นักวิชาการ เผยปัจจัยแจกแท็บเล็ต/โน๊ตบุ๊กไม่คืบ นโยบายไม่ชัด-เสี่ยงผิดกฎหมาย
นักวิชาการ เผยปัจจัยแจกแท็บเล็ต/โน๊ตบุ๊กไม่คืบ นโยบายไม่ชัด-เสี่ยงผิดกฎหมาย ห่วงซ้ำรอยฟุตซอล
นายสมพงษ์ จิตระดับ นักวิชาการด้านการศึกษา เปิดเผยว่า การเช่าซื้ออุปกรณ์เสริมการสอน อาทิ แท็บเล็ต โน้ตบุกส์ และโครมบุ๊ค ตามโครงการเรียนได้ทุกที่ทุกเวลา หรือ AnyWhere AnyTime ของ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)นั้น เท่าที่ดูระยะหลังแทบไม่มีความเคลื่อนไหว ทั้งนี้เรื่องเทคโนโลยีสารสนเทศไม่ใช่แค่อุปกรณ์ แต่เป็นตัวชี้วัดทิศทางการศึกษาไทยในอนาคต และเกือบทุกพรรคการเมืองเคยหยิบยกเป็นนโยบาย เพราะเกี่ยวข้องกับทักษะการทำงานของเด็กยุคใหม่ และการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา แต่ปัญหาคือ หากรัฐยังล่าช้า ขาดทิศทาง หรือไม่มั่นใจว่าจะเดินต่ออย่างไร ก็เท่ากับพาประเทศถอยหลังอย่างน้อย 3-4 ปี อย่างไรก็ตามความเงียบของโครงการนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่มีอย่างน้อย 4 ปัจจัยหลักที่ซ้อนทับกันอยู่
นายสมพงษ์ กล่าวต่อว่า ปัจจัยแรกที่ทำให้โครงการสะดุด คือ การขาดนโยบายที่ชัดเจนจากนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) คนปัจจุบัน ซึ่งที่ผ่านมาจะเน้นการดำเนินนโยบายไปที่เรื่องสวัสดิการครู บ้านพักครู และการแก้ปัญหาหนี้สินเป็นหลัก ขณะที่นโยบายการแจกแท็บเล็ตแทบไม่ได้ถูกพูดถึง ทำให้น้ำหนักของนโยบายนี้ค่อย ๆ เจือจางลงในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ปัจจัยที่ 2 คือ ความกลัวของฝ่ายปฏิบัติ จากบทเรียนในอดีต โดยเฉพาะกรณีโครงการสร้างสนามฟุตซอลที่เคยมีปัญหาจนผู้บริหารและครูต้องเผชิญคดีความ ทำให้โครงการแท็บเล็ตซึ่งใช้งบประมาณสูงและมีความคล้ายคลึงกัน ถูกมองว่าเป็นความเสี่ยงด้านกฎหมาย หากขาดความชัดเจนเรื่องความโปร่งใสและการตรวจสอบ ดังนั้นเมื่อความเสี่ยงสูง แต่สัญญาณทางนโยบายยังไม่ชัดข้าราชการจึงเลือกที่จะไม่เดินหน้าต่อ มากกว่าเดินต่อแล้วพลาด
“ปัจจัยที่3 คือ บริบทการเมืองและสถานะรัฐบาลรักษาการ เพราะเป็นโครงการใช้งบประมาณจำนวนมากและเป็นงบผูกพัน ทำให้การตัดสินใจในช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาลทำได้ยาก หลายฝ่ายจึงรอให้รัฐบาลชุดใหม่เข้ามาตัดสินใจแทน ปัจจัยสุดท้าย คือ ภาพจำจากอดีต ที่เคยมีการแจกแท็บเล็ตไปแล้ว แต่ผลลัพธ์ไม่คุ้มค่า อุปกรณ์บางส่วนมีอายุการใช้งานสั้น ถูกยกเลิกโครงการ และยังมีแท็บเล็ตจำนวนมากถูกเก็บค้างเป็นพัสดุ ไม่สามารถทำลายหรือใช้งานต่อได้ กลายเป็นบทเรียนราคาแพง ที่ยังติดตาผู้บริหารจนถึงวันนี้”นายสมพงษ์ กล่าว
นายสมพงษ์ กล่าวต่อว่า จากนี้คงต้องรอดูหลังเลือกตั้ง ว่าพรรคการเมืองใดจะได้เข้ามาบริหาร หากเป็นพรรคการเมืองใหม่ที่ไม่ใช่พรรคภูมิใจไทยก็คงต้องมีการคุยกันใหม่อีกครั้ง เพราะอาจจะต้องมีการหาข้อตกลงทางการเมืองและการทบทวนรูปแบบให้ทันกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามการชะลอมาแล้วราว 4-5 เดือน ทำให้หลายข้อตกลงเดิมอาจไม่ตอบโจทย์ยุคปัจจุบันอีกต่อไป และหากยังไม่มีความชัดเจน การศึกษาไทยอาจเสียโอกาสไปมากกว่าที่คิด
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : นักวิชาการ เผยปัจจัยแจกแท็บเล็ต/โน๊ตบุ๊กไม่คืบ นโยบายไม่ชัด-เสี่ยงผิดกฎหมาย
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th