Krungthai CIO ประเมิน 3 ฉากทัศน์ ก่อนเฟดประชุม 10 ธ.ค. 68 แนะลงทุนทองคำ
The Bangkok Insight
อัพเดต 03 ธ.ค. 2568 เวลา 11.21 น. • เผยแพร่ 03 ธ.ค. 2568 เวลา 11.21 น. • The Bangkok InsightKrungthai CIO ประเมินท่าทีเฟดก่อนประชุม 10 ธ.ค. 2568 ชี้ดอกเบี้ยสหรัฐ ใกล้ถึงจุดเปลี่ยน อาจกดดันตลาดระยะสั้น พร้อมจำลอง 3 ฉากทัศน์ผลกระทบต่อตลาดเงิน-ตลาดทุน แนะนักลงทุนจัดพอร์ตแบบยืดหยุ่น เน้นสมดุลหุ้นเติบโต-หุ้นมั่นคง และเพิ่มสินทรัพย์ทางเลือกอย่างทองคำ
ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน ธนาคารกรุงไทย (Krungthai Chief Investment Office) วิเคราะห์ตลาดและการลงทุน ประจำเดือนธันวาคม 2568 ว่า ตลาดการเงินทั่วโลกจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ ในวันที่ 10 ธ.ค. ซึ่งจะมีการเผยแพร่ Dot Plot ชุดใหม่ สะท้อนทิศทางดอกเบี้ยปีหน้า ขณะที่ตลาดคาดโอกาสการลดดอกเบี้ยในเดือนธ.ค.มากกว่า 80% หลังประธานเฟดสาขานิวยอร์ก John Williams ส่งสัญญาณเชิงผ่อนคลาย
อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการเฟดหลายรายยังแสดงท่าทีไม่ชัดเจน เนื่องจากข้อมูลเศรษฐกิจที่จำเป็นต่อการประเมินยังไม่ครบถ้วน จากผลของการชัตดาวน์ภาครัฐที่ยืดเยื้อในสหรัฐ ทำให้นักลงทุนต้องติดตามความไม่แน่นอนอย่างใกล้ชิด
Krungthai CIO ประเมิน 3 ฉากทัศน์ประชุมเฟด
ฉากทัศน์ที่ 1 คาดเฟดจะ ลดดอกเบี้ย ในเดือนธ.ค. และลดต่อเนื่องในปี 2569 ขณะที่ Dot Plot น่าจะคงระดับ Terminal Rate ไว้ราว 3.0% หากเป็นไปตามนี้ ดอลลาร์ มีแนวโน้มทรงตัว ผลตอบแทนพันธบัตรปรับลดลงเล็กน้อย และตลาดหุ้นอาจไม่ได้รับแรงหนุนมากนัก เนื่องจากเป็นภาพที่ตลาดคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้ว
ฉากทัศน์ที่ 2 เฟด เลื่อน การลดดอกเบี้ยออกไป เป็นเดือนม.ค. 2569 แม้ Dot Plot จะไม่เปลี่ยนแปลง แต่ตลาดอาจตีความเชิงเข้มงวดมากขึ้น ส่งผลให้ดอลลาร์ แข็งค่ากดดันเงินบาทให้อ่อนลงราว 0.15-0.20 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่ Bond Yield สหรัฐ มีโอกาสขยับขึ้นอีก 0.10-0.15% และอาจสร้างแรงกดดันต่อตลาดหุ้นในระยะสั้น
ฉากทัศน์ที่ 3 เฟดส่งสัญญาณคุมเข้มผ่าน Dot Plot พร้อมปรับเพิ่ม Terminal Rate ให้สูงกว่า 3.0% ซึ่งจะหนุนดอลลารNแข็งค่าอย่างชัดเจน กดดันให้เงินบาทอ่อนลง 0.30-0.50 บาทต่อดอลลาร์ Bond Yield มีโอกาสพุ่งขึ้น 0.30-0.50% และตลาดหุ้นอาจเผชิญแรงขาย โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มที่อ่อนไหวต่อดอกเบี้ย เช่น กลุ่มเทคโนโลยีที่เสี่ยงต่อการปรับฐานมากที่สุด ซึ่งความไม่แน่นอนของผลประชุมเฟด นักลงทุนอาจเผชิญความผันผวนของตลาด และหากผลประชุมออกมาไม่ตรงกับฉากทัศน์ฐาน ตลาดอาจเกิดแรงขายทำกำไรได้
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน Krungthai CIO แนะกลยุทธ์การลงทุนแบบยืดหยุ่น มองว่า ตลาดกำลังปรับสมดุลระหว่างหุ้นเติบโตกับหุ้นกลุ่มมั่นคง (Defensive) จึงเหมาะกับการจัดพอร์ตแบบBarbell ที่เน้นทั้งสองฝั่งพร้อมกัน
- หุ้นเติบโต ได้แรงหนุนจากเมกะเทรนด์ด้าน AI แม้กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูงจะเผชิญการแข่งขันรุนแรง
- หุ้นกลุ่มมั่นคง อย่าง Healthcare มีแนวโน้มกำไรที่มั่นคง แรงกดดันด้านกฎระเบียบลดลงและระดับ Valuation ต่ำกว่ากลุ่มอื่น
นอกจากนี้ ยังมองบวกต่อหุ้น เกาหลีใต้ จากวัฏจักรขาขึ้นของชิปหน่วยความจำที่ได้รับแรงสนับสนุนจากดีมานด์ AI จนถึงปี 2570และ ตลาดอินเดีย ที่ยังมีศักยภาพเติบโตสูง แม้มีประเด็นภาษีนำเข้าส่วน ยุโรป หุ้นกลุ่มธนาคารได้รับอานิสงส์จากการสิ้นสุดวัฏจักรลดดอกเบี้ยของ ECB ช่วยผ่อนแรงกดดันต่อส่วนต่างอัตรากำไรดอกเบี้ยสุทธิ (NIM)
ในช่วงความไม่แน่นอนสูง Krungthai CIO แนะนำ กองทุนผสม พร้อมกระจายความเสี่ยงไปยังสินทรัพย์ทางเลือก เช่น ทองคำ และ REIT ไทย เพื่อเสริมความมั่นคงและเสถียรภาพของพอร์ตในระยะถัดไป
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- แนวโน้มราคาทองวันนี้ 3 ธ.ค. 'ทองโลก' ปรับตัวลงระยะสั้น จับตาประชุมเฟด ลุ้นลดดอกเบี้ิย
- 'เฟด' เข้าสู่ช่วง 'งดแสดงความเห็น' ก่อนประชุมนโยบายการเงิน 9-10 ธ.ค.
- 'ประธานเฟด' ส่งสัญญาณ พร้อม 'ลดดอกเบี้ย' หากข้อมูลเศรษฐกิจสนับสนุน
ติดตามเราได้ที่