ทำความเข้าใจ Momo Challenge คืออะไร ?
เจ้าตัวละครตาปูดโปนนี้ เดิมทีนั้นมันปรากฏตัวอยู่บน WhatsApp ซึ่งเราก็ไม่ทราบว่าใคีรเริ่มส่งเป็นคนแรก แต่ข้อความที่มาพร้อม Momo นั้น จะคอยท้าทายเด็กๆ ให้ทำในสิ่งต่างๆ ที่เป็นอัตรายต่อตนเอง เช่นการทำร้ายตัวเอง แต่องค์กรที่ดชเกี่ยวข้องบอกว่ายังไม่เคยได้รับรายงานว่ามีคนทำร้ายตัวเองจาก Momo Challenge
แต่ทางองค์กรได้เตือนว่าการรายงานข่าวของสื่อ เป็นการแพร่เรื่องหลอกลวงที่น่ากลัวนี้ออกไปเป็นวงกว้างมากขึ้น
ซึ่ง Jim Waterson บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ The Gardian ได้ให้ความเห็นว่า “การรายงานข่าวเรื่อง Momo Challenge นั้นช่วยกระตุ้นให้ทางโรงเรียนและตำรวจตระหนักถึง ความเสี่ยงที่เกิดจาก Momo Challenge มากขึ้น”
Momo คืออะไร?
ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเรื่องราวของ Momo กลายเป็นไวรัลที่ดังมากในโซเชียลมีเดียต่างประเทศ ซึ่งเรื่องราวนี้ได้รับการแชร์มากกว่าแสนครั้ง และดึงดูดความสนใจผู้คนมากมายจนสำนักข่าวต่างประเทศต้องรายงานเรื่องนี้
โดยตามเนื้อเรื่องที่เล่าต่อกันมานั้น เด็กๆ จะได้รับการติดต่อผ่าน Whatsapp จากบัญชีที่อ้างว่าเป็น Momo จากนั้นจะเริ่มทำการติดต่อเป้าหมายและท้าทายให้ทำสิ่งต่าง พร้อมทั้งสั่งว่าไม่ให้บอกสมาชิกในครอบครัวด้วย ซึ่งเรื่องราวบางเวอร์ชั่นจะมีการพูดถึง Hacker ที่จะทำให้ภาพของ Momo ไปปรากฏบนสมาร์ทโฟนด้วย
ซึ่งทางศูนย์รักษาความปลอดภัยไซเบอร์ของสหราชอณาจักรอังกฤษ ได้ออกเตือนผู้ปกครองแล้วว่า Momo Challenge นั้นเป็นข่าวปลอม
อย่างไรก็ตาม ภาพของ Momo ก็ไปปรากฏในการ์ตูนที่ไม่เป็นทางการ อย่างเช่น Peppa Pig ที่เป็นการ์ตูนสำหรับเด็ก ซึ่งมันได้สร้างความหวาดกลัวต่อเด็กที่เข้าไปรับชมการ์ตูนที่อัปโหลดอย่างไม่เป็นทางการเข้าครับ
นอกจากนี้เรื่องราวของ Momo ยังถูกเชื่อมโยง ให้เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของวัยรุ่นชาวรัสเซีย 130 คน แต่รายงานดังกล่าวยังไม่ได้รับการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแต่อย่างใด
และเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ตำรวจใน นอร์ธไอร์แลนด์ได้พยายามสร้างความมั่นใจให้กับผู้ปกครองเกี่ยวกับตุ๊กตาตาโปนตัวนี้ ซึ่งภาพของ Momo นั้นจริงๆแล้วมันเป็นภาพถ่ายรูปปั้นที่สร้างโดยบริษัท Link Factory ซึ่งเป็นบริษัทเกี่ยวกับสเปเชี่ยลเอฟเฟกต์ ที่เผยแพร่ลงเว็บไซต์ pop-culture ครั้งแรกในปี 2016 ซึ่งมันได้รับความสนใจอย่างมาก
ผู้ปกครองควรทำอย่างไร ?
ทางเจ้าหน้าที่ได้แนะนำว่าพ่อแม่ไม่ควรกังวลเรื่อง Momo เกินไป แต่ให้ใช้โอกาศนี้ในการแนะนำ เกี่ยวกับความปลอดภัยของอินเทอร์เน็ตแทน
นอกจากนี้ Andy Robertson ครีเอเตอร์วิดีโอออนไลน์ ได้เตือนผู้ปกครองว่า “ไม่ควรแชร์คำเตือนเกี่ยวกับ Momo เพื่อไม่ให้เรื่องราวนี้ยืดเยื้อมากขึ้น และควรแนะนำเรื่องราวดีๆ อื่นๆ สำหรับเด็กๆ มากกว่า รวมถึงการตั้งค่าเทคโนโลยีให้เหมาะสมกับเด็กๆ พร้อมกับสร้างปฏิสัมพันธ์ออนไลน์ให้แก่เด็กๆ จะเป็นวิธีที่ดีกว่า”
และเพื่อไม่ให้เกิดการเตือนภัยที่ไม่จำเป็น ผู้ปกครองควรระมัดระวังการแชร์เรื่องราวกันเองในกลุ่มผู้ใหญ่ด้วยเช่นกัน
<>