โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คนจีน "แต้จิ๋ว" ที่มีบทบาทด้านการค้าการปกครอง ยุคธนบุรี-ต้นรัตนโกสินทร์ คือใคร? มาจากไหน?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 05 เม.ย. 2565 เวลา 04.32 น. • เผยแพร่ 05 เม.ย. 2565 เวลา 04.31 น.
กองเรือสำเภาจีน ภาพจาก สารานุกรมพระราชประวัติสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

คนจีนอพยพที่เข้ามามีปฏิสัมพันธ์กับคนไทยนั้นมีหลายกลุ่ม ที่สำคัญมีกลุ่มหนึ่งคือ คนจีน “แต้จิ๋ว” โดยเฉพาะในสมัยกรุงธนบุรีต่อกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้นที่เริ่มมีบทบาทสำคัญมาก ทั้งทางด้านการค้าและการปกครอง

สามารถแบ่งคนจีนแต้จิ๋วออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มคหบดี และกลุ่มเจ้าหน้าที่ท่าเรือ

กลุ่มคหบดี คือเจ้าของสำเภาขนาดใหญ่ที่แล่นค้าขายระหว่างจีนกับไทย แต่คนจีนกลุ่มนี้มักว่าจ้างให้ผู้อื่นดำเนินธุรกิจซื้อขายแทน ขณะที่คนจีนที่เป็นเจ้าของสำเภาขนาดย่อมลงมา ที่มีฐานะปานกลางจะดำเนินกิจการด้วยตนเอง เป็นนายเรือเอง

กลุ่มเจ้าหน้าที่ท่าเรือ คือพวกท่าเรือ รับผิดชอบหน้าที่เกี่ยวกับการค้า ค่าภาษี ค่าเทียบท่า ฯลฯ มีความรอบรู้ เฉลียวฉลาด นอกจากนี้ ยังมีคนจีนอีกกลุ่มซึ่งเป็นลูกเรือ แต่ไม่มีบทบาทสำคัญนัก เพราะเป็นคนจีนอพยพมาใช้แรงงาน แสวงหาลู่ทางหากินใหม่ ส่วนใหญ่เป็นชาวนาและมีฐานะยากจน

แต่คนจีนทั้งหลายเหล่านี้ล้วนเป็นคนจีนแต้จิ้วที่อพยพมาปักหลักในไทยทั้งสิ้น คนจีนแต้จิ๋วที่สำคัญเช่น

อ๋องไหล่หู (Ong Lai-Hu) และบุตรครโตคือ มั่วเส็ง (Mua Seng) ทั้งสองรับราชการในสมัยสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ทำการค้าขายระหว่างจีนกับไทย มั่วเส็งได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นหลวงอภัยพานิช ส่งสำเภา 10-15 ลำไปค้ายังกว้างตุ้งในนามของพระมหากษัตริย์ไทย และมีสิทธิ์ต่อเรือได้เอง บุตรอีกคนหนึ่งของอ๋องไหล่หูคือ จีนเรือง (Chin Ruang) เป็นเศรษฐีอยู่ที่จันทบุรี ภายหลังก็ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เช่นกัน

หลิน หงู่ (Lin Ngou) หรือ หลิน วู่ (Lin Wu) ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์จากสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี เป็นพระพิไชยวารี รับผิดชอบการค้าสำเภาหลวง คนจีนแต้จิ๋วอีกคนหนึ่งคือ จีนกุน เป็นหลานชายของอ๋อง เฮงฉวน (Ong Heng-Chuan) และบุตรของจีนกุ๋ย ได้รับแต่งตั้งเป็นกรมท่าซ้าย แต่ได้ลาออกไปทำการค้า ต่อมาถูกบังคับให้ตัดผมเปียและเข้ารับตำแหน่งใหม่สมัยรัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ และรัชกาลที่ต่อมาได้พระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยารัตนาธิเบศร์ 

จีนกุ๋ย มีหน้าที่รับผิดชอบการค้าสำเภา บ้านอยู่ที่ตำบลบ้านคลองโรงช้าง ราชบุรี บุตรชายคือจีนกุน ได้รับราชการแล้วย้ายมาอยู่ที่แม่กลอง สมุทรสงคราม ก่อนจะโยกย้ายมาอยู่หน้าวัดเลียบ กรุงเทพฯ แล้วยกที่ดินที่บ้านเดิมให้สร้างวัด คือวัดใหญ่

สันนิษฐานว่าจีนกุนใกล้ชิดสนิทสนมกับรัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ตั้งแต่ทรงเป็นหลวงยกกระบัตรเมืองราชบุรี และเมื่อย้ายมาอยู่ที่สมุทรสงครามก็คงคุ้นเคยกับพระญาติของพระมเหสีในรัชกาลที่ 1 มาก่อน จีนกุนจึงรับราชการเป็นขุนนางมีบรรดาศักดิ์ใหญ่โต มั่งคั่ง จนเรียกกันว่า“เจ๊สัวกุน” คำว่าเจ๊สัวเพี้ยนมาจากเจ้าสัว ซึ่งมาจากคำว่า โจ้ซาน (Cho Shan) ภาษาฮกเกี้ยน แปลว่าคนร่ำรวย ใจบุญสุนทาน

จีนกุนหรือเจ้าพระยารัตนาธิเบศร์รับราชการจนถึงรัชกาลที่ 2 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ จนถึงแก่อสัญกรรม เป็นต้นสกุล “รัตนกุล”

คนจีนแต้จิ๋วอีกคนคือ จีนเต้กฮะ มาจากตำบลคังตึ้ง เมืองซ่านโถว เป็นทายาทคนที่ 22 ของตระกูล“ตั้ง” เกิดในแผ่นดินพระเจ้าเฉียนหลงแห่งราชวงศ์ชิง เดินทางเข้ามาในไทยเมื่อย่างสู่วัยกลางคน ทำการค้าขายตั้งแต่ปลายกรุงศรีอยุธยาจนถึงสมัยรัชกาลที่ 2 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ รับราชการและค้าขายจนได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น พระยาศรีราชอากร มีภรรยาที่เมืองจีน แซ่ “จู” มีบุตรด้วยกันคน 6 คน บุตรคนโตได้สืบทอดกิจการในเมืองไทยและรับราชการจนได้เป็น พระยาสมบัติวานิช เป็นต้นสกุล “สมบัติศิริ”

นอกจากคนจีนแต้จิ้วจะมีบทบาทในด้านการค้าแล้ว สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรียังโปรดเกล้าฯ ให้คนจีนแต้จิ๋วรับราชการช่วยเหลืองานด้านทหาร กล่าวคือ ในปี 2314 คราวสงครามตีเมืองบันทายมาศ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้รองเจ้ากรมท่าซ้ายชื่อ พระยาพิพิธ เลื่อนตำแหน่งเป็นพระยาราชาเศรษฐีครองเมืองบันทายมาศ โดยมีทหารจีนจำนวนหนึ่งเป็นกองกำลัง

คนจีนแต้จิ๋วกลุ่มนี้ เป็นคนจีนอพยพกลุ่มแรก ๆ ที่เข้ามาในไทย มีบทบาทสำคัญต่อการปกครองและเศรษฐกิจ มีส่วนช่วยวางรากฐานและพัฒนาบ้านเมืองไม่น้อย กระทั่งสืบตระกูลกันหลายชั่วคน จนกลายเป็นคนไทยในที่สุด

อ้างอิง :

สุภางค์ จันทวานิช และคณะ. (2534). ชาวจีนแต้จิ๋วในประเทศไทยและในภูมิลำเนาเดิมที่เฉาซ่าน : สมัยที่หนึ่งท่าเรือจางหลิน (2310-2393). โรงพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

เผยแพร่เนื้อหาในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 13 เมษายน 2563

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...