โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

เพิ่มคุณภาพไม้ดอกไม้ประดับ พืชผัก และผลไม้ ด้วยดินปลูกใบก้ามปู+มูลไส้เดือนตรา “OK”

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 12 ต.ค. 2565 เวลา 10.00 น. • เผยแพร่ 14 ต.ค. 2565 เวลา 21.00 น.

ในวงการไม้ดอกไม้ประดับนิยมใช้ดินที่มีส่วนผสมของพืชและสัตว์เพราะมีธาตุอาหารที่ครบถ้วน มีความโปร่ง ร่วน และอุ้มน้ำได้ดี ต่อมาพบว่าใบก้ามปูมีธาตุไนโตรเจนสูงนำมาหมักร่วมกับมูลสัตว์ แล้วผสมกับดินเพื่อทำเป็นดินปลูกต้นไม้ ช่วยให้พืชเจริญเติบโต สมบูรณ์ เป็นดินใบก้ามปู

คุณสมพงศ์ อากาศโชติ ชาวนครศรีธรรมราช อดีตนักพัฒนาชุมชนและพัฒนาการอำเภอ กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ปัจจุบัน เป็นข้าราชการบำนาญ มองเห็นประโยชน์ใบก้ามปูจึงนำมาหมักกับมูลสัตว์เป็นปุ๋ยหมักผสมกับมูลไส้เดือนร่วมกับขุยมะพร้าวและแกลบผลิตเป็นดินปลูกตรา “OK” เหมาะกับใช้ปลูกไม้ดอกไม้ประดับ พืชผัก ไม้ผล ช่วยให้เจริญงอกงาม ออกดอกผลสมบูรณ์

คุณสมพงษ์ในวัย 64 ปี ทำกิจกรรมทางการเกษตรหลายอย่าง ทั้งเลี้ยงวัว ปลูกพืช ถึงตอนนี้ยังทำอยู่ตามกำลังที่ตัวเองทำได้ ปัจจุบันเปิดร้านขายต้นไม้ที่มีไม้ดอกไม้ประดับ และไม้มงคลหลายชนิด การทำอาชีพของคุณสมพงษ์มีหลักคิดการสร้างรายได้เพียงพอต่อการเลี้ยงชีพ ยึดหลักพึ่งตนเอง ทำกิจกรรมอาชีพให้มีความหลากหลายต่อเนื่องสอดคล้องเชื่อมโยงกัน ไม่จำเป็นต้องมีขนาดใหญ่โตหรือซับซ้อน ควรทำตามกำลัง ต้องเป็นทั้งผู้ผลิตและขายเอง เพื่อป้องกันหากมีปัญหาเศรษฐกิจจะได้ไม่กระทบเดือดร้อน

ส่วนการนำใบก้ามปูมาหมักกับมูลสัตว์แล้วไปผสมกับมูลไส้เดือนเป็นดินปลูก คุณสมพงษ์ เล่าว่า ช่วงแรกที่ทำดินปลูกต้นไม้สำหรับใช้กับต้นไม้ประดับที่ร้านของตนเองนั้นมีความสงสัยว่ามีใบไม้หรือพืชอะไรที่นำมาผสมกับดินแล้วจะเพิ่มธาตุอาหาร พอรู้มาว่าใบก้ามปูมีไนโตรเจนมากและเป็นประโยชน์กับพืชจึงหาข้อมูลเพิ่ม

กระทั่งมาเจอเรื่องปลูกต้นจามจุรีในหนังสือเทคโนโลยีชาวบ้านที่มีชาวบ้านปลูกแถวฉะเชิงเทราเพื่อขายใบไปผลิตปุ๋ยจึงโทรศัพท์ไปคุย ได้รับคำแนะนำให้ปลูกเพราะเป็นไม้ที่ทนน้ำ ปลูกง่าย ดังนั้น จึงเปลี่ยนจากสวนปาล์มมาปลูกต้นจามจุรีมีพื้นที่รวม 6 ไร่ ปลูกระยะห่าง 3 เมตร ได้จำนวนปลูกประมาณ 250 ต้น

ต้นจามจุรี ต้นฉำฉา ต้นก้ามปู คือไม้ยืนต้นที่คุณสมพงษ์ปลูกไว้เมื่อ 6 ปี เพื่อนำใบก้ามปูมาหมักร่วมกับมูลวัว จนเกิดเป็นปุ๋ยหมักแล้วนำมาเลี้ยงไส้เดือน เพื่อนำมูลไส้เดือนมาผสมเป็นดินปลูก ไปใส่ต้นไม้ที่ปลูกขายในร้าน และบรรจุใส่ถุงขาย พร้อมทั้งยังขายเฉพาะไส้เดือนคุณภาพอย่างเดียวด้วย

การผลิตดินปลูกใบก้ามปูผสมมูลไส้เดือนเริ่มจากใช้ใบก้ามปูที่หล่นจากต้นกับมูลวัวแห้งนำมาเข้าเครื่องย่อย แล้วเข้าสู่กระบวนการหมักอัตราส่วนผสมปุ๋ยหมักใช้มูลวัว 1 กระสอบกับใบก้ามปู 3 กระสอบ แต่ละกองหมักจะมีปริมาณ 500-1,000 กิโลกรัม คุณสมพงษ์ชี้ว่า ปกติจากเดิมถ้านำมูลวัวกับใบก้ามปูมาหมักจะใช้เวลาประมาณ 4 เดือน มันช้าไปจึงนำวัตถุดิบทั้งสองมาเข้าเครื่องย่อยก่อนหมักเพื่อร่นเวลาให้เหลือเพียง 15 วัน ทั้งนี้ ระหว่างหมักต้องหมั่นรดน้ำและพรวนกองโดยใช้รถพรวนเพื่อความสะดวก รวดเร็ว

หลังจากหมักครบ 15 วัน ใช้นิ้วจุ่มดูว่าหายร้อนแล้วให้นำไปใส่ภาชนะสำหรับเลี้ยงไส้เดือนพันธุ์ AF เป็นชั้นแคร่ที่ใช้กระเบื้องหลังคาแบบลอนวางเป็นพื้นแทนการเลี้ยงในกะละมัง แต่ละชั้นที่ใช้เลี้ยงใส่ปุ๋ยหมักจำนวน 10 กระสอบ ไส้เดือน 10 กิโลกรัม ในขั้นตอนนี้ ใช้รำเป็นอาหารเสริม โดยใส่ 5-7 วันต่อครั้ง แล้วพบว่าเลี้ยงแบบนี้ช่วยให้ประชากรไส้เดือนเจริญเติบโตสมบูรณ์ มีขนาดใหญ่ขึ้นเนื่องจากไส้เดือนได้อาหารที่มีคุณภาพ ได้กินเต็มที่ ภายใน 3 สัปดาห์พบว่าอาหารหมดเกลี้ยง จึงทำให้ขายไส้เดือนสดราคากิโลกรัมละ 400 บาท

ระหว่างเลี้ยงไส้เดือนต้องรดน้ำเพื่อให้ดินมีความชุ่มชื้น และควรมีความพอดีไม่มากหรือน้อยไปเพราะมีผลต่อการเจริญเติบโตของไส้เดือน ใช้วิธีสังเกตแบบชาวบ้านด้วยตาให้ดูจากสีดินที่เป็นตัวบ่งบอกความเหมาะสมของน้ำ ถ้าหากดินมีสีขาวแสดงว่าขาดน้ำหรือน้ำน้อยไป แต่ถ้าเป็นสีดำหรือน้ำตาลแสดงว่าดินยังชุ่มน้ำอยู่ ขณะเดียวกัน ก่อนอาหารหมดคะเนสัก 4 วันจะงดให้น้ำเพราะต้องการให้มูลไส้เดือนร่อนในตะแกรงได้ง่าย แต่ทั้งนี้ไม่ถึงกับหยุดน้ำทันทีแต่จะรดน้ำพอหมาดเพื่อต้องการรักษาความสมบูรณ์ของตัวไส้เดือนด้วย

ดินปลูกที่บรรจุใส่ถุงขายมีด้วยกัน 3 ขนาด คือ 1. ขนาดถุงละ 4 กิโลกรัมราคา 20 บาท 2. ขนาดถุง 5.5 กิโลกรัมราคา 25 บาท และ 3. ขนาด 7.5 กิโลกรัมราคา 35 บาท ในกรณีที่ต้องการซื้อแบบขายส่งมีราคาขายเป็นส่วนลด ทั้งนี้ มีขายเฉพาะหน้าร้านเท่านั้น ไม่ได้จัดส่งให้ เนื่องจากทำเพียงคนเดียวจึงไม่ต้องการผลิตมาก ทำพอขาย ดังนั้น ลูกค้าที่ต้องการซื้อทุกรายต้องสั่งล่วงหน้า

“ลูกค้าส่วนมากอยู่ในเมืองนครศรีธรรมราช จะซื้อไปปลูกต้นไม้ตามสถานที่หลายแบบทั้งที่อยู่อาศัย สถานที่ราชการ บริษัท ร้านค้า นอกจากนั้น ยังมีชาวสวนผลไม้กับชาวสวนที่ปลูกพืชผักก็นิยมมาซื้อ เพราะต่างบอกว่าดินปลูกตรา OK ช่วยให้พืช ผัก ผลไม้เจริญงอกงามสมบูรณ์แข็งแรง ทำให้ใบเขียว การเจริญเติบโตดีมาก”

อย่างที่บอกคุณสมพงษ์มีหลักคิดเรื่องการประกอบอาชีพแบบพอเพียง ฉะนั้นการผลิตดินปลูกจึงไม่ได้จ้างแรงงาน มีเพียงรถไถคูโบต้าคู่ใจที่เป็นผู้ช่วยสำคัญเพียงอย่างเดียว มีความแข็งแรง ไม่งอแงหรือต่อรองค่าแรงเลย จะติดตั้งบุ้งกี๋ไว้ด้านหน้า ส่วนด้านหลังใช้เป็นโรตารี่หมุนปั่นบดดินและวัสดุปลูกทุกชนิด ส่วนแรงงานจะจ้างเฉพาะช่วงบรรจุใส่ถุงเท่านั้น

ร้านขายต้นไม้ของคุณสมพงษ์ชื่อว่า ร้าน ส.อุดมทรัพย์ มีขนาด 2 ห้อง ห้องแรกมีพื้นที่ 20 ตารางเมตร กับอีกห้องมีพื้นที่ 60 ตารางเมตร เรียกว่ากว้างขวางเลยเชียว ทั้งยังตั้งอยู่ย่านชุมชนที่ตลาดลลีวัฒนา ถนนพัฒนาการคูขวาง ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช โทรศัพท์ 087-894-1881 ร้านนี้ขายกระถางปลูกด้วย เป็นกระถางที่คุณสมพงษ์ผลิตเองใช้หินฝุ่นเป็นวัสดุผลิตกระถางที่ช่วยให้มีความแข็งแรง ทนทาน ประเภท/ขนาดกระถางปูนมีทั้งแบบทรงกลมและเหลี่ยม โดยแบบทรงกลมมี 2 ขนาด คือปากกว้าง 30 กับ 40 เซนติเมตร กับแบบเป็นสี่เหลี่ยมคางหมูมีขนาด 25 กับ 40 เซนติเมตร แล้วยังมีขนาดทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส

คุณสมพงษ์ทำอาชีพนี้มากว่า 10 ปี ฝากว่าต้องเป็นทั้งผู้ผลิตและเป็นพ่อค้า คือ “ผลิตได้ ขายเป็น” อาชีพในชุมชนมีมากมาย ก่อนทำขอให้คิดอย่างเป็นระบบให้เกื้อกูลกันทำแล้วก่อให้เกิดรายได้ ทำด้วยใจรักและรับผิดชอบต่อสังคม

สำหรับแฟนๆ นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน หากต้องการนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านรายปักษ์ ส่งตรงถึงบ้าน รวดเร็วทันใจอ่านได้ในทุกๆ 15 วัน สามารถสมัครสมาชิกได้ที่ คลิกลิ้ง https://shorturl.asia/0zJwQ - Line: @matichonbook หรือ สำนักพิมพ์มติชน เลขที่ 12 ถนนเทศบาลนฤมาล หมู่บ้านประชานิเวศน์ 1 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900 ติดต่อฝ่ายขาย 02-589-0020 ต่อ 3354

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...