โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ที่มา #saveบางกลอย หลากเรื่องที่กลุ่มชาติพันธุ์อยากให้เราเข้าใจ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 22 ก.พ. 2564 เวลา 12.26 น. • เผยแพร่ 22 ก.พ. 2564 เวลา 12.26 น.
แฟ้มภาพจาก ข่าวสด

ทำความเข้าใจ ที่มาแฮชแท็ก #saveบางกลอย ซึ่งปรากฏบ่อยครั้งในทวิตเตอร์ และอีกหลากหลายเรื่องที่กลุ่มชาติพันธุ์ต้องการให้เราเข้าใจ 

วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานกรณี ภาคี saveบางกลอย ประกาศนัดชุมนุมด่วน เวลา 17.00 น. บริเวณแยกปทุมวัน กรุงเทพฯ หลังจากเจ้าหน้าที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สนธิกำลังกับเจ้าหน้าฝ่ายความมั่นคง ทหาร-ตำรวจตระเวนชายแดน ขึ้นไปบนพื้นที่บางกลอยบน ในยุทธการพิทักษ์ต้นน้ำเพชร ทั้งที่ก่อนหน้านี้ได้มีการลงนามร่วมกับ นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ว่าจะถอนกำลังเจ้าหน้าที่ออกจากบางกลอย จะไม่มีการคุกคามพี่น้องบ้านบางกลอย

“ประชาชาติธุรกิจ” ถือโอกาสพาผู้อ่านไปย้อนที่มา #saveบางกลอย ซึ่งปรากฏในโลกโซเชียลมาหลายครั้ง เพื่อทำความเข้าใจถึงข้อเรียกร้องเรื่องที่ทำกินของกลุ่มชาติพันธุ์กลุ่มนี้

เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา กลุ่มม็อบเฟสต์ เผยแพร่ 6 เรื่องที่ชาวบางกลอยอยากให้เราเข้าใจ ผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก ดังนี้

บางกลอยคืออะไร ?

บางกลอย คือ หมู่บ้านอพยพชาวกะเหรี่ยง ตั้งอยู่ใน “ใจแผ่นดิน” ใจกลางป่าแก่งกระจาน ซึ่งเป็นถิ่นฐานดั้งเดิมที่พวกเขาอยู่อาศัยมานานกว่า 100 ปี ชื่อใจแผ่นดินปรากฏครั้งแรกในแผนที่ทหารเมื่อปี พ.ศ. 2455 ชาวบางกลอยมีวิถีชีวิตอยู่กับธรรมชาติ ทำไร่หมุนเวียน ก่อนที่จะมีกฎหมายป่าไม้ฉบับแรก 30 ปี และ 50 ปี ก่อนมีกฎหมายอุทยาน บ้านใจแผ่นดิน ถูกประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานปี 2524 ในสภาพป่าที่ยังมีความอุดมสมบูรณ์

ทำไมชาวบางกลอยถึงโดนไล่ออกจากบ้านที่ใจแผ่นดิน ?

ชาวกะเหรี่ยงบางกลอย (ใจแผ่นดิน) ถูกกล่าวหาว่า เป็นคนต่างด้าว เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ทำลายป่าต้นน้ำ เป็นอันตรายต่อความมั่นคง โดยที่ชาวบ้านไม่มีโอกาสโต้แย้งและพิสูจน์ข้อเท็จจริง ซึ่งต่อมาชาวบ้านได้รับพิสูจน์สัญชาติ และได้สิทธิการการเป็นคนไทย

ทำไมถึงต้องกลับบ้านที่ใจแผ่นดิน ?

ในปี 2539 ชาวกะเหรี่ยงจากใจแผ่นดินถูกอพยพลงมาที่บ้านโป่งลึก-บางกลอยล่าง โดยได้รับคำสัญญาว่าจะจัดสรรที่ดินให้ทำกิน ส่วนหนึ่งได้รับการจัดสรรที่ดิน แต่ปลูกข้าวไม่ได้ผลหรือที่ดินเป็นหิน มีชาวบ้านอีกส่วนไม่ได้รับการจัดสรรที่ดินทั้งที่ดินทำกินและอยู่อาศัย และเข้าไม่ถึงโครงการช่วยเหลือ บางส่วนตัดสินใจกลับคืนใจแผ่นดิน แต่บางส่วนอดทนอยู่ที่บางกลอยล่าง โดยการไปรับจ้างแรงงาน แลกกับรายได้อันน้อยนิด ไม่พอกับการซื้อข้าวกิน

พวกเขาอดทนใช้ชีวิตด้วยความทุกข์ยากมากว่า 20 ปี กระทั่งล่าสุด ชาวบ้าน 36 ครัวเรือน 70 กว่าชีวิต ตัดสินใจกลับใจแผ่นดิน เพื่อปลูกข้าว ทำพิธีกรรมส่งดวงวิญญาณปู่คออี้ และหนีความยากไร้หลังตกงานจากการแพร่ระบาดของโควิด 19

นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้โพสต์ข้อความอธิบายเรื่อง #saveบางกลอย เอาไว้ เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2564 เผยว่า “ปู่คออี้” คือ ผู้อาวุโสชาวกระเหรี่ยง (ปกาเกอะญอ) เสียชีวิตเมื่อปี 2561 ขณะมีอายุ 107 ปี ครอบครัวของปู่คออี้ คือชาวบ้านบางกลอย ปลูกบ้านด้วยไม้ไผ่ มุงหลังคาใบค้อ ทำไร่หมุนเวียน ปลูกข้าว พริก เผือก มัน ผัก มีสวนทุเรียนในป่า จับปลา ใช้ชีวิตแบบกลมกลืนกับป่า-ธรรมชาติ ติดต่อกับภายนอกน้อยมาก

ในขณะที่ “บิลลี่ พอละจี” หลานชายปู่คออี้ ซึ่งเป็นคนหลักของการแก้ไขปัญหาของชาวบ้านบางกลอยหายตัวไป เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2557 ชาวบ้านเชื่อว่า “บิลลี่ ถูกอุ้ม”

การต่อสู้ที่ผ่านมาชาวบางกลอยต้องแลกกับอะไร ?

ในปี 2554 ชาวกะเหรี่ยงที่ใจแผ่นดินถูกกวาดล้างลงมาอยู่ที่บางกลอยล่าง ที่พักและยุ้งข้าวถูกเผาทำลาย พวกเขาไม่มีที่ดินทำกิน ไม่มีที่ดินอาศัย พวกเขาพยายามเรียกร้องขอความเป็นธรรม และขอกลับไปยังใจแผ่นดิน แต่กลับได้รับเพียงความหวาดกลัว จนไม่กล้าปริปากเรียกร้องความเป็นธรรม

ชาวบางกลอยต้องการอะไรจากรัฐบาล?

ชาวกะเหรี่ยงบางกลอยอยากให้รัฐบาลคืนสิทธิในบ้านเกิดที่ใจแผ่นดิน ให้มีสิทธิในการทำไร่นาตามวิถีชีวิตดั้งเดิมของพวกเขา

ทำไมต้อง #saveบางกลอย ?

#saveบางกลอย เป็นการต่อสู้ไม่ใช่เฉพาะชาวกะเหรี่ยงบางกลอย แต่เป็นการต่อสู้เพื่อคืนสิทธิและความเป็นธรรมให้ประชาชนที่ถูกกระทำจากรัฐอย่างไม่เป็นธรรม ไม่ว่าเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ กลุ่มคนชายขอบไร้อำนาจในสังคม ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของรัฐที่จะต้องแก้ไขปัญหาระดับนโยบาย ตามมติ ครม. 3 สิงหาคม 2553 และบูรณาการกฏหมายมาใช้ในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน

 

นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้โพสต์แนะนำรัฐบาลไว้ด้วยว่า เฉพาะหน้ารัฐไม่ควรใช้มาตรการทางกฎหมายเพียงอย่างเดียว เพราะจะทำให้ต้องดำเนินคดีกับชาวบ้าน ซึ่งมีความสุ่มเสี่ยงที่จะนำไปสู่ความรุนแรงแบบที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 2554 และแน่นอนว่านั่นเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน รัฐควรต้องพยายามหาทางออกในทางนโยบายเพื่อให้ชาวบ้านได้กลับคืนสู่ถิ่นเดิม คือบ้านบางกลอยบน ใจแผ่นดิน

ระยะยาว รัฐควรต้องคุ้มครองวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยงและการทำไร่หมุนเวียน ควรรีบผลักดันร่าง พ.ร.บ.ชาติพันธุ์และร่าง พ.ร.บ.โฉนดชุมชน เพื่อให้ชุมชนดั้งเดิมที่อยู่ในเขตป่าและอุทยาน สามารถดำรงวิถีชีวิตของพวกเขาต่อไปอย่างมีศักดิ์ศรี เท่าเทียมกับชาติพันธุ์อื่นๆในผืนแผ่นดินไทย

“ขอร่วมให้กำลังใจพี่น้องบางกลอยและขอยืนยันว่าชาติพันธ์กะเหรี่ยงหรือปกาเกอะญอ มีเลือดเนื้อ ความเชื่อและจิตวิญญาณเช่นเดียวกับผู้คนในพื้นราบ เชิญชวนพี่น้องประชาชน คิดตามให้กำลังใจพี่น้องบางกลอยด้วยนะครับ” นายรังสิมันต์โพสต์ในตอนท้าย

#saveบางกลอย คืออะไร ?
เกิดอะไรขึ้นที่ อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี
.
พี่น้องที่รักครับ ช่วง 2-3…

โพสต์โดย Rangsiman Rome – รังสิมันต์ โรม เมื่อ วันอาทิตย์ที่ 24 มกราคม 2021

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...