5 พฤติกรรมทำร้ายผิวใน "หน้าหนาว" พร้อมเคล็ดลับกู้ผิวแห้งให้กลับมานุ่มชุ่มชื้น
5 พฤติกรรมที่ทำลายผิวในฤดูหนาว พร้อมเคล็ดลับดูแลผิวให้แข็งแรง
เมื่อเข้าสู่ฤดูหนาว หลายคนเริ่มสังเกตว่าผิวแห้ง ลอก คัน หรือระคายเคืองได้ง่ายกว่าปกติ สาเหตุสำคัญมาจากอากาศที่เย็นและแห้ง ซึ่งทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นเร็วกว่าฤดูอื่น ส่งผลให้ “เกราะป้องกันผิว” อ่อนแอลง หากยังมีพฤติกรรมบางอย่างร่วมด้วย ก็ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาผิวมากขึ้น
5 พฤติกรรมเสี่ยง "ทำลายผิว" ในหน้าหนาว
พฤติกรรมความเคยชินเหล่านี้ คือตัวการสำคัญที่ทำให้ผิวของคุณเสียความสมดุล:
1. อาบน้ำร้อนจัดหรืออาบน้ำนานเกินไป
แม้การอาบน้ำอุ่นจะช่วยให้ผ่อนคลาย แต่ความร้อนที่มากเกินไปจะชะล้างน้ำมันธรรมชาติ (Sebum) ที่เคลือบผิวออกไป จนผิวแห้งตึงและคันคะเยอ
2. ทำความสะอาดผิวบ่อยเกินความจำเป็น
การล้างมือหรือล้างหน้าบ่อยๆ โดยเฉพาะการใช้สบู่ที่มีค่า pH รุนแรง จะทำลายเกราะป้องกันผิวโดยไม่รู้ตัว
3. ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารระคายเคือง
สกินแคร์หรือน้ำยาซักผ้าที่มีน้ำหอมแรงๆ หรือสารเคมีเข้มข้น มีโอกาสกระตุ้นให้ผิวที่แห้งอยู่แล้วเกิดอาการแพ้หรือผื่นขึ้นได้ง่าย
4. อยู่ในที่อากาศแห้งเป็นเวลานาน
ไม่ว่าจะเป็นการอยู่กลางแจ้งที่มีลมหนาว หรือการอยู่ในห้องที่เปิดเครื่องทำความร้อน (Heater) ล้วนทำให้ผิวสูญเสียน้ำอย่างต่อเนื่อง
5. สวมเสื้อผ้าเนื้อหยาบ
การใส่เสื้อผ้าขนสัตว์หรือผ้าที่มีผิวสัมผัสสากโดยตรงกับผิวหนัง จะช่วยกระตุ้นการเสียดสีและทำให้เกิดอาการคันและผื่นแดง
พฤติกรรมเหล่านี้อาจดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่เมื่อสะสมต่อเนื่อง จะทำให้ผิวแห้ง แตก ลอก และอาจนำไปสู่ปัญหาผิวหนังอักเสบได้ โดยเฉพาะในผู้ที่อายุมากขึ้น
เคล็ดลับปกป้องผิวให้แข็งแรงในหน้าหนาว
การดูแลผิวในฤดูหนาวไม่ใช่แค่ “ทาครีมให้มากขึ้น” แต่ควรปรับวิธีดูแลผิวทั้งระบบ เพื่อช่วยเสริมเกราะป้องกันผิวให้ทำงานได้ดี
เคล็ดลับที่ช่วยได้จริง ได้แก่
- เลือกมอยส์เจอไรเซอร์เนื้อครีมหรือขี้ผึ้ง เพราะให้ความชุ่มชื้นได้ดีกว่าโลชั่นเนื้อบาง
- ทาครีมทันทีหลังอาบน้ำ ขณะผิวยังหมาด เพื่อกักเก็บน้ำไว้ในผิว
- อาบน้ำอุณหภูมิอุ่น ไม่ร้อนจัด และควรอาบวันละครั้ง หรือวันเว้นวันหากผิวแห้งมาก
- ใช้สบู่หรือครีมอาบน้ำสูตรอ่อนโยน และหลีกเลี่ยงการใช้สบู่ในบริเวณที่ไม่จำเป็น เช่น แขนและขา
- เพิ่มความชื้นในอากาศภายในบ้าน ด้วยเครื่องเพิ่มความชื้น เพื่อลดการสูญเสียน้ำจากผิว
- ดูแลจุดที่ผิวแตกเป็นพิเศษ เช่น มือและเท้า ด้วยการทาปิโตรเลียมเจลลี่และปิดคลุมไว้ข้ามคืน
ผิวแห้งไม่ใช่แค่ปัญหาด้านความสวยงาม หากปล่อยไว้โดยไม่ดูแล อาจพัฒนาเป็นผื่นผิวหนังอักเสบ และเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ โดยเฉพาะในวัยกลางคนขึ้นไป หากมีอาการคัน แดง หรือผื่นเรื้อรัง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการดูแลอย่างเหมาะสม
การดื่มน้ำให้เพียงพอเป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพโดยรวม แต่การปกป้องผิวในฤดูหนาวที่ได้ผลที่สุด คือ การเติมความชุ่มชื้นจากภายนอกอย่างสม่ำเสมอ และปรับพฤติกรรมการดูแลผิวให้เหมาะกับสภาพอากาศและวัยที่เปลี่ยนไป
แหล่งอ้างอิง