เปิดตำนานนาค จากนิทาน-ความเชื่อ สู่เอกลักษณ์ชาติไทย
เปิดตำนานนาค จากนิทาน-ความเชื่อ สู่เอกลักษณ์ชาติไทย
ขึ้นแท่น เอกลักษณ์ชาติไทย ประเภท สัตว์ในตำนาน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับ นาค หลังมติ ครม.ไฟเขียวเมื่อ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ตามที่กระทรวงวัฒนธรรมเป็นแม่งานในการนำเสนอ
เหตุและผลตามถ้อยแถลงของ รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คือ การเป็น คติความเชื่อ ที่ปรากฏในสังคมไทยมาอย่างยาวนาน เกี่ยวพันกับวิถีชีวิตสะท้อนถึงตำนานและความเชื่อมาแต่อดีต สื่อออกมาผ่านทางขนบธรรมเนียมประเพณี ศิลปวัฒนธรรม พิธีกรรมต่างๆ มาจนถึงปัจจุบัน
สำหรับจุดมุ่งหมายในการประกาศ เชิงสัญลักษณ์ เพื่อสร้างให้เกิดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์ และวัฒนธรรมของชาติ อีกทั้งยังเป็นการต่อยอดเป็นซอฟต์เพาเวอร์ในการนำทุนวัฒนธรรมมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและนำรายได้เข้าประเทศ
แม้จะยัง ชวนงง ในประเด็นการต่อยอดเป็น ซอฟต์เพาเวอร์ ซึ่งถูกใช้จนเกร่อ อีกทั้งยังถูกตั้งคำถามว่าการนำ นาค ซึ่งไม่ได้มีเฉพาะในไทยมาใช้ภายใต้คำว่า เอกลักษณ์ นั้น เหมาะสมหรือไม่ แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า นาค มีบทบาทสูงยิ่งในดินแดนนี้มาแต่ครั้งโบราณกาล
แต่ที่น่าสนใจ ใส่ใจ และตระหนักในใจมากไปกว่านั้น คือ นาค ไม่ได้โลดแล่นเพียงในความรับรู้ของคนไทย หากแต่เป็น สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ ของชาวอุษาคเนย์ หรือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะกลุ่มชนสองฟากแม่น้ำโขง ตั้งแต่ตอนใต้ของมณฑลยูนนานลงมาจนถึงปากแม่น้ำโขงในเขตเขมรกับญวน ถึงขนาดมี ลัทธิบูชานาค โดยเชื่อกันว่า นาค เป็นผู้บันดาลให้เกิดแม่น้ำลำคลอง เกิดความอุดมสมบูรณ์ และอาจบันดาลให้เกิดภัยพิบัติได้ เช่น ทำให้เกิดน้ำท่วม บ้านเมืองล่มจม
สุจิตต์ วงษ์เทศ ผู้ก่อตั้งนิตยสารศิลปวัฒนธรรม และเจ้าของผลงานหนังสือเล่มสุดฮิตเกี่ยวกับนาค ได้แก่ นาคในประวัติศาสตร์อุษาคเนย์ และนาคมาจากไหน ให้ข้อมูลว่า นาค เป็น สัญลักษณ์ของศาสนาดั้งเดิม กล่าวคือ ระบบความเชื่อหรือศาสนาดั้งเดิมของกลุ่มชนในภูมิภาคนี้ โดยเฉพาะตั้งแต่หนองแส ลงมาถึงลุ่มแม่น้ำโขง เป็นลัทธิที่เกี่ยวกับการ บูชางู ที่เรียกกันภายหลังว่า นาค ซึ่งเชื่อกันว่า สามารถบันดาลให้เกิดแม่น้ำ หนอง บึง ภูเขา และแหล่งที่อยู่อาศัย
นาค ในอุษาคเนย์มีที่อยู่ใต้ดิน เรียกว่าบาดาล หรือนาคพิภพ ครั้นวัฒนธรรมอินเดียโดยเฉพาะพราหมณ์กับพุทธแพร่หลายเข้ามา ก็มีนาคชุดใหม่อยู่บนฟ้าตามคติอินเดีย ลัทธิบูชานาคก็ได้ผสมเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของลัทธิศาสนาที่เข้ามาใหม่
นอกจากนี้ ยังมีตำนานที่บอกเล่าว่า แม่น้ำโขง เกิดจากนาคต่อสู้กัน ดังปรากฏใน ตำนานเมืองสุวรรณโคมคำ ซึ่งเล่าถึงการวิวาทของนาคที่หนองแส ในมณฑลยูนนาน ทางภาคใต้ของจีน ระหว่างหนีตาย ทำให้เกิดการคุ้ยควักแผ่นดินที่ผ่านไปเป็นร่องน้ำ แล้วกลายเป็น แม่น้ำโขง ที่ซับซ้อนไปกว่านั้น คือ ความสัมพันธ์ที่ นาค มีต่อมนุษย์ในฐานะ บรรพบุรุษ โดยมักแสดงสัญลักษณ์เป็นเพศหญิงหรือตัวเมีย เรียกว่า นางนาค
นางนาคเป็นสัญลักษณ์ของผู้หญิงพื้นเมือง ที่เป็นแม่ผู้ให้กําเนิดชีวิตและเป็นเจ้าแม่ผู้ถือครองแผ่นดินและน้ำให้ความอุดมสมบูรณ์แก่มนุษย์ มีนิทานทั้งของอินเดียใต้และของบ้านเมืองต่างๆ ในภูมิภาคอุษาคเนย์ยกย่องว่านางนาคเป็นบรรพบุรุษของตน โดยเฉพาะตำนานของอาณาจักรจามปา และอาณาจักรฟูนันในเวียดนาม ตำนานของอาณาจักรกัมพูชาในเขมร ล้วนระบุว่านางนาคเป็นเจ้าแม่ครองแผ่นดินอยู่ก่อน ภายหลังจึงมีพราหมณ์จากเมืองไกลมาสมสู่เป็นผัวนางนาคจนได้สร้างบ้านแปลงเมืองขึ้น ในเมืองไทยเองก็มีนิทานเรื่องพระร่วงกษัตริย์แคว้นสุโขทัยเป็นลูกนางนาค รวมทั้งนิทานแถบโยนก-ล้านนาอีกหลายเรื่องจะเกี่ยวข้องกับนางนาค สุจิตต์เล่า
ยังไม่นับมีนิทานประจำนครธม ในกัมพูชา ที่บอกว่า นางนาคเป็นเจ้าแม่ผู้ถือครองปราสาทนครธมและเป็นเจ้าแผ่นดินทั้งราชอาณาจักร ทุกคืนจะกลายร่างเป็นหญิงสาวรูปงามเพื่อเสพสังวาสกับกษัตริย์กัมพูชา หากคืนใดกษัตริย์ไม่ขึ้นไปเสพสังวาสตามหน้าที่จะมีเหตุร้ายให้บ้านเมืองพินาศล่มจม
นิทานเรื่องนางนาคประจำนครธมนี้ เชื่อกันว่าเป็นเรื่องเดียวกับนิทานพระทอง-นางนาค และเป็นที่มาของเพลงพระทอง-นางนาค ครั้งกรุงศรีอยุธยาที่ใช้บรรเลงในงานแต่งงานมาแต่สมัยโบราณ
หันมาดู นาค ที่ปรากฏอย่างเป็นรูปธรรมผ่านผลงานศิลปกรรมหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น บันไดนาค, นาคสะดุ้ง และอีกมากมาย รวมถึง คันทวย หรือเท้าแขนค้ำยันรูปนาคระหว่างตัวอาคารกับชายคา ตั้งแต่งานช่างในราชสำนัก ไปจนถึงท้องถิ่นต่างๆบนผืนแผ่นดินไทย รวมถึงประเทศเพื่อนบ้าน
ติ๊ก แสนบุญ นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปสถาปัตย์อีสาน เคยศึกษาเรื่องราวของคันทวยรูปนาค ซึ่งอีสานเรียกว่า นาคเกี่ยว ส่วนล้านนา เรียกว่า นาคทัณฑ์ หรือ นาคะตัน สะท้อนความเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์ในคติความเชื่อกับงานช่างท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี
กลับมาที่ประเด็นเรื่องสัตว์เอกลักษณ์ชาติ หนึ่งในความเห็นน่าสนใจในโลกออนไลน์ มาจาก กัมพล จัมปาพันธ์ เจ้าของผลงาน นาคยุดครุฑ : ลาว การเมืองในประวัติศาสตร์นิพนธ์ไทย ที่มองว่า นาคนั้น ไม่เวิร์ก เพราะ เขมร และลาว อิน กว่าไทยเป็นไหนๆ
นักวิชาการท่านนั้น ออกตัวเชียร์ แมววิเชียรมาศ ว่าเหมาะสมกว่า เพราะเป็นที่รู้จักในหมู่ชาวต่างชาติในนาม Siamese cat เป็นแมวมงคลในตำราแมวโบราณ เคยชนะเลิศการประกวดแมวนานาชาติที่คริสตัลพาเลซ ลอนดอน เมื่อ พ.ศ.2427 เป็นแมวของสุภาพสตรีหมายเลข 1ของสหรัฐอเมริกา สมัยประธานาธิบดีรูเทอร์ฟอร์ด เบอร์ชาร์ด เฮส์ มีลูกหลานสืบทายาทเป็น British Siamese, American Siamese, Frence Siamese, Germanic Siamese, Pole Siamese แมววิเชียรมาศ เหมาะสมด้วยประการทั้งปวง
สอดคล้องกับอีกคอมเมนต์ของ ดร.พิชญ์อาภา พิศุทธ์เศรณี อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่เทใจให้ แมววิเชียรมาศ เช่นกัน จึงจะ ยูนีค ส่วนนาค เขมร ลาว เราแข่งไม่ไหว ช้าง ก็มีในอินเดีย ขณะที่แมววิเชียรมาศ ชาติอื่นๆ ล้วนเรียกว่า Siamese cat
อย่างไรก็ตาม มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า การที่นาคได้สายสะพายสัตว์เอกลักษณ์ชาติไทยในครั้งนี้ ต้องขีดเส้นใต้ว่าอยู่ในหมวดหมู่ สัตว์ในตำนาน ดังนั้น สัตว์ที่มีชีวิตและลมหายใจในโลกจริง ไม่เกี่ยว นอกจากนี้ ยังไม่จำเป็นต้องมีเพียงชนิดเดียวแต่อย่างใด
นับเป็นหลากมุมมองน่าสนใจที่ต่อยอดไปสู่การแลกเปลี่ยน ถกเถียง ถึงความเป็นไทย เอกลักษณ์ไทย อัตลักษณ์ไทย ในมุมมองของรัฐไทยในวันนี้