โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

‘ฮ่องกง’ เปิดแผน ‘วีซ่า’ ใหม่ หวังดึงดูดชาวต่างชาติ-แก้ปัญหาสมองไหล

The Bangkok Insight

อัพเดต 20 ต.ค. 2565 เวลา 06.58 น. • เผยแพร่ 20 ต.ค. 2565 เวลา 06.58 น. • The Bangkok Insight

ฮ่องกงประกาศแผนวีซ่าใหม่ หวังดึงดูดชาวต่างชาติที่มีรายได้สูง ในช่วงที่ฮ่องกงเผชิญปัญหาสมองไหล และเสี่ยงต่อการสูญเสียตำแหน่งศูนย์กลางการเงินระหว่างประเทศ

นายจอห์น ลี หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหารเกาะฮ่องกง แถลงว่า ภายใต้มาตรการวีซ่าใหม่ Top Talent Pass Scheme จะเปิดทางให้ชาวต่างชาติที่มีรายได้ 2.5 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือราว 12 ล้านบาทต่อปี หรือมากกว่านั้น และเป็นผู้จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก ให้เข้ามาทำงาน หรือหางานในฮ่องกงเป็นเวลา 2 ปี โดยมีมาตรการจูงใจทางภาษี และอำนวยความสะดวกในการจ้างงานคนกลุ่มนี้มากขึ้น เพื่อดึงดูดแรงงานทักษะสูงให้เข้ามาทำงานในฮ่องกง

นอกจากนี้ ชาวต่างชาติในฮ่องกง ซึ่งเป็นผู้ซื้อบ้านรายใหม่จะได้รับเงินภาษีคืนบางส่วนสำหรับการซื้อบ้านหลังแรก เมื่อพวกเขาเป็นผู้พำนักถาวรแล้ว

แผนวีซ่าใหม่ดังกล่าว เกิดขึ้นหลังในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีชาวฮ่องกงนับแสนคน พากันย้ายออกจากบ้านเกิด เนื่องจากมาตรการปราบปรามผู้เห็นต่างทางการเมือง เสรีภาพของประชาชนที่ถูกลดทอนลงไป อันเป็นผลมาจากกฎหมายความมั่นคงฉบับใหม่ และมาตรการควบคุมการระบาดของโควิด-19 ที่เข้มงวดของฮ่องกง

"เราต้องมีมาตรการเชิงรุก และเข้มข้นมากขึ้น ในการแข่งขันเพื่อองค์กร และเฟ้นหาแรงงานมีทักษะ นอกเหนือจากการรักษาแรงงานท้องถิ่นที่มีอยู่"

ที่ผ่านมา ผู้บริหารสูงสุดของฮ่องกง เจอกระแสกดดันในการปรับปรุงบทบาทของฮ่องกง ให้ยังคงเป็นศูนย์กลางภาคธุรกิจ และการเงินชั้นนำอย่างต่อเนื่อง หลังเผชิญภาวะสมองไหล จนเกิดความกังวลว่าแรงงานที่มีทักษะสูงเหล่านี้ จะย้ายไปอยู่ศูนย์กลางการเงินอื่นที่เป็นคู่แข่งของฮ่องกง อย่างสิงคโปร์และดูไบ โดยนายลีตั้งเป้าที่จะจ้างแรงงานที่มีทักษะราว 35,000 คน ต่อปี

สำนักงานสถิติแห่งชาติ ของฮ่องกง เปิดรายงานเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาว่า นับถึงช่วงกลางปีนี้ ฮ่องกงมีประชากรลดลงจากปีที่แล้ว 1.6% หรือราว 113,200 คน ถือเป็นตัวเลขประชากรที่ลดลงมากที่สุด นับตั้งแต่ฮ่องกงเริ่มเก็บข้อมูลสำมะโนประชากรในช่วง 60 ปีที่ผ่านมา

การเคลื่อนไหวดังกล่าวยังเกิดขึ้น หลังเมื่อเดือนที่แล้ว สิงคโปร์ครองแชมป์ในการจัดอันดับศูนย์กลางทางการเงินโลกแทนที่ฮ่องก และเมื่อเดือนสิงหาคม รัฐบาลสิงคโปร์ออกเกณฑ์วีซ่าทำงาน 5 ปี ให้แก่ผู้ที่รายได้อย่างน้อย 30,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ต่อเดือน โดยผู้ถือวีซ่าประเภทนี้ จะสามารถสมัครทำงานหลายบริษัทพร้อมกันได้ และยังเปิดโอกาสให้พาคู่สมรสเข้ามาทำงานในสิงคโปร์ได้ด้วย

นายลี ย้ำว่า ฮ่องกงยังคงมี "ดีเอ็นเอ" ที่แข็งแกร่ง สำหรับการแข่งขัน เนื่องจากมีจุดแข็งจากที่ตั้งในเชิงภูมิศาสตร์ ประชากร การศึกษา และแรงงาน ซึ่งทำให้ฮ่องกงเป็นศูนย์กลางการเงิน การขนส่งสินค้า การค้าของโลก รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวที่มีการผสมผสานระหว่างตะวันตกและตะวันออก และรัฐบาลอยู่ระหว่างการพัฒนาให้ฮ่องกงเป็นศูนย์กลางด้านไอที

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...