนที่เรารู้จักจากภาพยนตร์ Star Wars ต้นฉบับนั้นเอง
ทุนสร้าง: 275 ล้านเหรียญสหรัฐ
รายรับ: 392.9 ล้านเหรียญสหรัฐ
นักแสดงนำ: อัลเดน เอห์เรนไรช์ (Alden Ehrenreich) ในบทโซโล, วูดดี ฮาร์เรลสัน (Woody Harrelson) ในบท เบ็คเก็ตต์, เอมิเลีย คลาร์ก (Emilia Clarke) ในบท คีรา
Photo Credit: Star Wars Official Website
เวลา : 2 ชม. 15 นาที
เข้าฉาย : 23 พฤษภาคม 2018
ประเภท : แอ็กชั่นผจญภัย, อาชญากรรม, นิยายวิทยาศาสตร์
ผู้กำกับ : รอน ฮาวเวิร์ด (Ron Howard)
15 /25
Star Wars Resistance (2018-2020)
Star Wars Resistance เป็นแอนิเมชัน 3 มิติที่พูดถึงกลุ่มคนที่อยู่ขบวนการฝ่ายต่อต้านอย่าง คาซึดะ ซิโอโนะ นักบินผู้ไร้ประสบการณ์ที่ได้รับคัดเลือกจากฝ่ายต่อต้านให้มาเป็นสายลับ แม้เขาจะไม่ใช่สายลับทั่วไป แต่เขาก็กระตือรือร้นที่จะพิสูจน์ตัวเอง โดยที่ฝ่ายต่อต้านสงสัยว่ากองกำลังปฐมภาคีซึ่งเป็นระบอบการปกครองที่กดขี่นั้นไร้ประโยชน์ โดยภารกิจของแคซคือการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมของพวกเขาขณะปลอมตัวอยู่บนโคลอสซัส
เมื่อเมื่อซีรีส์ดำเนินไปเรื่อย ๆ การปรากฏตัวของฝั่งเฟิร์สออเดอร์ก็โดดเด่นมากขึ้น แคซและลูกทีมเผชิญหน้ากับนักล่าเงินรางวัลผู้โหดเหี้ยม สายลับเจ้าเล่ห์ และแม้แต่สตอร์มทรูปเปอร์ ด้วยประสบการณ์ของเขา คาซเติบโตและเรียนรู้ถึงความสำคัญของการทำงานเป็นทีมและการเสียสละ แม้ว่าเขาจะไม่ใช่สายลับที่สมบูรณ์แบบ แต่ก็พิสูจน์ตัวเองว่าเป็นทรัพย์สินอันมีค่าของกลุ่มต่อต้านจนถึงที่สุด
ซีรีส์นี้ไม่ได้เป็นเพียงการสอดแนมเท่านั้น เรายังได้เห็นมุมอื่น ๆ เช่น การแข่งขันในอวกาศอันน่าตื่นเต้น การช่วยเหลือสุดท้าทาย และแม้แต่การได้สัมผัสชีวิตของประชาชนธรรมดา ๆ ที่ติดอยู่ในการต่อสู้ระหว่างฝ่ายต่อต้านและปฐมภาคี
นักแสดงนำ: คริสโตเฟอร์ ฌอน (Christopher Sean) ผู้ให้เสียง คาซึดะ ซิโอโนะ, จอช เบรเนอร์ (Josh Brener) ผู้ให้เสียง นีกู โวโซ, สกอตต์ ลอว์เรนซ์ (Scott Lawrence) ผู้ให้เสียง ยาเร็ก เยเกอร์
Photo Credit: IMDB
ภาพยนตร์และซีรีส์ที่ควรดูเสริมจาก Star Wars Resistance ภาพยนตร์ Star Wars Episode VII: The Force Awakens (2015) เวลา : 22 นาที ต่อตอน
จำนวนซีซั่นและตอน : 2 ซีซั่น และ 40 ตอน
เข้าฉาย : 7 ตุลาคม 2018 – 26 มกราคม 2020
ประเภท : การ์ตูนนิยายวิทยาศาสตร์, แอ็คชั่น
ผู้กำกับ : เดฟ ฟิโลนี (Dave Filoni)
16 /25
The Mandalorian (2019-ปัจจุบัน)
ซีรีส์ไลฟ์แอ็กชั่นเรื่องแรกของ Star Wars สำหรับ The Mandalorian ที่ได้เปิดมิติใหม่แห่งการเล่าเรื่องในกาแล็กซีจนเป็นซีรีส์ที่ได้รับเสียงคำวิจารณ์ที่ดีในทุกซีซั่น
เนื้อหาหลัก ๆ ของซีรีส์คือ หลังจากการล่มสลายของจักรวรรดิ และการผงาดขึ้นมาของปฐมภาคี จึงทำให้ มันดาลอเรียนนักล่าค่าหัวผู้แข็งแกร่ง และโดดเดี่ยว เดินทางผ่านกาแล็กซีที่ผิดกฎหมายพร้อมกับ โกรกู เด็กลึกลับที่มีความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับพลัง คล้ายกับลุค สกายวอล์คเกอร์ แม้จะมีท่าทีเย็นชาตามปกติ แต่ มันโด ก็ตัดสินใจที่จะปกป้อง เด็กคนนี้ จากเศษซากของจักรวรรดิและอันตรายอื่น ๆ ผ่านการรับภารกิจเสี่ยงตายมากมาย เข้าไปในกาแล็กซีอันห่างไกลจากภัยซ่อนเร้นของสาธารณรัฐใหม่
แมนดาโลเรียนจึงเปรียบเสมือนพ่อของ โกรกู เมื่อพวกเขาเดินทางไปในกาแล็กซีด้วยกัน เผชิญหน้ากับนักล่าเงินรางวัล ทหารรับจ้าง และ แม้แต่พันธมิตร ซึ่งที่น่าประหลาดใจตัวเขายังตามหาแคลน Mandalorian คนอื่น ๆ ซึ่งเป็นวัฒนธรรมของนักรบที่ใกล้สูญพันธุ์ และมีหลักปฏิบัติที่เข้มงวด เช่น ห้ามถอดหมวกเหล็กให้คนอื่นเห็นหน้า เป็นต้น
ดังนั้น เรื่องราวดำเนินต่อไป ก็ขอแนะนำว่าถ้าคุณเป็นแฟน Star Wars ห้ามพลาดซีรีส์นี่เป็นอันขาด
นักแสดงนำ: เปโดร ปาสคาล(Pedro Pascal) ในบท มันดาลอเรียน, จีนา คาราโน (Gina Carano) ในบท คารา ดูน, จิอันคาร์โล เอสโปซิโต (Giancarlo Esposito) ในบท มอฟฟ์ กีเดียน
Photo Credit: Star Wars Official Website
เวลา : 33–59 นาที ต่อตอน
จำนวนซีซั่นและตอน : 3 ซีซั่น และ 24 ตอน (ปัจจุบันยังไม่จบ)
เข้าฉาย : 12 พฤศจิกายน 2019 – ปัจจุบัน
ประเภท : แอ็คชั่น,การผจญภัย, ตะลุยอวกาศโลกตะวันตก
ผู้กำกับ : จอน ฟาฟโร (Jon Favreau)
17 /25
Star Wars Episode IX: The Rise of Skywalker (2019)
Star Wars Episode IX: The Rise of Skywalker (2019) นับเป็นภาคปิดตำนานของตระกูลสกายวอล์คเกอร์ที่ยาวนานหลายปี ก็ได้สิ้นสุดลงเสียที แต่ก็น่าเสียดาย ที่เป็นภาคปิดท้ายที่มีปัญหามากมาย ถึงกระนั้น เจ.เจ. เอบรามส์ (J.J. Abrams) ก็ทำได้ดีที่สุดเท่าที่ทำได้แล้ว
The Rise of Skywalker เริ่มต้นด้วยฝ่ายต่อต้านที่นำโดยเลอาและฮีโร่อย่างเรย์ ฟินน์ และโพ ที่กำลังดิ้นรนต่อสู้กับปฐมภาคีที่ทรงพลังตลอดกาลภายใต้หน้ากากของ ไคโล เรน และมีสิ่งที่น่าประหลาดใจเกิดขึ้น นั้นก็คือการปรากฏตัวขึ้นของจักรพรรดิพัลพาทีนผู้ชั่วร้ายซึ่งสันนิษฐานว่าเสียชีวิตแล้วกลับมาแล้ว! (แน่นอน เป็นสิ่งที่แฟน ๆ ไม่ซื้อเหตุการณ์นี้เท่าไหร่)
เรย์ ยังคงฝึกฝนเจไดต่อไป และต้องต่อสู้กับตัวตนของเธอเองในขณะที่เธอเปิดเผยความลับเกี่ยวกับเชื้อสายของเธอ ทางด้านฝ่ายต่อต้านแข่งกับเวลาเพื่อค้นหาฐานทัพที่ซ่อนอยู่ของพัลพาทีน และเอาชนะเขาก่อนที่เขาจะปล่อยกองเรือใหม่ที่น่าสะพรึงกลัว ส่วน ไคโล เรน ผู้ขัดแย้งระหว่างด้านมืดและด้านสว่างของพลัง กำลังต่อสู้กับโชคชะตาของเขา โดยที่ภาพยนตร์เรื่องนี้จบลงด้วยการเผชิญหน้าครั้งสุดท้ายที่กำหนดชะตากรรมของกาแล็กซีของทั้งเรย์และ ไคโล เรน
ทุนสร้าง: 275 ล้านเหรียญสหรัฐ
รายรับ: 1077 ล้านเหรียญสหรัฐ
นักแสดงนำ: เดซี ริดลีย์ (Daisy Ridley) ในบทเรย์, จอห์น โบเยกา (John Boyega) ในบท ฟินน์, ออสการ์ ไอแซค (Oscar Isaac) ในบท โพ ดาเมรอน, อดัม ไดร์เวอร์ (Adam Driver) ในบท ไคโล เรน
Photo Credit: Star Wars Official Website
เวลา : 2 ชม. 22 นาที
เข้าฉาย : 18 ธันวาคม 2019
ประเภท : แอ็คชั่น, ผจญภัย, นิยายวิทยาศาสตร์
ผู้กำกับ : เจ.เจ. เอบรามส์ (J.J. Abrams)
18 /25
Star Wars: The Bad Batch (2021-2024)
Star Wars: The Bad Batch ที่ผลิตมาในรูปแบบแอนิเมชันสามมิต โดยมีเนื้อหาติดตาม Clone Force 99 ซึ่งเป็นกลุ่มทหารโคลนชั้นสูงที่มีการกลายพันธุ์ทางพันธุกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ซึ่งทำให้พวกเขามีความสามารถเพิ่มขึ้น เรื่องราวดำเนินไปหลังจากการล่มสลายของสาธารณรัฐ และการผงาดขึ้นมาของจักรวรรดิกาแลกติก ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่โคลนถูกบังคับให้ปฏิบัติตามคำสั่งที่ 66 และหันมาต่อต้านนายพลเจไดของพวกเขา
แบด แบช ที่ได้ต่อต้าน Order 66 จนนำไปสู่ความเป็นจริงใหม่ที่อันตรายภายใต้การปกครองของจักรวรรดิ พวกเขาต้องต่อสู้กับตัวตน และสถานที่ในกาแล็กซีที่กำลังเปลี่ยนแปลงนี้ ดังนั้นทำให้เขา ไม่สามารถไว้วางใจจักรวรรดิได้เลย โดยกลุ่ม Clone Force 99 รับงานรับจ้างเพื่อเอาชีวิตรอด ภารกิจเหล่านี้นำพวกเขาไปยังมุมต่าง ๆ ของกาแล็กซี เผชิญหน้ากับพันธมิตรและศัตรูใหม่ ๆ
ขณะเดียวกัน โอเมกา ร่างโคลนหญิงสาวที่กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวชั่วคราวของพวกเขา โดยโอเมกามีความผิดปกติทางพันธุกรรมพิเศษที่เพิ่มความลึกลับให้กับทีมอีกชั้นหนึ่ง มากกว่านั้นตลอดการผจญภัยของพวกเขา การกระทำของ พระเอกได้ทิ้งร่องรอยไว้ในการก่อกบฏต่อจักรวรรดิ เรื่องราวของพวกเขาเกี่ยวพันกับการต่อสู้ครั้งใหญ่เพื่ออิสรภาพในกาแล็กซี
นักแสดงนำ: ดี แบรดลีย์ เบเกอร์ (Dee Bradley Baker) ผู้ให้เสียง แบด แบช, มิเชล อัง (Michelle Ang) ผู้ให้เสียง โอเมกา
Photo Credit: Star Wars Official Website
เวลา : 23–33 นาที ต่อตอน
จำนวนซีซั่นและตอน : 3 ซีซั่น และ 47 ตอน
เข้าฉาย : 4 พฤษภาคม 2021 – 1 พฤษภาคม 2024
ประเภท : แอคชั่น, ผจญภัย, แอนิเมชั่น, นิยายวิทยาศาสตร์
ผู้กำกับ : เดฟ ฟิโลนี (Dave Filoni), แบรด เรา (Brad Rau)
19 /25
The Book of Boba Fett (2021-2022)
ถ้าใครที่เป็นแฟน Star Wars มาอย่างยาวนานพอสมควร หนึ่งในตัวละครที่มีแฟนคลับไม่แพ้เหล่าอัศวินเจไดหรือแม้กระทั่งซิธ ก็คงหนีไม่พ้น แจงโก เฟตต์ นักล่าค่าหัวชื่อดังในฉบับยุคพรีเควลไตรภาค และแน่นอนนักล่าค่าหัวชื่อดังก็มีซีรีส์ของตัวเองที่เป็นหนึ่งในร่างโคลนของเขาที่เลี้ยงดูเสมือนลูกชายหนึ่งคนอย่าง โบบา เฟตต์ ใน The Book of Boba Fett
ย้อนกลับไปในภาคต้น แจงโก พ่อของโบบา เป็นคนที่มีส่วนในสงครามโคลน ทำให้ อาจารย์ เจได “เมซ วินดู” ใช้ไลท์เซเบอร์ บั่นคอเขา จึงทำให้ โบบา พยายามแก้แค้น แต่ก็ไม่สามารถทำได้สำเร็จ สุดท้ายก็ต้องมาลงเอยด้วยอาชีพเดียวกับพ่อ ส่วน The Book of Boba Fett เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับนักล่าค่าหัวในตำนาน โบบา เฟตต์ ซึ่งคุณอาจจำได้หน้าเขาชัด ๆ ได้จากการเผชิญหน้ากับ ซาร์ลัค ใน Return of the Jedi
ซีรีส์นี้ โบบา ร่วมเดินทางไปกับ เฟนเน็ค แชนด์ ทหารหญิงรับจ้างที่แข็งแกร่ง เมื่อพวกเขาเดินทางสู่โลกใต้พิภพอาชญากรบนดาวเคราะห์ทะเลทรายทาทูอิน แล้วเป้าหมายของพวกเขาคืออะไร? การอ้างสิทธิ์ในดินแดนที่ครั้งหนึ่งเคยปกครองโดย แจบบา เดอะ ฮัท ผู้ล่วงลับ แต่การบริหารอาณาจักรอาชญากรนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย และโบบา เฟตต์ ก็เรียนรู้อย่างรวดเร็วว่าการปกครองด้วยความเคารพเป็นเกมที่แตกต่างจากการปกครองด้วยความกลัว
คำวิจารณ์ของซีรีส์ชุดนี้ไปทางกลาง ๆ เป็นเนื้อหาเติมเต็มให้แฟน ๆ ได้เสริมเสียมากกว่า แต่แน่นอน ใครเป็นแฟนก็คงต้องดูเพื่อไม่ให้ตกหล่นอะไรไป
นักแสดงนำ: เตมูเอรา มอร์ริสัน (Temuera Morrison) ในบท โบบา เฟตต์ , หมิง-นา เหวิน (Ming-Na Wen) ในบท เฟนเน็ค แชนด์
Photo Credit: Star Wars Official Website
ภาพยนตร์และซีรีส์ที่ควรดูเสริมจาก The Book of Boba Fett ซีรีส์ The Mandalorian (2019-) เวลา : 39–59 นาทีต่อตอน
จำนวนซีซั่นและตอน : 1 ซีซั่น และ 7 ตอน
เข้าฉาย : 29 ธันวาคม 2021
ประเภท : แอ็คชั่น, ผจญภัย, นิยายวิทยาศาสตร์
ผู้กำกับ : จอน ฟาฟโร (Jon Favreau)
20 /25
Obi-Wan Kenobi (2022)
ซีรีส์ Obi-Wan Kenobi ก็ตรงตัวเลยว่าพูดถึง โอบีวัน เคโนบี ปรมาจารย์เจไดในตำนาน บุรุษผู้สูงศักดิ์และมีพรสวรรค์ในด้านแห่งพลัง เขานี่แหละคือผู้ฝึกอนาคิน สกายวอล์คเกอร์ ทำหน้าที่เป็นนายพลในกองทัพสาธารณรัฐในช่วงสงครามโคลน และนำทางลุค สกายวอล์คเกอร์เป็นที่ปรึกษา แต่กับซีรีส์นี้ เขาต้องพบกับลูกศิษย์อีกครั้ง แต่ในฐานศัตรูฝั่งตรงข้ามที่มาในฐานะ ซิธลอร์ด
เนื้อหาในซีรีส์นี้ เป็นเรื่องราวเกิดขึ้นสิบปีหลังจากภาคีเจไดถูกกวาดล้างระหว่างเหตุการณ์ในภาพยนตร์เรื่อง Star Wars: Episode III – Revenge of the Sith (2005) ที่พูดถึงปรมาจารย์เจไดโอบีวัน ในวันที่ผุกร่อนและซ่อนตัวอยู่ในทาทูอีน ไม่กล้าแม้แต่จะสู้หน้าผู้คน แต่การอยู่อย่างสงบของเขาก็พังทลายลงเมื่อเจ้าหญิงเลอา ออร์กานา ในวัยเยาว์ถูกลักพาตัวโดยผู้สอบสวนของจักรวรรดิ
จากที่กล้า ๆ กลัว ๆ แต่ด้วยแรงผลักดันจากสำนึกในหน้าที่และความหวังอันริบหรี่ โอบีวันจึงออกเดินทางเพื่อช่วยเหลือเลอา ซึ่งสิ่งนี้ทำให้เขาต้องขัดแย้งกับตัวเองในอดีต ในขณะที่เขาถูกตามล่าโดยผู้สอบสวนอย่างไม่หยุดยั้ง และต้องเผชิญหน้ากับอดีตศิษย์รักของเขาอีกครั้งอย่าง ดาร์ธ เวเดอร์
นักแสดงนำ: ยวน แม็คเกรเกอร์ (Ewan McGregor) ในบท โอบีวัน เคโนบี , โมเสส อินแกรม (Moses Ingram) ในบท ผู้สอบสวนของจักรวรรดิ, วิเวียน ไลรา แบลร์ (Vivien Lyra Blair) ในบท เจ้าหญิงเลอา ออร์กานา (วัยเด็ก), ซอง คัง (Sung Kang) ในบท ฟิฟ บราเธอร์
Photo Credit: Star Wars Official Website
ภาพยนตร์และซีรีส์ที่ควรดูเสริมจาก Obi-Wan Kenobi Star Wars: Episode III – Revenge of the Sith (2005) เวลา : 39–53 นาทีต่อตอน
จำนวนซีซั่นและตอน : 1 ซีซั่น และ 6 ตอน
เข้าฉาย : 27 พฤษภาคม 2022 - 22 มิถุนายน 2022
ประเภท : แอ็คชั่น, ผจญภัย, นิยายวิทยาศาสตร์
ผู้กำกับ : เดโบราห์ เชา (Deborah Chow)
21 /25
Star Wars: Andor (2022-ปัจจุบัน)
สำหรับ Star Wars: Andor ต้องบอกคนรักกาแล็กซีอันไกลโพ้นเลยว่า คุณไม่ควรพลาดอย่างเด็ดขาด เพราะเป็นอีกหนึ่งซีรีส์ที่เป็นสปินออฟแล้วทำได้อย่างสนุกและลุ้นตลอดเวลา ว่า แคสเซียน อันดอร์ จะไปทำภารกิจอะไรต่อ
Andor เป็นเรื่องราวเกิดขึ้นห้าปีก่อนเหตุการณ์ภาค A New Hope ที่เจาะลึกชีวิตของ แคสเซียน อันดอร์ สายลับกบฏจาก Rogue One ที่เริ่มต้นจากการเป็นหัวขโมยบนดาวเคราะห์อุตสาหกรรมเฟอร์ริกซ์ โดยที่เขาติดอยู่ในสถานการณ์ที่บังคับให้ต้องเผชิญหน้ากับความโหดร้ายของจักรวรรดิแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อได้เห็นการกดขี่ของจักรวรรดิ ทำให้เขากลายเป็นคนหัวรุนแรง และเข้าร่วมต่อสู้ นั้นคือก้าวแรกสู่การเป็นกบฏที่เราเห็นเหมือนอย่างกับในภาพยนตร์ Rogue One
ซีรีส์เองไม่ได้เน้นแค่ อันดอร์ ตัวพระเอกเท่านั้น โดยจะมีการสำรวจภาพรวมที่ใหญ่ขึ้น โดยแสดงให้เห็นว่า พันธมิตรกบฏ ก่อตัวขึ้นทั่วกาแล็กซีอย่างไร ต่อจากนั้นเราจะได้เห็นผู้คนหลากหลายจากภูมิหลังที่หลากหลายมารวมตัวกันเพื่อต่อต้านจักรวรรดิ เพราะฉะนั้น เนื้อหาไม่ใช่แค่การเดินทางของตัวละครตัวเดียวเท่านั้น ซึ่งทั้งหมดเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเกิดกบฏ และประชาชนธรรมดาที่ลุกขึ้นต่อต้านเผด็จการไม่ให้มีที่ยืนได้
นักแสดงนำ: ดีเอโก ลูนา (Diego Luna) ในบท แคสเซียน อันดอร์, ไคล์ โซลเลอร์ (Kyle Soller) ในบท ซีริล คาร์น, สเตลลัน สการ์สการ์ด (Stellan Skarsgård) ในบท ลูเธน ราเอล, เจเนวีฟ โอ’เรลลิล (Genevieve O’Reilly) ในบท มอน มอธมา
Photo Credit: Star Wars Official Website
ภาพยนตร์และซีรีส์ที่ควรดูเสริมจาก Star Wars: Andor ภาพยนตร์ Rogue One: A Star Wars Story (2016) ภาพยนตร์ Star Wars Episode IV: A New Hope (1977) เวลา : 38-57 นาทีต่อตอน
จำนวนซีซั่นและตอน : 2 ซีซัน และ 24 ตอน
เข้าฉาย : 21 กันยายน 2022 – 13 พฤษภาคม 2025
ประเภท : แอ็คชั่น, ผจญภัย, นิยายวิทยาศาสตร์
ผู้กำกับ : โทบี เฮย์เนส (Toby Haynes), ซูซานนา ไวท์ (Susanna White), เบนจามิน คารอน (Benjamin Caron)
22 /25
Star Wars: Tales (2022-ปัจจุบัน)
Star Wars Tales of the Jedi และ Empire ซีรีส์แอนิเมชันเรื่องล่าสุดโดยได้ Lucasfilm เป็นคนคอยดูและต่างจากการ์ตูนเรื่องอื่นตรงที่มีธีมหลักสำหรับแต่ละซีซั่นโดยเฉพาะ โดยในส่วนของ Tales of the Jedi (2022) สำรวจเจไดจากยุคไตรภาคพรีเควลของ อาโซกา ทาโน และ เคาท์ ดูกู ณ ช่วงเวลาต่าง ๆ ในชีวิต โดยเปรียบเทียบทางเลือกที่นำพวกเขาไปสู่เส้นทางที่ต่างกัน
ส่วนของ Tales of the Empire (2024) ที่เป็นการมุ่งเน้นไปที่เรื่องราวของ มอร์แกน เอลส์เบธ พลเมืองที่พยายามเอาชีวิตรอดภายใต้จักรวรรดิ และ บาร์ริส ออฟฟี อดีตเจไดที่ซ่อนตัวอยู่หลังกำแพงแห่งเผด็จการ นอกจากนี้ คุณยังจะได้เห็นตัวละครอื่น ๆ ที่คุณไม่เคยเห็นมาก่อนอีกด้วย
นักแสดงนำ: แอชลีย์ เอคสเตน (Ashley Eckstein) ผู้ให้เสียง อาโซกา ทาโน, คอเรย์ เบอร์ตัน (Corey Burton) ผู้ให้เสียง ดูกู, ดี แบรดลีย์ เบเกอร์ (Dee Bradley Baker) ผู้ให้เสียง กัปตันเร็กซ์, ไดอานา ลี อิโนซานโต (Diana Lee Inosanto) ผู้ให้เสียง มอร์แกน เอลส์เบธ
Photo Credit: Star Wars Official Website
เวลา : 13-17 นาทีต่อตอน
จำนวนซีซั่นและตอน : 2 ซีซั่น และ 12 ตอน
เข้าฉาย : 26 ตุลาคม 2565 – ปัจจุบัน
ประเภท : แอนิเมชัน, กวีนิพนธ์, นิยายวิทยาศาสตร์
ผู้กำกับ : เดฟ ฟิโลนี (Dave Filoni)
23 /25
Star Wars: Young Jedi Adventures (2023-ปัจจุบัน)
Star Wars: Young Jedi Adventures แม้จะเป็นแอนิเมชันเด็กที่เกี่ยวกับกาแล็กซีอันไกลโพ้น แต่ก็ได้ได้สร้างหลักศิลาจารึกสำคัญ เพราะซีรีส์เด็กเรื่องนี้มีเรื่องราวเกิดขึ้นในยุค สาธารณรัฐอันสูงส่ง (High Republic Era) ซึ่งมีอยู่ในหนังสือชื่อเดียวกัน The High Republic มาอยู่บนหน้าจอเป็นครั้งแรก
ทำไมถึงมีความสำคัญ? เพราะ สาธารณรัฐอันสูงส่ง ที่ในหนังสือกล่าวถึง เกิดขึ้นระหว่าง 400 ถึง 200 ปีก่อน Star Wars: Episode I – The Phantom Menace และที่ทำให้จัดการกับ Jedi Order หรือการกำจัดเหล่าเจไดมาถึงจุดพีคนั้นเอง
โดยเนื้อหาของ Star Wars: Young Jedi Adventures ติดตามกลุ่มเด็กวัยรุ่นที่พลังงานเหลือล้น ได้แก่ไค ไบรท์สตาร์, ลีส โซเลย์ และ นุบส์ (สิ่งมีชีวิตตัวน้อยน่ารัก) ในขณะที่พวกเขาเรียนรู้วิถีแห่งพลังภายใต้การแนะนำอันชาญฉลาดของปรมาจารย์โยดาที่วิหารเจไดบนดาวเทนู
ด้วยความที่เนื้อหามุ่งเป้าไปที่ผู้ชมอายุน้อย และความท้าทายของการฝึกฝนเจได แต่ละตอนนำเสนอการผจญภัยขนาดพอดีคำโดยเด็ก ๆ ซึ่งก็อาจจะขัดใจคนที่อยากดูเสริมเนื้อหาจากภาคหลักสำหรับคนที่เป็นผู้ใหญ่แล้ว ถึงกระนั้นเราก็ยังได้เห็น การฝึกฝนทักษะไลท์เซเบอร์ และเรียนรู้เกี่ยวกับพลังและความเชื่อมโยงกับสิ่งมีชีวิตทั้งหมด อีกทั้งพบกับสิ่งมีชีวิต และสถานการณ์ต่าง ๆ ที่ต้องการให้พวกเขาใช้ความสามารถของเจไดที่เพิ่งค้นพบแก้ปัญหาเหล่านั้น
ดังนั้น จึงไม่มีผู้ร้ายที่คุกคามกาแล็กซี แต่เรื่องราวกลับเน้นย้ำถึงความสำคัญของมิตรภาพ ความเห็นอกเห็นใจ และการเดินทางสู่การเป็นอัศวินเจได
นักแสดงนำ: จามาล เอเวอรี จูเนียร์ (Jamaal Avery Jr.) ผู้ให้เสียง ไค ไบรท์สตาร์, เอ็มมา เบอร์แมน (Emma Berman) ผู้ให้เสียง แนช ดูรันโก, จูเลียต โดเนนเฟลด์ (Juliet Donenfeld) ผู้ให้เสียง ลิส โซเลย์
Photo Credit: Star Wars Official Website
เวลา : 24 นาทีต่อตอน
จำนวนซีซั่นและตอน : 1 ซีซั่น และ 25 ตอน
เข้าฉาย : 4 พฤษภาคม 2023 – ปัจจุบัน
ประเภท : แอคชั่น, ผจญภัย, แอนิเมชั่น, เด็กก่อนวัยเรียน, นิยายวิทยาศาสตร์
ผู้กำกับ : เอลเลียต บูร์ (Elliot Bour)
24 /25
Ahsoka (2023-ปัจจุบัน)
อาโซกา ทาโน หนึ่งในตัวละครที่แฟน ๆ Star Wars อยากให้มีฉบับคนแสดงไม่น้อย เพราะตัวละครคนนี้ เป็นลูกศิษย์เพียงคนเดียวของ อนาคิน สกายวอล์คเกอร์ และก็เป็นเจไดไม่กี่คนที่ยังเหลือรอดในยุคล่มสลายของจักรวรรดิ ซึ่งจนสุดท้าย เราก็ได้ดูซีรีส์ Ahsoka แบบไลฟ์แอ็คชั่นเสียทีในปี 2023
อาโซกา ทาโน อดีตเจไดปาดาวัน หลายปีหลังจากการล่มสลายของจักรวรรดิ กาแล็กซียังคงถูกสร้างขึ้นใหม่ และเธอกำลังสืบสวนภัยคุกคามใหม่ที่เกิดขึ้นจากเงามืด โดยร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อเผชิญหน้า และเราจะได้เห็นความซับซ้อนของการสร้างกาแล็กซีขึ้นใหม่หลังการปกครองแบบเผด็จการ สาธารณรัฐใหม่เผชิญกับความยากลำบากภายใน ดังนั้น อาโซกาต้องจัดการกับความตึงเครียดทางการเมืองขณะเดียวกันก็สร้างพันธมิตรเพื่อเผชิญหน้ากับภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นจากการกระทำของ ธรอว์น
เรื่องราวจุดเริ่มต้นด้วยการจู่โจมอย่างกล้าหาญโดยบุคคลลึกลับ เบย์ลัน สโคล (ผู้ถือไลท์เซเบอร์สีแดง) และลูกศิษย์ของเขา โดยพวกเขามุ่งเป้าไปที่เรือลาดตระเวน สาธารณรัฐใหม่ และปล่อยผู้หญิงชื่อ มอร์แกน เอลส์เบธ ออกมา ด้าน อาโซกา กำลังค้นหาแผนที่ดวงดาว ซึ่งน่าจะนำไปสู่ที่อยู่ของ จอมพลธรอว์น อัจฉริยะทางยุทธวิธีที่โผล่ในภาคคนแสดงครั้งแรกเช่นกัน ที่พยายามก่อกวนกลุ่มเหล่าพันธมิตร
การตามล่า จอมพลธรอว์น จึงกลายเป็นภารกิจหลักของอาโซกา ด้วยแรงผลักดันจากการเผชิญหน้าในอดีตกับผู้นำผู้โหดเหี้ยม เธอจึงรวบรวมทีม ซึ่งหลายคนคงคุ้นหน้า เพราะกลุ่มคนเหล่านี้มาจากแอนิเมชัน Star Wars: Rebels เข้าร่วมการต่อสู้ รวมถึงนักบินผู้กล้าหาญ เฮรา ซินดุลลา และซาบีน เร็น ผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุระเบิด และมันดาลอเรียน
โดยบทสรุปยังลุ้นต่อไปในซีซั่นที่ 2 ที่แฟน ๆ ต้องอดใจรอต่อไป ว่าพวกเขาจะเอาชนะ จอมพลธรอว์น ได้หรือไม่
นักแสดงนำ: โรซาริโอ ดอว์สัน (Rosario Dawson) ในบท อาโซกา ทาโน, นาตาชา หลิว บอร์ดิซโซ (Natasha Liu Bordizzo) ในบทซาบีน เร็น, เดวิด เทนแนนท์ (David Tennant) ในบท ฮูแยง, เฮย์เดน คริสเตนเซน (Hayden Christensen) ในบทอนาคิน สกายวอล์คเกอร์, แมรี เอลิซาเบธ วินสตีด ในบท เฮรา ซินดุลลา
Photo Credit: Star Wars Official Website
เวลา : 35-57 นาทีต่อตอน
จำนวนซีซั่นและตอน : 1 ซีซั่น และ 8 ตอน
เข้าฉาย : 22 สิงหาคม 2023 – ปัจจุบัน
ประเภท : แอ็คชั่น, ผจญภัย, นิยายวิทยาศาสตร์
ผู้กำกับ : เดฟ ฟีโลนี (Dave Filoni)
25 /25
Star Wars: The Acolyte (2024)
ต้องใช้คำว่าในที่สุดเราจะได้เห็น Star Wars ฉบับคนแสดงในสาธารณรัฐอันสูงส่ง (High Republic Era) เสียที หลังจากที่แฟน ๆ มักจะรับรู้เรื่องราวจาก หนังสือ และการ์ตูน ซึ่งภาคนี้ก็นับเป็น Canon หรือภาคหลักอย่างแน่นอน และมีการเชื่อมโยงไปยุคสมัยอันไกลโพ้นอย่าง ยุคสาธารณรัฐเก่า (Old Republic) และเป็นซีรีส์ที่นำไปสู่เหตุการณ์ภาพยนตร์ภาค The Phantom Menace (1999)
“Star Wars: The Acolyte” จะพาเราย้อนกลับไปประมาณหลักศตวรรษ ก่อนภาค The Phantom Menace ที่ความลึกลับและความมืดยังต้องค้นหา โดยมีปรมาจารย์เจไดผู้เก่งกาจและได้การยอมรับไปทั่วอย่าง โซล ที่รับบทโดยลีจุงแจ ที่กำลังสืบสวนคดีอาชญากรรมต่าง ๆ มากมาย ซึ่งอาชญากรรมเหล่านี้บ่งบอกถึงการฟื้นคืนอำนาจด้านมืดซึ่งคุกคามความสงบสุขของสาธารณรัฐ
การสืบสวนเพิ่มกลอุบายอีกขั้น ทำให้อาจารย์เจไดต้องเผชิญหน้ากับอดีตปาดาวัน ซึ่งรับบทโดยอแมนด์ลา สเตนเบิร์ก ที่ความสัมพันธ์ในอดีตของพวกเขาและความเกี่ยวข้องที่เป็นไปได้ของเธอในการทำอาชญากรรม ขณะที่อาจารย์เจไดและปาดาวันอดีตของเขาเจาะลึกลงไป พวกเขาก็ค้นพบพลังอันชั่วร้ายที่ทำงานอยู่ในเงามืด ลักษณะที่แท้จริงของกองกำลังเหล่านี้ และแรงจูงใจของพวกเขายังคงถูกปกปิดไว้เป็นความลับ
โดยเรื่องราวที่เกิดขึ้น จะมีการสำรวจเหตุการณ์ที่นำไปสู่การล่มสลายของ High Republic และการผงาดขึ้นมาของจักรวรรดิ ความสามารถของเจไดในการรักษาสันติภาพอยู่ในสมดุล ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจว่าซีรีส์นี้มีเนื้อหาประเภทไหนที่ยังไม่ได้สำรวจในโลก Star Wars อีก ก็คงต้องลุ้นที่หน้าจอ
นักแสดงนำ: อมันดลา สเตนเบิร์ก (Amandla Stenberg) ในบท เม, อี จุง-แจ (Lee Jung-jae ) ในบท โซล, แมนนี จาซินโต (Manny Jacinto) ในบท คิมีร์, ดาฟเน คีน (Dafne Keen) ในบทเจกกี ลอน, แครี-แอนน์ มอสส์ (Carrie-Anne Moss) ในบท อินดารา
Photo Credit: Star Wars Official Website
เวลา : 35-57 นาทีต่อตอน
จำนวนซีซั่นและตอน : 1 ซีซั่น และ 8 ตอน
เข้าฉาย : 4 มิถุนายน 2024 -
ประเภท : ความลึกลับ, นิยายวิทยาศาสตร์
ผู้กำกับ : เลสลีย์ เฮดแลนด์ (Leslye Headland)
Main, Hero and Featured images: Getty Images, IMDB, Lucasfilm
อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ ไลฟสไตล์คนเมือง ร้านอาหารเด็ดดัง แฟชั่นล่าสุด สุขภาพ และความงาม พร้อมกับ เรื่องราวทางวัฒนธรรมต่าง ๆ ได้ที่ Lifestyle Asia
References: https://www.starwars.com/ https://www.boxofficemojo.com/ https://www.gamesradar.com/star-wars-timeline/ https://tvtropes.org/pmwiki/pmwiki.php/Recap/StarWars https://www.yahoo.com/news/star-wars-recap-episodes-1-010502155.html? https://www.ktnv.com/positivelylv/star-wars-recap-what-to-know-before-watching
Note : The information in this article is accurate as of the date of publication.