“ตลาดหุ้นสหรัฐ” บวก 3 ปีติด แต่ปี 2569 อาจไม่ง่าย ลุ้นกำไร-เฟด-AI หนุนพร้อมกัน
"ตลาดหุ้นสหรัฐ" บวก 3 ปีติด แต่ปี 2569 อาจไม่ง่าย นักกลยุทธ์ชี้ต้องอาศัยกำไรบริษัทที่กระจายตัว เฟดคงท่าทีผ่อนคลาย และความเชื่อมั่นต่อการลงทุน AI
วันที่ 25 ธันวาคม 2568 เวลา 03.07 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ตลาดหุ้นสหรัฐกำลังจะปิดฉากปีที่ 3 ติดต่อกันด้วยผลตอบแทนระดับสองหลักเป็นเปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ดีการจะเห็นปีที่สี่ซึ่งโดดเด่นไม่แพ้กันในปี 2569 อาจไม่ใช่เรื่องง่าย โดยต้องอาศัยกำไรบริษัทที่แข็งแกร่ง ท่าทีผ่อนคลายของธนาคารกลางสหรัฐ และการใช้จ่ายด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ยังคงแรงต่อเนื่อง
ภาวะตลาดกระทิงของหุ้นสหรัฐที่เริ่มขึ้นตั้งแต่เดือนตุลาคม 2565 ได้แรงขับเคลื่อนจากความคาดหวังต่อ AI การปรับลดอัตราดอกเบี้ย และเศรษฐกิจที่ยังเติบโตได้แม้มีความกังวลเรื่องภาวะถดถอย ตลอดปีที่ผ่านมา ตลาดผันผวนอย่างหนัก โดยหุ้นเคยร่วงแรงหลังรัฐบาลทรัมป์ประกาศมาตรการภาษีศุลกากรที่แรงกว่าคาดในเดือนเมษายน อย่างไรก็ดี ดัชนีอ้างอิงอย่าง S&P 500 ปรับขึ้นแล้วกว่า 17% ในปี 2025 (ณ เวลาที่ยังเหลือวันซื้อขายไม่กี่วัน) หลังจากเพิ่มขึ้น 23% ในปี 2024 และ 24% ในปี 2566
แซม สโตวอลล์ หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุนของ CFRA กล่าวว่า สำหรับการจะได้ผลตอบแทนระดับสองหลักอีกปีหนึ่ง ตลาดจำเป็นต้องมีทุกอย่างเดินหน้าไปพร้อมกัน พร้อมประเมินว่าแม้ปี 2569 อาจออกมาดีกว่าคาด แต่ไม่น่าจะเป็นปีที่ยอดเยี่ยมอีกครั้ง โดยเขาตั้งเป้าดัชนีสิ้นปี 2569 ไว้ที่ 7,400 จุด หรือเพิ่มขึ้นราว 7% จากระดับปัจจุบัน อย่างไรก็ดี นักกลยุทธ์จำนวนมากยังมองบวกต่อปี 2569 โดยบางสำนักคาดว่าดัชนีจะให้ผลตอบแทนเกิน 10% เช่น Deutsche Bank ที่ตั้งเป้าไว้ที่ 8,000 จุด หรือสูงกว่าปัจจุบันราว 16%
กำไรและ AI จะหนุนตลาดได้หรือไม่?
ฝ่ายมองบวกชี้ไปที่แนวโน้มกำไรของบริษัทจดทะเบียนสหรัฐ โดยกำไรของบริษัทใน S&P 500 คาดว่าจะเพิ่มขึ้นมากกว่า 15% ในปี 2569 ต่อเนื่องจากการเติบโต 13% ในปี 2568 ตามข้อมูลของ LSEG การเติบโตของกำไรคาดว่าจะกระจายไปยังบริษัทในวงกว้างขึ้น จากแรงหนุนของมาตรการกระตุ้นการคลังและนโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย มากกว่าจะกระจุกตัวอยู่เพียงยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีไม่กี่ราย
กลุ่มเมกะแคปที่เรียกว่า “Magnificent Seven” ซึ่งรวมถึง Nvidia, Apple และ Amazon มีกำไรเติบโตถึง 37% ในปี 2567 เทียบกับ 7% ของบริษัทอื่นในดัชนี อย่างไรก็ตาม ช่องว่างดังกล่าวคาดว่าจะลดลงในปี 2569 โดย Mag 7 คาดว่ากำไรจะโต 23% เทียบกับ 13% สำหรับหุ้นที่เหลือ
คริสตินา ฮูเปอร์ นักกลยุทธ์ตลาดของ Man Group กล่าวว่า หากกำไรของบริษัทอีก 493 ตัวในดัชนีปรับดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก็จะช่วยหนุนให้ตลาดมีโอกาสทำผลตอบแทนสองหลักได้ อย่างไรก็ดี นักลงทุนเห็นพ้องว่าการเติบโตของกำไรเป็นปัจจัยสำคัญ เพราะมูลค่าหุ้น (valuation) อยู่ในระดับสูงและขยายต่อได้ยาก
ความตื่นเต้นต่อ AI ทั้งการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและอุปสงค์การใช้งาน เป็นแรงหนุนต่อมูลค่า แต่ช่วงหลังเริ่มมีคำถามต่อผลตอบแทนจากการลงทุน ซึ่งกดดันหุ้นเทคโนโลยีและหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI และอาจยังเป็นธีมสำคัญในปี 2569 หากบริษัทลดการใช้จ่ายลงทุน (capex) และตลาดสูญเสียความเชื่อมั่นต่อผลตอบแทนจาก AI ปีหน้าอาจออกมาทรงตัวหรืออ่อนตัวเล็กน้อย
เฟดผ่อนคลาย สัญญาณประวัติศาสตร์ที่หลากหลาย และตัวแปรไม่คาดคิด
อีกปัจจัยสำคัญคือเศรษฐกิจต้องชะลอลงพอที่จะทำให้เงินเฟ้อเย็นลงและเปิดทางให้ลดดอกเบี้ยต่อ โดยไม่เข้าสู่ภาวะถดถอย ตลาดฟิวเจอร์สดอกเบี้ยคาดว่าจะมีการลดดอกเบี้ยอย่างน้อยสองครั้งในปี 2569 หลังจากลดไปแล้วรวม 1.75% ในปี 2567-2568
นักลงทุนจับตาการแต่งตั้งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ คนใหม่ในต้นปี 2569 ว่าจะส่งสัญญาณความผ่อนคลายมากขึ้นหรือไม่ ขณะที่ข้อมูลในอดีตให้ภาพผสม ด้านบวกคือจากตลาดกระทิง 7 รอบนับตั้งแต่ปี 1950 ปีที่สี่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 12.8% และบวกใน 6 จาก 7 ครั้ง แต่ในปีเลือกตั้งกลางเทอม สหรัฐฯ มักให้ผลตอบแทนต่ำกว่า โดย S&P 500 เพิ่มขึ้นเฉลี่ยเพียง 3.8% เทียบกับ 11% ในปีอื่นของวาระประธานาธิบดี
นอกจากนี้ยังมีตัวแปรนอกสมกา อีกมาก เช่น ความสัมพันธ์สหรัฐ–จีน ซึ่งอาจเป็นปัจจัยชี้นำตลาดในปี 2569 ได้ หากเกิดความคืบหน้าเชิงบวกระหว่างสองเศรษฐกิจใหญ่ อาจกลายเป็นแรงหนุนที่ตลาดยังไม่ได้นำมาคาดการณ์ไว้
อ้างอิง : reuters.com