โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่และเด็ก

ลูกนอนหลับยาก : รู้จัก Wake Window ทฤษฎีที่ช่วยให้ลูกนอนมีคุณภาพมากขึ้น

Mood of the Motherhood

อัพเดต 17 ธ.ค. 2568 เวลา 07.29 น. • เผยแพร่ 09 ธ.ค. 2568 เวลา 00.41 น. • Features

การนอนคือช่วงเวลาสำคัญของทุกคน โดยเฉพาะช่วงวัยทารกและเด็กเล็กที่การนอนส่งผลให้สมองเติบโต ร่างกายฟื้นตัว และอารมณ์สงบลง แต่ปัญหาก็คือบางครั้งคุณพ่อคุณแม่จะพยายามให้ลูกเข้านอนอย่างดีแล้ว แต่ลูกก็ไม่ยอมนอนหลับง่ายๆ หรือต้องใช้เวลานานกว่าจะหลับสนิทลงได้หลายครอบครัวที่มีปัญหา ลูกนอนหลับยาก มักคิดว่าอาจเป็นเพราะลูกดื้อ งอแง หรืออยากเล่นต่อ แต่ในความจริงแล้ว สาเหตุหลักของปัญหาการนอนมักเกี่ยวข้องกับช่วงเวลาตื่น (Wake Window) ที่ไม่สอดคล้องกับพัฒนาการของร่างกายลูก ซึ่งทำให้ร่างกายยังไม่พร้อมสำหรับการหลับลึก หรือลูกมีช่วงเวลาการตื่นนานเกินไปจนโอเวอร์ไทร์ (Overtired)หากเข้าใจทฤษฎี Wake Window แล้ว พ่อแม่ที่เคยเจอปัญหา ลูกนอนหลับยาก จะเริ่มเห็นสัญญาณและจังหวะเวลาที่เหมาะสมมากขึ้น ส่งผลให้การกล่อมนอนง่ายขึ้น และคุณภาพการนอนดีขึ้นอย่างชัดเจน1. Wake Window คืออะไร

ช่วงเวลาการตื่น หรือ Wake Window หมายถึง ระยะเวลาที่เด็กสามารถตื่นและทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างสบาย โดยไม่รู้สึกเหนื่อยล้าเกินไปจนส่งผลกระทบต่อการนอนครั้งถัดไป ไม่ว่าจะเป็นการงีบตอนกลางวันหรือการนอนหลับตอนกลางคืน ซึ่งระยะเวลานี้ก็จะแตกต่างกันตามช่วงวัย เมื่ออายุมากขึ้นระยะเวลาที่เด็กๆ ตื่นได้ก็จะค่อยๆ เพิ่มขึ้น สัมพันธ์กับรอบนอนกลางวันที่จะค่อยๆ ลดลง2. หลักการทำงานของ Wake Window

Wake Window ทำงานโดยอาศัยความสมดุลของสารเคมีในสมอง 2 ชนิด ได้แก่• Adenosine สารอะดีโนซีนเป็นแหล่งพลังงานหลักของเซลล์ และจะสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ ตลอดเวลาที่ลูกตื่น เมื่อถึงปริมาณที่มากพอ จะทำให้ร่างกายรู้สึกต้องการการนอนหลับ หรือทำให้ลูกรู้สึกง่วงนอนนั่นเอง• Cortisol คอร์ติซอล หรือฮอร์โมนความเครียดที่สมองจะหลั่งออกมาเพื่อต่อสู้กับความเหนื่อยล้า ทำให้ร่างกายตื่นตัวและหลับได้ยากการพาลูกเข้านอนในช่วงที่สารอะดีโนซีนสูง และคอร์ติซอลยังไม่หลั่งออกมา จะเป็นช่วงที่ลูกหลับง่ายและนอนได้ต่อเนื่องที่สุด3. ความสำคัญของ Wake Window

Wake Window จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่สามารถพาลูกเข้านอนได้ในช่วงเวลาที่เหมาะสม หรือก็คือช่วงที่ลูกง่วงพอดี ทำให้ลูกหลับได้ง่าย หลับสนิท มีคุณภาพการนอนที่ดีขึ้น เนื่องจากร่างกายไม่เหนื่อยล้าหรือตื่นตัวจนเกินไป เมื่อการนอนของเด็กๆ ดีขึ้น สมองก็จะพร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ได้มากขึ้น4. สัญญาณความเหนื่อยล้า (Sleepy Cues)

หากลูกเริ่มจ้องมองสิ่งของหรือจุดใดจุดหนึ่งนานกว่าปกติ มีท่าทางเฉื่อยชา ไม่สนใจการเล่นเท่าตอนแรก หรือหายใจแรงขึ้นเล็กน้อย นี่คือสัญญาณที่ดีที่สุดที่คุณพ่อคุณแม่จะพาลูกเข้านอน หากรอให้ลูกส่งสัญญาณง่วงที่ชัดเจนขึ้น เช่น หาว ขยี้ตา ดึงหู หรือเริ่มร้องไห้งอแง จะทำให้คุณพ่อคุณแม่ต้องใช้เวลานานในการกล่อมลูกให้หลับ5. ตาราง Wake Window ตั้งแต่แรกเกิดถึง 2 ปี

อ้างอิงSleepfoundationWhattoexpectPsychologytodaySierranevadasleep

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...