โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มติคกก.ฯ เคาะ ปลดล็อก นกปรอดหัวโขน ออกจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง อนุญาตเพาะพันธุ์ได้ แต่ห้ามล่าในป่าเด็ดขาด

Khaosod

อัพเดต 12 ธ.ค. 2568 เวลา 08.11 น. • เผยแพร่ 12 ธ.ค. 2568 เวลา 08.11 น.
มติคกก.ฯ เคาะ ปลดล็อก นกปรอดหัวโขน ออกจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง อนุญาตเพาะพันธุ์ได้ แต่ห้ามล่าในป่าเด็ดขาด

มติคกก.ฯ เคาะ ปลดล็อก นกปรอดหัวโขน ออกจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง อนุญาตเพาะพันธุ์ได้ แต่เน้นย้ำห้ามล่าในพื้นที่ป่าเด็ดขาด จ่อเสนอครม. บังคับใช้ตามกฎหมายต่อไป

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 12 ธ.ค.2568 ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ รองปลัด ทส. เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ครั้งที่ 2/2568 โดยมีวาระการพิจารณาสถานภาพตามกฎหมายของ ‘นกปรอดหัวโขน’ หรือ นกกรงหัวจุก ว่าจะถูกปลดออกจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครองหรือไม่

โดยก่อนการประชุมมีเครือข่ายด้านสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย สมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ชมรมอนุรักษ์นกและธรรมชาติล้านนา มูลนิธิโลกสีเขียวและชมรมอนุรักษ์ธรรมชาติโคกขาม ร่วมยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงคณะกรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ขอทบทวนการปลดนกปรอดหัวโขนจากบัญชีคุ้มครอง

นกปรอดหัวโขน

นกปรอดหัวโขน

เนื่องจากกลัวว่าจะเสี่ยงกระทบต่อประชากรนกปลอดหัวโขนสายพันธุ์ดั้งเดิมที่มีอยู่ในธรรมชาติในระยะยาว และอาจเปิดช่องให้การค้าสัตว์ป่าขยายตัวทำให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางค้าสัตว์ป่า

โดย นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ในฐานะเลขานุการฯ ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมเสร็จว่า ที่ประชุมมีมติปลดนกปลอดหัวโขนออกจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง หลังจากที่คณะทำงานทั้ง 4 ชุดได้มีการศึกษามาแล้วหลายเดือน ซึ่งมีข้อมูลที่เพียงพอมาประกอบการพิจารณาวาระดังกล่าว

โดยเน้นการสร้างสมดุลระหว่างการอำนวยความสะดวกต่อประชาชน และการสงวนและคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่อย่างยั่งยืน ตามเจตนารมณ์ของพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562

นายอรรถพล ระบุว่า ผลการสำรวจพบว่าประชากรนกปรอดหัวโขนในธรรมชาติมีการกระจายตัวสูงทั่วประเทศ โดยประชากรนกในธรรมชาติมี 44,421 ตัว กระจายในพื้นที่ป่าอนุรักษ์และป่าสงวนแห่งชาติสูงถึง ร้อยละ 51 ซึ่งข้อมูลดังกล่าวเป็นหลักฐานที่ชัดเจนว่าสถานภาพของนกมีปริมาณเพียงพอต่อการดำรงเผ่าพันธุ์ในธรรมชาติ และแนวโน้มคดีการลักลอบล่าก็ไม่เพิ่มขึ้นในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

“จากข้อมูลดังกล่าว ที่ประชุมจึงมีมติเห็นชอบให้ถอดชื่อนกปรอดหัวโขนออกจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยมุ่งหวังว่าการดำเนินการนี้จะช่วย ลดแรงจูงใจในการล่านกจากธรรมชาติ ส่งเสริมให้การเพาะเลี้ยงมีความคล่องตัว และเป็นการ สนับสนุนให้เกิดการสร้างรายได้ แก่ผู้เพาะเลี้ยง พัฒนาไปสู่การเป็นสัตว์เศรษฐกิจในอนาคต”

นายอรรถพล กล่าวอีกว่า แม้จะมีการปลดออกจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง แต่เพื่อป้องกันผลกระทบเชิงลบต่อระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ กรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้กำหนดมาตรการรองรับที่เข้มงวด ซึ่งการล่าในพื้นที่ป่าอนุรักษ์และป่าสงวนแห่งชาติยังคงเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายอย่างเคร่งครัด

กรมอุทยานฯ จะเพิ่มกำลังพลในการป้องกันลาดตระเวน เฝ้าระวัง และปราบปรามการลักลอบล่าในพื้นที่ดังกล่าวอย่างเด็ดขาด หากตรวจพบความเสี่ยงต่อการลดลงของจำนวนประชากรนกปรอทหัวโขนในธรรมชาติ จะมีการนำกลับเข้ามาพิจารณาในคณะกรรมการฯ เพื่อดำเนินการบรรจุเข้าบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครองอีกครั้ง

อธิบดีกรมอุทยานฯ ระบุเพิ่มว่า นอกจากนี้ ยังมีการกำหนดแนวทางควบคุมการเพาะเลี้ยงและการปล่อยนก โดยให้มีการจัดทำมาตรฐานกรงเลี้ยงที่ปลอดภัย การขึ้นทะเบียนฟาร์มเพาะพันธุ์แบบสมัครใจ และการจัดทำเครื่องหมายประจำตัวนกให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อให้สามารถแยกแยะนกในกรงเลี้ยงและนกในธรรมชาติได้อย่างชัดเจน

พร้อมทั้งแต่งตั้งคณะกรรมการ 3 ชุด เพื่อติดตามและประเมินผลอย่างใกล้ชิดหากมีการยืนยันว่ามีภัยคุกคามต่อสถานภาพของนกปรอดหัวโขนเกิดขึ้น จนมีผลกระทบต่อจำนวนประชากรนกในธรรมชาติจะพิจารณานำกลับเข้ามาเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองอีกครั้งต่อไป

เมื่อถามถึงปัญหาในการลงทะเบียนเพาะพันธุ์นกปรอดหัวโขน นายอรรถพล กล่าวว่า เนื่องจากนกชนิดนี้ มีการเพาะพันธุ์เลี้ยงกันมาหลายรุ่นแล้ว ดังนั้นขั้นตอนในทางปฏิบัติที่จะยืนยันพ่อพันธุ์แม่พันธุ์นก จึงเป็นปัญหา ทำให้นกที่ไม่สามารถยืนยันพ่อแม่พันธุ์นกจะตกค้างไม่สามารถขึ้นทะเบียนได้ และหากมีคนแจ้งจับ เมื่อไม่มีหลักฐานการขึ้นทะเบียนจึงเป็นปัญหาต่อภาคประชาชนที่เลี้ยงนก

การปลดล็อกออกจากบัญชีดังกล่าว เพื่อให้ประชาชนสามารถสร้างรายได้ ทำอาชีพ เพาะเลี้ยงได้อย่างสบายใจโดยไม่ต้องกลัวการดำเนินคดี และเปิดโอกาสให้สามารถเพาะสายพันธุ์นกให้ดีขึ้น ซึ่งทางสมาคมผู้เพาะพันธุ์นกกรงหัวจุก ที่นำนกมาแข่งขันประชันเสียงนั้น จะมีการกำหนดเกณฑ์เกี่ยวกับเสียงนก ซึ่งแค่ฟังเสียงนก ก็พอทราบแล้วว่า เป็นนกเลี้ยง หรือนกธรรมชาติ ซึ่งนกเลี้ยงจะมีเสียงที่ไพเราะกว่า และทางสมาคมฯ ก็ไม่ได้ต้องการเสียงนกจากธรรมชาติด้วย

นกปรอดหัวโขน

นกปรอดหัวโขน

เมื่อถามว่า หลังจากมีการปลดล็อกนกออกจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง และพบว่าประชากรนกในธรรมชาติมีจำนวนที่ลดลง จนต้องนำกลับเข้ามาคุ้มครอง จะมีปัญหาเรื่องการลงทะเบียนนกอีกหรือไม่ อธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวว่า อาจต้องมีการแก้กฎหมายเกี่ยวกับการลงทะเบียนให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามวันนี้ยังไม่มีผลบังคับใช้ทางกฎหมาย เพราะต้องมีการเสนอต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป เพื่อบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นทางการ ส่วนคดีการครอบครองนกปลอดหัวโขนโดยผิดกฎหมายที่ผ่านมานั้น จะไม่มีผลย้อนหลัง ต้องดำเนินคดีต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : มติคกก.ฯ เคาะ ปลดล็อก นกปรอดหัวโขน ออกจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง อนุญาตเพาะพันธุ์ได้ แต่ห้ามล่าในป่าเด็ดขาด

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...