โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘อภิสิทธิ์’ มั่นใจ 3 แคนดิเดตนายกฯ ตอบโจทย์ประชาชน

ไทยโพสต์

อัพเดต 26 ธ.ค. 2568 เวลา 09.58 น. • เผยแพร่ 26 ธ.ค. 2568 เวลา 02.49 น.

'อภิสิทธิ์' ยัน 3 แคนดิเดตนายกฯ ปชป. มีอุดมการณ์-วิสัยทัศน์เดียวกัน เป็นคำตอบปชช.พ้นความจน ย้ำจุดยืนไม่ร่วมงานพรรคทุนเทา-แก้ 112

26 ธ.ค. 2568 - นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังนำว่าที่ผู้สมัคร สส.กทม. 33 เขต สักการะศาลหลักเมืองว่า วันนี้จะมีการประกาศแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์อีก 2 คน ผ่านโซเชียลมีเดีย ในเวลา 10.00 น. ซึ่งคาดว่าขณะนี้สื่อและสังคมน่าจะทราบว่าเป็นใคร ส่วนที่ใครยังเดาไม่ออกก็น่าจะเดาได้แล้ว

เมื่อถามถึงจุดขายของนายกรณ์ จาติกวณิช และนางการดี เลียวไพโรจน์ คืออะไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์ทั้งสามคนไม่ใช่ต่างคนต่างมา เรามีที่มาที่เหมือนกัน ในเรื่องความคิดและวิสัยทัศน์ทางการเมือง อีกทั้งยังเคยทำงานร่วมกันมาในโอกาสต่างๆ จึงมีความมั่นใจว่าเรามองอนาคตของประเทศที่เราอยากให้เป็น และเชื่อว่าเป็นอนาคตที่คนไทยอยากเห็น ดังนั้นการทำงานของทั้ง 3 คน จะมีลักษณะของความกลมกลืน เพราะมีโอกาสคุยกันหลายครั้ง และทำนโยบายสำหรับหาเสียงมาด้วยกัน อย่างไรก็ตามไม่ขอเปรียบเทียบกับพรรคอื่น แต่อยากอธิบายให้เห็นที่มาว่า ทั้ง 3 คนเคยทำงานร่วมกันมา จึงขอให้ประชาชนมั่นใจ เพราะมีอุดมการณ์เดียวกันและมีวิสัยทัศน์ที่ตรงกัน

ผู้สื่อข่าวถามว่า ภายหลังเปิดตัวมีกระแสในพื้นที่กรุงเทพมหานครดีขึ้นหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาเรามีโอกาสพบปะประชาชน ก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี แต่คิดว่าประชาชนคงต้องใช้เวลา 40 กว่าวันที่เหลือ ในการเปรียบเทียบและตัดสินใจ ซึ่งเราก็อยากให้เป็นเช่นนั้น เพราะเราถือว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญมาก เราไม่อยากให้ประเทศไทยติดหล่มอยู่กับสภาพเศรษฐกิจการเมืองแบบที่ผ่านมา จึงอยากให้ประชาชนพิจารณาให้ถี่ถ้วนว่าโอกาสนี้เป็นโอกาสสำคัญที่เราจะทำให้ประเทศพ้นจากสภาพนี้ ให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้า มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี เป็นสังคมที่สงบสุข และประเทศไทยกลับมาผงาดในเวทีโลกอีกครั้ง

ส่วนนอกจากแคมเปญไทยไม่ทน จะมีแคมเปญอื่นออกมาช่วงเลือกตั้งเพื่อดึงคะแนนหรือไม่นั้น หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขณะนี้เราไล่เรียงสภาพปัญหาที่สัมผัสได้จากประชาชนในเรื่องที่เขาเหนื่อย ท้อและต้องทน แต่วันนี้เป็นโอกาสที่จะพ้นจากสภาพนั้น จึงได้เปิดแคมเปญไทยหายจน ซึ่งไม่ได้หมายถึงจนเงินอย่างเดียว จากนี้ไปจะทยอยเปิดนโยบายที่จะเป็นคำตอบว่า การแก้ปัญหาความจนแต่ละด้านเป็นอย่างไร

"แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีทั้ง 3 คนของพรรคประชาธิปัตย์ เรามีความชัดเจนว่าไม่ได้มาลอยๆ แต่เราจะระบุเป้าหมาย ที่เป็นตัวชี้วัดประเมินเราได้ถ้ามีโอกาสไปทำงาน เช่น ภายใน 4 ปีเศรษฐกิจไทยต้องเติบโตอย่างน้อยร้อยละ 5 อย่างที่เราเคยทำมาในอดีต ฉะนั้นเมื่อเศรษฐกิจโต หนี้สินของภาคประชาชนปัจจุบันซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 80-90 ของรายได้ก็จะลดลงตามเหลือร้อยละ 60 เราจึงประกาศชัดว่าทั้งหมดทำได้ด้วยบ้านเมืองสุจริต หมายความว่าประเทศไทยต้องไม่ถูกจัดอยู่ในลำดับที่ 107 ในดัชนีความโปร่งใส และตัวเลขต้องสูงขึ้นอยู่ที่ประมาณ 80 เหมือนสมัยที่เราเป็นรัฐบาล ซึ่งเราจะทยอยอธิบายว่าการสร้างบ้านเมืองที่สุจริตเป็นอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเทคโนโลยี ปรับรื้อกฎหมาย หรือการเพิ่มทักษะให้กับบุคลากร ซึ่งจะเป็นคำตอบให้กับประชาชน" นายอภิสิทธิ์ ระบุ

ส่วนที่มีการใช้วาทกรรมโจมตีตอบโต้กันไปมานั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องวาทกรรม แต่เป็นความตั้งใจที่ประกาศและทำจริง

เมื่อถามว่า กรณีถูกโจมตีในเรื่องต่างๆ ทั้งเรื่องการชั่งไข่ ประชาธิปัตย์จะชี้แจงอย่างไรนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ความจริงเมื่อวานนี้ตนไม่มีการชี้แจงไปแล้ว 2-3 รายการ ไม่มีปัญหาอะไร ไม่ประสงค์ตอบโต้ต่อความ แต่เราแสดงจุดยืน สำหรับการสร้างบ้านเมืองสุจริต ซึ่งสิ่งที่เราประกาศไป คือสิ่งที่ได้รับฟังจากประชาชน จำนวนมาก ที่ต้องการเห็นบ้านเมืองหลุดพ้นจากสภาพปัจจุบัน หลังจากที่พรรคประชาธิปัตย์ ประกาศไม่จับมือกับพรรคการเมือง พรรคประชาชนก็มีการประกาศเหมือนกัน

ส่วนที่มีการคาดการณ์ว่าประชาธิปัตย์จะได้ร่วมทำงานกับพรรคส้มนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่ได้เป็นเรื่องเดียวกัน ซึ่งมีความพยายามตีความ หรือบางครั้งเป็นการยัดเยียดว่าเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ซึ่งในวันนั้นตนเป็นคนที่พูดชัดเจนในกรณีที่คนเป็นห่วงเรื่องการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เนื่องจากพรรคการเมืองต่างๆ ไม่มีใครพูดเรื่องนี้ ยกเว้นการถูกถามเรื่องกฎหมายนิรโทษกรรม ซึ่งเป็นคนละฉบับกัน ซึ่งตนพูดชัดเจนว่านโยบายที่สร้างความแตกแยก เราจะไม่สนับสนุน และร่วมกับรัฐบาลที่มีนโยบายเช่นนั้น ฉะนั้นพรรคการเมืองใดที่มีนโยบายแบบนี้เราจะไม่ร่วมอยู่แล้ว ซึ่งตนเคยพูดตั้งแต่ต้น และไม่ทราบว่าเหตุใดจึงมีความพยายาม ที่จะมายัดเยียดหรือตีความให้ในสิ่งที่ตนไม่ได้พูด

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังย้ำอีกว่า เรื่องนี้อย่าตีความ เหตุใดบ้านเมืองทุกวันนี้จึงไม่ตรงไปตรงมา สิ่งที่ตนพูดนั้นเป็นข้อเท็จจริงชัดเจน วันนี้ตนสนใจ อารมณ์ของประชาชนทั่วไป มากกว่านักวิเคราะห์หรือกูรูทางการเมือง พี่พยายามพูด ทิศทางเกมการเมือง ตนพูดอยากได้การเมืองสุจริต เคยพบการเมืองบางพรรค ที่ไม่สามารถสร้างการเมืองสุจริต ตนก็ประกาศไม่ร่วม ซึ่งมีความตรงไปตรงมาง่ายๆ ส่วนใครอยากตีความก็ตีไป แต่เชื่อว่าประชาชนอยากเห็นบ้านเมืองสุจริต

เมื่อถามถึงการที่มีความพยายามจับขั้วทางการเมือง นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า เป็นเรื่องของคนอยากจับ วันนี้เราเดินหน้าสร้างบ้านเมืองสุจริต แสดงจุดยืนที่ชัดเจน เพราะการไม่แสดงจุดยืนที่ชัดเจน จะเปิดโอกาส กลับไปสู่การเมืองที่มีข้อตกลงลับ มีข้อตกลงแล้วฉีก หรือสลับขั้วเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา เพื่อจะทำให้บ้านเมืองอยู่ที่เดิม ดังนั้นวันนี้ประกาศให้ชัด และไม่ได้สร้างปัญหาให้กับใคร และทางพรรคที่เราไม่ร่วมด้วย เขาก็บอกไม่อยากให้เราร่วมอยู่แล้ว ก็เท่านั้นเอง

ส่วนพรรคการเมืองที่อยากจะร่วมด้วยนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คือทุกพรรคที่อยากสร้างบ้านเมืองสุจริต มีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน ทำเศรษฐกิจเติบโต เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีโอกาสที่จะสามารถร่วมงานกับพรรคเพื่อไทยได้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ ย้อนถามว่า ทำไมต้องถามต่อ ตอนนี้เราพูดกันชัดเจนอยู่แล้ว ขอให้ไปถามคนอื่นที่ไม่ตอบดีกว่า นั่นถือเป็นวาทกรรม สื่อประเภทที่พูดว่า ไม่ร่วมทุนเทา แต่หันไปหันมา สุดท้ายกลับไม่มีใครเป็นทุนเทา แล้วมาจากไหนในวันนี้.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...