โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

OR ปั้นปางขอน-ผาลั้ง สู่ต้นแบบกาแฟยั่งยืนไทย

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 13 ธ.ค. 2568 เวลา 08.11 น. • เผยแพร่ 13 ธ.ค. 2568 เวลา 08.11 น.

ในวันที่เกษตรกรบนพื้นที่ดอย ซึ่งเคยพึ่งพาไม้ผลและพืชเศรษฐกิจที่มีความเสี่ยงสูงเริ่มขาดเสถียรภาพด้านรายได้ “บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)” หรือ OR เดินหน้าขยายบทบาทในห่วงโซ่อุตสาหกรรมกาแฟไทย ผ่านความร่วมมือระยะยาวกับชุมชนบนพื้นที่สูงของจังหวัดเชียงราย โดยเลือกบ้านปางขอนและผาลั้งเป็นสองต้นแบบสำคัญในการพัฒนาระบบการปลูกกาแฟอย่างยั่งยืน

OR จึงใช้ศักยภาพของ Cafe Amazon ที่มีสาขามากกว่า 4,500 แห่งทั่วประเทศ และเสิร์ฟกาแฟกว่า 400 ล้านแก้วต่อปี วางโครงสร้างการทำงานร่วมกับเกษตรกรมากกว่า 10 ปี เพื่อสร้างมาตรฐานกลางด้านคุณภาพ ผลิตผล และการจัดการพื้นที่เพาะปลูกอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การให้ความรู้ การพัฒนาแปลง การดูแลต้นกาแฟ การเก็บเกี่ยว ไปจนถึงการรับซื้อเมล็ดในราคาที่เป็นไปตามคุณภาพจริง

และส่งต่อเข้าสู่กระบวนการผลิตที่ศูนย์ OASYS จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นศูนย์กลางการตรวจคุณภาพ คั่ว และกระจายเมล็ดกาแฟไปยังเครือข่าย Cafe Amazon ทั่วประเทศ

นายพงษ์ศักดิ์ ภัทรเมธีวิญญู ผู้จัดการฝ่ายบริหารห่วงโซ่อุปทานเมล็ดกาแฟดิบ OR กล่าวว่า โครงการพัฒนาการปลูกกาแฟอย่างยั่งยืนเป็นสิ่งที่ OR ทำต่อเนื่องมากว่า 10 ปี ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย เพราะเชื่อว่าการยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรต้องเริ่มต้นจาก ‘ความรู้’ และ ‘มาตรฐาน’ ไม่ใช่แค่การรับซื้อ

บริษัทลงพื้นที่หลายจังหวัด ทั้งเชียงราย เชียงใหม่ น่าน และชุมพร เพื่อสร้างระบบปลูกกาแฟที่มีคุณภาพและสร้างตลาดที่โปร่งใส เป็นธรรม ทำให้เกษตรกรมีรายได้มั่นคงจริง ๆ ไม่ใช่เพียงชั่วครั้งชั่วคราว แต่เลือกที่จะ “พัฒนาไปด้วยกัน”

เพราะ OR ตั้งใจเข้ามาในฐานะเพื่อนคนหนึ่ง ร่วมสร้างระบบที่เดินไปด้วยกัน พอชาวบ้านมีปัญหา เราลงพื้นที่ทันที และช่วยแก้ไขปัญหา เป้าหมายคือทำให้กาแฟเป็นอาชีพที่มั่นคงในระยะยาวจริง ๆ

การพัฒนาที่ต่อเนื่องทำให้หมู่บ้านปางขอนซึ่งเคยปลูกกาแฟแบบใช้ธรรมชาติเป็นตัวกำหนดและไม่มีตลาดรองรับ ได้ยกระดับสู่แหล่งผลิตกาแฟคุณภาพสูงบนพื้นที่สูงกว่า 1,200 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล มีสภาพอากาศเย็นเหมาะแก่การปลูก จนจำนวนครัวเรือนที่ปลูกกาแฟเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 100 ครัวเรือน

ขณะที่ผาลั้งซึ่งเคยพึ่งพาลิ้นจี่เป็นหลัก ก็ปรับตัวเข้าสู่ระบบกาแฟหลังเห็นต้นแบบความสำเร็จของปางขอน

โดย OR เริ่มเข้าไปหนุนเสริมตั้งแต่ปี 2561 ผ่านองค์ความรู้ด้านการปลูก การจัดการร่มเงา การดูแลผลผลิต และสร้างระบบรับซื้อที่ให้ความมั่นคงด้านรายได้ ทำให้ชุมชนกว่า 200 ครัวเรือนของผาลั้งหันมาปลูกกาแฟเกือบเต็มพื้นที่

ภายในเวลาไม่ถึงสิบปี กาแฟจึงกลายเป็นพืชหลักที่สร้างรายได้เฉลี่ยระดับแสนบาทต่อครัวเรือนต่อปี และยังเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ชุมชนหันมาดูแลป่าอย่างจริงจัง เนื่องจากกาแฟต้องอาศัยความชุ่มชื้น ร่มเงา และระบบนิเวศที่สมบูรณ์จึงจะเติบโตได้ดี การรักษาต้นไม้ใหญ่ การปลูกไม้ร่มเงา การงดเผาป่า จึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานประจำของเกษตรกรในพื้นที่ และสะท้อนถึงการเติบโตของระบบนิเวศควบคู่กับเศรษฐกิจชุมชน

ปีล่าสุดที่เชียงรายเผชิญสภาพอากาศรุนแรง ทั้งฝนหนักและอุณหภูมิสูงผิดปกติ ทำให้หลายแปลงเสียหาย ทีมปฏิบัติการของ Cafe Amazon ลงพื้นที่ช่วยเหลือทันที ทั้งสนับสนุนต้นกล้าใหม่กว่า 5,000 ต้น วางแผนปลูกไม้ร่มเงา และช่วยจัดการน้ำในแปลง

ขณะเดียวกัน ชุมชนทั้งสองยังมีส่วนร่วมในการตั้งกติกาการผลิตร่วมกับ OR เช่น การประชุมหมู่บ้านที่ต้องมีวาระเกี่ยวกับกาแฟ และการให้ราคารับซื้อพิเศษแก่สมาชิกที่เข้าร่วมพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง ทำให้การทำงานร่วมกันเป็นโครงสร้างการพัฒนาที่ให้ชุมชนมีบทบาทจริง

ส่งผลให้มาตรฐาน Cafe Amazon Standard ซึ่ง OR พัฒนาขึ้นจากการทำงานในพื้นที่มากกว่า 10 ปี กลายเป็นมาตรฐานกลางของการยกระดับกาแฟไทยทั้งระบบ ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำที่มุ่งเน้นคุณภาพเมล็ดเชอรี่ การจัดระบบร่มเงา การดูแลต้นกาแฟ ไปจนถึงการเก็บเกี่ยวอย่างถูกวิธี

ส่วนกลางน้ำ คือการแปรรูป การคัดเกรด และการคั่วภายใต้มาตรฐานเดียวกันที่ศูนย์ OASYS ก่อนต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์เมล็ดคั่วพร้อมดื่ม กาแฟดริป และแคปซูล

ส่วนปลายน้ำคือการส่งต่อประสบการณ์กาแฟคุณภาพสู่ผู้บริโภคผ่านสาขา Cafe Amazon ทั่วประเทศ พร้อมการสื่อสารที่ทำให้ผู้ดื่มเข้าใจที่มาของกาแฟ และบทบาทของเกษตรกรบนดอยอย่างจริงใจ

OR มองว่ากระบวนการดังกล่าวทำให้ทุกกลุ่มในห่วงโซ่ได้รับประโยชน์ทั้งระบบ เกษตรกรขายผลผลิตได้ในราคาที่สะท้อนคุณภาพ ผู้บริโภคได้กาแฟที่ดีขึ้น ขณะที่ระบบกาแฟไทยเดินหน้าบนฐานความยั่งยืน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

การเปลี่ยนผ่านของปางขอนและผาลั้งโชว์ให้เห็นว่าการสร้างตลาดที่เป็นธรรมและให้ความรู้ที่ถูกต้อง สามารถยกระดับอาชีพเกษตรกรรมในพื้นที่สูงได้จริง

นอกจากนี้ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นในช่วงหลายปีหลัง ยังทำให้คนรุ่นใหม่ในสองชุมชนเริ่มกลับมาสร้างอนาคตในบ้านเกิด ทั้งการปลูกกาแฟ เปิดคาเฟ่ และพัฒนาโฮมสเตย์ เป็นการขยายมูลค่าห่วงโซ่กาแฟจากต้นทางสู่ปลายทางอย่างครบวงจร

นางพิชาภรณ์ วงศ์ศรี ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร OR มองว่าผลลัพธ์ตลอด 10 ปีที่ผ่านมาที่ OR สานต่อโครงการพัฒนาการปลูกกาแฟอย่างยั่งยืน สะท้อนให้เห็นว่าผู้คนจากบ้านปางขอนและผาลั้งตั้งใจจริงแค่ไหนกับกาแฟที่พวกเขาใส่หัวใจในการปลูก เพราะกาแฟทำให้ความหวังของคนรุ่นใหม่ในหมู่บ้านนี้เติบโตต่อเนื่อง

ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นชี้ให้เห็นว่า กาแฟเป็นโอกาสที่ทำให้ชุมชนเข้มแข็งขึ้น และเชื่อมโยงผู้บริโภคเข้ากับชีวิตของเกษตรกรจริง

ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด “กาแฟที่แฟร์กับคนทั้งโลก” ของ Cafe Amazon ที่ให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อผู้ผลิต สิ่งแวดล้อม และคุณภาพที่จับต้องได้ในทุกแก้ว เป็นการวางรากฐานสำคัญให้ระบบกาแฟไทยรู้จักความหมายของความยั่งยืนในทางปฏิบัติ

โดยมีปางขอนและผาลั้งเป็นสองพื้นที่ต้นแบบที่พิสูจน์ให้เห็นว่า เมื่อมีความรู้ โอกาส และตลาดที่โปร่งใส อาชีพบนยอดดอยก็สามารถเปลี่ยนชีวิตของผู้คนได้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : OR ปั้นปางขอน-ผาลั้ง สู่ต้นแบบกาแฟยั่งยืนไทย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...